“หนูพุก”

ใสๆ ซนๆ หวานอมเปรี้ยว “หนูพุก” ดาวรุ่งน่าจับตาใน “สามีสีทอง”

“หนูพุก”
“หนูพุก”

ละคร “สามีสีทอง” นอกจากนักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือคุณภาพอย่างเช่น “นุส-นุสบา ปุณณกันต์”, “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์”, “แคทรียา อิงลิช”, “น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์”, “เข็ม-ลภัสรดา ช่วยเกื้อ”, “อ๋อม-สกาวใจ พูลสวัสดิ์” รวมถึง “พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง” แล้ว บรรดานักแสดงรุ่นเล็กที่เป็นรุ่นลูกก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “เบนซ์-ณัฐธิดา ตรีชัยยะ” ซึ่งรับบทเป็น “หนูพุก” ลูกสาวของ “ลิเพา” (นุสบา ปุณณกันต์) กับ “เจียด” (ศรราม เทพพิทักษ์) ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจต่อเหล่านักแสดงรุ่นพี่ในละครเรื่องนี้ไว้อย่างน่าประทับใจ

“หนูพุก”

แนะนำตัวเอง ผลงาน คาแร็คเตอร์สักหน่อย?

“สวัสดีค่ะ เบนซ์-ณัฐธิดา ตรีชัยยะ ผลงานที่ผ่านมาก็มีละครทางช่อง 3SD ช่อง 28 เรื่อง “นารีริษยา” และเหยื่อพยาบาท แล้วก็มีซีรีส์รักวัยรุ่นใสๆ ช่อง GMM “เลิฟซิคเดอะซีรีส์” สำหรับเรื่อง “สามีสีทอง” รับบทเป็นหนูพุกค่ะ

“หนูพุก”

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้มาเล่นละครเรื่องสามีสีทองประกบนักแสดงนักแสดงรุ่นพี่ “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์” และ “นุส-นุสบา ปุณณกันต์”

“ตอนแรกที่รู้ว่าต้องเล่นกับนักแสดงใหญ่ๆ หนูตื่นเต้นมาก ค่อนข้างประหม่าว่าพี่ๆ เขาจะเป็นอย่างไร แล้วหนูจะเข้ากับเขาได้ไหม จะเล่นแล้วรับส่งกับพี่ๆได้ไหม แต่มาถึงเวลาเล่นจริงแล้วดีมาก พี่ๆ สอนหนูทั้งเรื่องการแสดง ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต โดยเฉพาะหนูเข้ากับ “พี่หนุ่ม-ศรราม”เยอะ ค่อนข้างบ่อย ก็จะเจอพี่หนุ่มทุกคิว พี่หนุ่มเนี่ยเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดบวก และสามารถสอนในการใช้ชีวิตเราได้ด้วย เพราะพี่เขาก็จะยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่เคยเจอมาประสบการณ์ที่คุณพ่อหรือคณแม่พี่หนุ่มสอนมาอีกทีนึง แล้วพี่หนุ่มก็มาบอกต่อกับรุ่นน้อง รวมถึงเรื่องการแสดง หนูนับถือพี่หนุ่มมากๆ เลย เรียกได้ว่าตอนนี้หนูนับถือพี่หนุ่มเหมือนคุณพ่อคนหนึ่งแล้วค่ะ”

การเข้าฉากกับนักแสดงรุ่นใหญ่มีเกร็งหรือกังวลบ้างไหม?

“แน่นอนค่ะ เกร็งมาก เพราะพี่ๆ ทั้งสองคนเล่นดีมาก และส่งให้เราแบบส่งจริงๆ คือพี่หนุ่มจะบอกตลอดว่าการที่เราเล่นเลียนแบบมนุษย์กับการที่เราเล่นมันต่างกัน ฉะนั้นเราควรเล่นจริงๆ เราควรที่จะเป็นคนนั้นจริงๆ อย่างน้อยให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้โอเคแล้ว หลังจากได้คำแนะนำมา การถ่ายทำหลังๆ ก็ดีมากขึ้น ไม่ค่อยเกร็ง”

“หนูพุก”

ครอบครัวของเราในละครเรื่องนี้ (สามีสีทอง) เป็นอย่างไรบ้าง?

“ครอบครัวของหนูจะเป็นครอบครัวที่ คุณพ่อที่รับบทเป็นเจียดเนี่ย ค่อนข้างที่จะเจ้าระเบียบ เป็นเพอร์เฟคชั่นนิส ส่วนคุณแม่เนี่ยจะเป็นคนที่ยอมทุกอย่าง ไม่สู้ ไม่ต่อสู้อะไรเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกๆ ทั้งสองคนได้เห็นและได้รับอิทธิพลมาก็คือลูกผู้หญิงจะมีความไม่กล้าเหมือนกับแม่ ลูกผู้ชายจะมีความเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสเหมือนกับพ่อ แล้วพอเรามาเจอเหตุการณ์ที่พ่อทำร้ายแม่ด้วยคำพูด ด้วยวาจา จะมีความเกลียดผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ เราเลยเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีปมในเรื่องนี้ ก็คือจะไม่ชอบการกดขี่ ไม่ชอบการที่ไม่เท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชาย เราก็เลยจะเข้าข้างแม่ และบางทีก็จะมีความรู้สึกไม่พอใจ แม่ว่าทำไมแม่จะต้องยอมพ่อไปซะทุกเรื่อง”

แล้วกับบทที่ต้องเข้าคู่กับน้องชายอย่างจิ้งหรีด (น้องมาร์ค) เป็นอย่างไรบ้าง?

“กับน้องมาร์คเนี่ยพอเข้าคู่ด้วยกัน เรารู้สึกเลยว่าเขาคือน้องเราจริงๆ และเราเกลียดผู้ชายนิสัยแบบนี้ น้องสามารถถ่ายทอดความเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสเหมือนกับพ่อได้ดี ทำให้เราเชื่อได้ เช่นมีฉากหนึ่งหนูเล่นแล้วน้ำตาคลอเลย ทั้งที่ในบทมันไม่ได้เขียนขนาดนั้น แต่เรารู้สึกเป็นแบบนี้จริงๆ น้องเล่นดีมาก ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี ส่งอารมณ์มาถึงเราได้เต็มๆ”

“หนูพุก”

ถ้าในชีวิตจริงครอบครัวเรามีปัญหาแบบนี้ เราจะแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง?

“ถ้าเราเจอเหตุการณ์ที่พ่อแม่เป็นแบบนี้ สิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนได้ คือคุณพ่อและคุณแม่ พี่หนุ่มเพิ่งสอนวันนี้ว่าผู้ใหญ่มันเหมือนไม้แก่ที่ดัดยาก เพราะฉะนั้นเราจะไปเปลี่ยนแปลงความคิดของทั้งสองคนมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เราทำได้แค่ยอมรับและกตัญญู พ่อกับแม่เป็นแบบนี้ใช่ไหม เราควรปรับความเข้าใจที่ตัวเราเอง ไม่ใช่ว่าทำไมพ่อต้องดุ ทำไมแม่ต้องว่า ทำไมพ่อไม่เข้าใจ ทำไมแม่ไม่เข้าข้างเราบ้างอะไรแบบนี้ เราควรปรับความเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำ

ถ้าเราคิดได้จะทำให้เรามีทัศนคติที่ดี ไม่เป็นเด็กที่ก้าวร้าวกับพ่อแม่ เราจะกตัญญูเข้าใจพ่อแม่และรักพ่อกับแม่มากขึ้นค่ะ หนูเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก เพราะว่าที่ผ่านมาสิ่งที่หนูได้รับมาตลอดจากครอบครัวคือความรักจากคุณพ่อคุณแม่ ถึงแม้บางครั้งท่านจะดุด่า หนูโดนประจำเลย ทั้งด่าทั้งตี โดนทำโทษทุกอย่าง แต่เราต้องลองมองคิดแทนมุมของท่าน คือพ่อและแม่จะมองคนละอย่างกับมุมของลูก อยากฝากถึงทุกคนที่เป็นลูกด้วยอยากให้เราลองคิดแทนมุมพ่อแม่ดูว่า สิ่งที่เขาทำกับเรามาแบบนี้แล้ว ถ้าเกิดเราเป็นแบบพวกท่านล่ะ เจอเหตุการณ์แบบเขา เราเลี้ยงดูลูกมาเราให้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเงิน ความคิด ความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพอจะมีความรู้ เราให้ลูกหมดเลย แล้วลูกมาทำร้ายจิตใจเรา มาทำร้ายเราด้วยสิ่งต่างๆ เราจะรู้สึกยังไง ถ้าเราไม่อยากรู้สึกแบบนั้น ก็อย่าไปทำอย่างนี้กับพ่อแม่เลย”

“หนูพุก”

คิดว่าละครเรื่องนี้ให้อะไรกับคนดูบ้าง?

“แน่นอนเลยว่าให้ในเรื่องของการสะท้อน ละครเหมือนเป็นกระจกสะท้อนสังคมในครอบครัวสำครับเรื่องนี้นะคะ เหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของมนุษย์ ในละครมันมีตัวละครหลายตัวมากเลยที่เป็นมนุษย์จริงๆ ที่มนุษย์พึงมีความรู้สึกแบบนั้น แล้วถ้าเราเลือกมองละครที่ไม่ใช่เฉพาะความบันเทิงอย่างเดียว แต่มองลึกลงไปในเรื่องของความคิดของตัวละครนั้น การกระทำของตัวละครนั้น เราจะเก็บเกี่ยวอะไรได้หลายอย่างเลย เช่นแบบ เราเป็นเหมือนตัวละครตัวนี้ แล้วทำไมเรานิสัยแบบนี้ แล้วในเรื่องตัวนี้มันไม่ใช่ตัวที่ดี แล้วเราควรจะทำยังไง เราควรจะเปลี่ยนทัศนคติเราไหม หรือว่าตัวละครตัวนี้คิดแบบนี้ตัดสินใจแบบนี้ อย่างในเรื่องนี้ลูกคิดไม่เหมือนอย่างที่พ่อแม่คิดมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแล้วลูกเลือกจะตัดสินใจกระทำนู้นนี่นั่นด้วยตัวของลูกเอง ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่ใช่ทางที่ถูกต้องอะไรแบบนี้ ก็จะได้เห็นว่าผลของการกระทำนั้นมันเป็นยังไง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่เชื่อว่าละครก็สะท้อนมาจากเรื่องจริงค่ะ ก็ลองดูให้เป็นทั้งความบันเทิงและก็ให้เป็นทั้งข้อคิดกับเราดีกว่า”

“หนูพุก”

กระแสละครที่พูดถึงเราเป็นอย่างไรบ้าง?

“คนทักหนูพุกเยอะมาก คือหนูไปออกงานอีเว้นท์หรือไปที่มหา’ลัย ก็มีหลายคนเรียกว่าหนูพุกๆ ขอถ่ายรูปหน่อย มีคนจำหนูได้จากเรื่องนี้เยอะมาก ฟีดแบ็คค่อนข้างดีค่ะโดยเฉพาะพ่อเจียด เวลาทุกคนเจอหนูก็จะถามถึงพ่อเจียดตลอด ทำไมพ่อเจียดเป็นแบบนี้ เกลียดพ่อเจียดจังเลย ทุกคนเกลียดพ่อเจียดหมดเลย แสดงว่าพี่หนุ่มแสดงดีค่ะ ประสบความสำเร็จ (หัวเราะ) เรื่องนี้กระแสดีมากค่ะสำหรับหนู”

ประทับใจอะไรในการเล่นละครเรื่องนี้?

“ประทับใจในเรื่องบทค่ะ บทเขียนมาดีมากๆ ค่อนข้างสะท้อนความเป็นจริงของมนุษย์ แล้วพอได้เจอนักแสดงที่มาถ่ายทอดได้ใส่อะไรเข้าไปในบท ใส่อารมณ์ใส่ความรู้สึก มันทำให้ทุกอย่างมันกลม มันดี เรียกได้ว่ามันเพอร์เฟคในระดับนึงเลยค่ะ เรื่องนี้บทสนุก ละครดี นักแสดงก็ยิ่งดีค่ะ (หัวเราะ)”

“หนูพุก”

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่ติดตามละครเรื่องนี้มาโดยตลอดบ้าง?

“ฝากติดตามละครเรื่องสามีสีทองนะคะ เรื่องนี้นอกจากความบันเทิงแล้ว เรายังได้ข้อคิดหลายอย่างก็ลองเปรียบเทียบดูให้ละครเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของเราดูว่าเราเหมือนคาแร็คเตอร์ไหนหรือตัวไหนในตัวละคร โดยเฉพาะคุณพ่อนะคะ คนที่เป็นสามีต้องดูนะคะ แล้วเราก็จะได้เห็นในมุมมองของอีกฝ่ายหนึ่งที่เขาถูกเรากระทำหรือเราไปกระทำเขาอะไรแบบนี้ค่ะ เราจะได้เห็นว่าเขารู้สึกยังไงกับสิ่งที่เราทำ บางสิ่งบางอย่างเราทำไปเราไม่รู้หรอกว่าคนๆ นั้นเขาจะรู้สึกอย่างไร อยากให้ละครเรื่องนี้เป็นเหมือนกระจกที่ให้ข้อคิดกับทุกคนค่ะ”

“หนูพุก”


ภาพจาก : IG @babeitsbenz

 

keyboard_arrow_up