ล้วงความลับ “คริส-พีรวัส” สารภาพจากใจ จริงๆ แล้วผมเป็นผู้ชายขี้งอน

ทอล์คกับหนุ่มหน้าตี๋ คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ หนุ่มที่ทำแฟนๆ กรี๊ดสลบกับบทรุ่นพี่สุดเข้มปนโหดในเรื่อง SOTUS The Series แต่เขากลับบอกว่าจริงๆ แล้ว “ผมขี้งอนนะครับ” ว่าแต่หนุ่มคนนี้จะขี้งอนเบอร์ไหน แล้วต้องง้อยังไง ถ้าอยากรู้ ก็ต้องตามไปอ่านกันเลย

คริส-พีรวัส

ข่าวว่าวีรกรรมสมัยเด็กของคริสไม่เบาเลย

ก็พอประมาณครับ อาม่ากับอากงเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก แต่เอาไม่อยู่ เพราะคริสดื้อมาก อย่างอาม่าบอกว่าห้ามกลับบ้านดึก ห้ามออกไปเล่นไกลๆ คริสทำไม่ได้เลย (หัวเราะ) เพราะบ้านอยู่ติดตลาด ก็จะมีแก๊งเพื่อนที่เป็นลูกแม่ค้าในตลาด ซึ่งซนๆ หน่อย ผมชอบออกไปเล่นกับเขา อาม่าก็ดุตลอดว่าอย่าออกไปนะ แต่ผมไม่เคยเชื่อเลย ผิดกับพี่น้องอีก 3 คนที่เชื่อฟัง อยู่บ้านตามอาม่าบอก

วีรกรรมแสบสุดของผมน่าจะเป็นขโมยเงินอาม่าไปซื้อขนม บางทีผมขอแล้วอาม่าไม่ให้ ก็แอบหยิบทีละห้าบาท สิบบาท อาม่าจับได้ เพราะท่านละเอียดมาก จะนับไว้ตลอดว่ามีเงินเท่าไหร่ ซึ่งอาม่าไม่ได้ทำโทษผมเอง แต่ฟ้องคุณพ่อคุณแม่ จากนั้นคุณพ่อจะมาจัดการผม ซึ่งท่านตีแรงมาก ผมโดนมาหมด แล้ว ทั้งไม้แขวนเสื้อ ก้านมะยม ไม้เสียบลูกโป่ง (หัวเราะ)

เรียกว่าไม้เรียวขจัดความดื้อหรือเปล่า

ใช่เลยครับ (หัวเราะ) ซึ่งจุดเปลี่ยนจริงๆ ของผม คือตอนเริ่มทำงานด้านขายตรงหรือเน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้งควบคู่กับการเรียนไปด้วย ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 1 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมยังเป็นเด็กดื้ออยู่เลย ขอเงินคุณพ่อคุณแม่ไปซื้อของ ไปช็อปปิ้ง ไปเที่ยว แต่เนื่องจากที่บ้านเริ่มมีปัญหาเรื่องเงิน ผมจึงอยากทำงาน อยากมีเงินจ่ายค่าเทอม ดูแลตัวเองได้ ซึ่งพอทำงานจึงทำให้ผมรู้จักใช้เงินมากขึ้นและช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้ด้วย

แต่ทำได้ปีเดียวก็ต้องเลิกครับ เพราะคริสเรียนภาคพิเศษ ซึ่งเรียนช่วงเย็น ประมาณ 4 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม พอเลิกเรียนต้องเข้าไปฟังประชุมที่ออฟฟิศจนเกือบเที่ยงคืน จากนั้นพุ่งไปร้านอินเทอร์เน็ต ทำงานจนถึงเช้าค่อยกลับบ้านนอน พอบ่ายก็ตื่นไปเรียน วันหนึ่งรู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมจะไม่ได้ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเลย จึงเลิกทำงานนี้ไป โชคดีว่าพอขึ้นปี 3 ก็ได้เข้าไปแคสติ้งซีรี่ส์ SOTUS The Series และได้ทำงานในวงการบันเทิงจนถึงตอนนี้ครับ (ยิ้ม)

คริส-พีรวัส

เข้าวงการบันเทิงได้เพราะเป็นพี่ว้ากใช่ไหม

(พยักหน้า) ผมคิดว่าที่ได้รับเลือกเพราะผมเป็นพี่ว้ากจริงๆ จึงทำให้เข้าใจบทหรือมีเครดิตมากกว่าคนอื่น บวกกับเคมีเข้ากับพี่สิงโตด้วย จึงได้รับเลือก และโชคดีที่กระแสตอบรับดีมากๆ แต่ก่อนจะรับงานนี้ ผมคิดหนักเหมือนกันครับ กลัวเพื่อนแซว เพราะผมเป็นพี่ว้ากที่คณะจริงๆ แล้วมารับบทเป็นพี่ว้ากในซีรี่ส์คู่กับผู้ชาย กลัวจะเสียลุคที่สร้างมา แต่ที่ตัดสินใจเล่น เพราะก่อนหน้านั้นผมตระเวนแคสต์งานมาเยอะ ไม่ผ่านเลยสักชิ้น พอมีโอกาสนี้เข้ามาก็น่าจะคว้าไว้ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าคือการทำงาน จึงตัดสินใจรับและทำอย่างเต็มที่ครับ

พี่ว้ากตัวจริงกับในซีรี่ส์…ใครโหดกว่ากัน

ชีวิตจริงโหดกว่าครับ เพราะในซีรี่ส์เป็นการแสดง สีหน้า การพูด จะตะโกนเสียงดังมากไม่ได้ เดี๋ยวหน้าไม่หล่อ (หัวเราะ) แต่ชีวิตจริงผมตะโกนจนเสียงแหบเลย ไม่ต้องแคร์ว่าหน้าจะเบี้ยวแค่ไหน (หัวเราะ) และไม่คุยกับใครเลย ต้องคีพลุคตลอดเวลา แต่น้องๆ กลับไม่ค่อยกลัวผมนะ กลายเป็นกรี๊ดแทน เขาบอกว่าผมว้ากยังไงก็ไม่น่ากลัว ดูตะมุตะมิมากกว่า ทั้งที่ผมมองตัวเองโหดมากเลยนะ (หัวเราะ)

คริส-พีรวัส

พอกลายเป็นนักแสดง ความซ่าน้อยลงไหม

น้อยลงเยอะเลยครับ (หัวเราะ) ผมต้องปรับตัวในบางเรื่อง ทั้งการทำงาน การเข้าสังคม การวางตัว เพราะมีคนรู้จักมากขึ้น จะทำตัวห่วงสนุกอย่างเมื่อก่อนไม่ได้ หรือจะออกไปเที่ยวเล่นดึกๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะมีแฟนๆ ที่คอยติดตามเราอยู่ ฉะนั้นจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบขึ้น

อะไรที่แฟนๆ ทำให้แล้วประทับใจที่สุด

ผมประทับใจหมดทุกอย่างครับ แต่สุดๆ น่าจะเป็นอวยพรวันเกิดผมบนป้ายบิลบอร์ด ผมเข้าใจว่าเขาอยากทำอะไรพิเศษ เพื่อให้ผมจำได้ แต่ผมก็บอกเขาอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่าอย่าทำบ่อย อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน ซึ่งถามว่าผมใจฟูไหม มาก-ก-ก (ลากเสียงยาว) ครับ

ความสุขอีกอย่างที่ผมชอบมากคือเวลาที่ได้เจอ นัดเจอแฟนๆ ได้คุยทุกเรื่องที่อยากคุย แค่ 1-2 ชั่วโมงก็ดีใจแล้ว ผมชอบช่วงเวลาแบบนั้นมาก เมื่อก่อนจะนัดกันเรื่อยๆ ครับ แต่ตอนนี้ตารางงานค่อนข้างแน่น ก็อาศัยช่วงหลังงานอีเว้นต์ พูดคุยกับแฟนๆ ให้หายคิดถึงสักแป๊บก็ยังดี

คริส-พีรวัส

ในการทำงานเจอเรื่องที่ทำให้ท้อบ้างหรือยัง

ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเนื้องานหรือความยาก แต่มาจากอารมณ์ความรู้สึกของผมมากกว่าครับ บางทีทะเลาะกับที่บ้าน ส่งผลไปถึงเรื่องงานด้วย ผมรู้ว่าตัวเองยังไม่ได้มืออาชีพขนาดนั้น แม้จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่ถ้าแยกแยะให้ได้มากกว่านี้ งานก็จะดีกว่านี้ แล้วบางทีก็มีงอน น้อยใจเพื่อนด้วย

ยังไง เล่าหน่อย

(หยุดนึก) นิสัยขี้งอนของผมเป็นมาตั้งแต่เด็ก บวกกับผมติดเพื่อนมากๆ ขนาดที่ว่าไม่อยากอยู่คนเดียวเลยนะ อยากอยู่กับเพื่อนตลอด อาจจะขี้เหงาด้วย (หัวเราะ) อย่างเวลาที่เพื่อนๆ นัดกันไปไหนแล้วมีผมคนเดียวที่ไม่ได้ไป ก็จะนอยด์ติดอยู่ในใจ หรือว่าเพื่อนไปไหนกันแล้วไม่ได้บอกผม ก็จะยิ่งนอยด์หนัก เคยงอนเป็นเดือนก็มีนะ แต่ลึกๆ เรารู้ว่ามิตรภาพมันเหนียวแน่นแหละ แต่ยิ่งรักมากก็โกรธมาก รักแรงยิ่งงอนแรง และสุดท้ายผมก็หายงอนเองนะ เพราะเพื่อนผู้ชายแมนๆ มันไม่ง้อกันอยู่แล้ว (หัวเราะ)

ไอดอลของคริส

ผมปลื้มหลายคนเลยครับ ถ้าเรื่องร้องเพลง ผมชอบพลังเสียงของพี่เป๊ก-ผลิตโชค กับพี่อ๊อฟ-ปองศักดิ์ เพราะผมชอบเพลงแนวอาร์แอนด์บี ป็อป แต่ถ้าเป็นฟูลแบนด์ร็อคๆ หน่อย ชอบพี่ปั๊บ วงโปเตโต้ครับ ส่วนนักแสดงชอบพี่แดน-วรเวช เขาทำทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งในอนาคตผมก็อยากเป็น แบบนั้นครับ


 

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 944

keyboard_arrow_up