เวิร์คกิ้งวูแมนตัวจริง “มาดามแป้ง” เก่งครบเครื่องด้วยแนวคิดการทำงานสร้างพลังบวก

มาดามแป้ง
มาดามแป้ง

ในวงกลมชีวิตของ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ เต็มไปด้วยงานที่หลากหลายและท้าทาย ตั้งแต่การเป็น CEO บมจ.เมืองไทยประกันภัย ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ และอีกหลายบทบาท โดยเธอบอกว่า ทุกงานมีวิธีบริหารจัดการไม่ต่างกันมาก ขอแค่ทุ่มให้สุดใจเท่านั้น ซึ่งแพรวดอทคอมจะพาไปเจาะลึกถึงแนวคิดการทำงานให้ประสบความสำเร็จในแบบฉบับของผู้หญิงเก่งคนนี้กัน

เวิร์คกิ้งวูแมนตัวจริง “มาดามแป้ง” เก่งครบเครื่องด้วยแนวคิดการทำงานสร้างพลังบวก

มาดามแป้ง

ความจริงใจคือภาษาสากล

“แป้งต้องทำงานกับคนต่างชาติมาตลอด สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าภาษาพูดคือ ความจริงใจที่มีให้ผู้ร่วมงาน อย่างแป้งแม้จะใช้ภาษาอังกฤษไม่เก่งเท่าเจ้าของภาษา แต่ประสบการณ์สอนว่า ความตั้งใจในการทำงาน ความซื่อสัตย์สุจริต และความสัมพันธ์ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของการทำงานที่ประสบความสำเร็จ เป็นภาษาที่ไม่ว่าคนชาติไหนก็สามารถสื่อสารถึงกันได้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้ใจ จากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เราต้องหยิบยื่นหัวใจของตัวเองให้เขาก่อน”

เก็บอีโก้ลงกระเป๋า

“เวลาออกไปคุยงานกับลูกค้า สิ่งที่แป้งให้ความสำคัญมากคือ การไม่มีตัวตน ห้ามคิดว่าเราเป็นลูกหลานเจ้าของบริษัทหรือมีนามสกุลอะไรต่อท้าย แต่เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง ห้ามพกอีโก้ติดตัวไปด้วย เพราะฉะนั้นแป้งจึงสามารถเจอลูกค้าได้ทุกระดับ ไม่จำเป็นต้องพบแต่กรรมการผู้จัดการเท่านั้น มีอยู่บ่อยๆ ที่แป้งคุยงานกับผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งที่สุดแล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้”

มาดามแป้ง

หัวใจแห่งการให้บริการใช้ได้ทุกธุรกิจ

“ตอนที่แป้งทำแบรนด์แอร์เมส ความที่เป็นธุรกิจแฟชั่นแบรนด์เนม จึงมีเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะและมีชื่อเสียงอยากเข้ามาทำ บางคนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ คำถามแรกๆ ที่แป้งใช้สัมภาษณ์รับพนักงานใหม่คือ “คุณนั่งลองรองเท้าให้ลูกค้าได้ไหม” เพราะการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจประเภทใดก็ตาม ต้องมีหัวใจแห่งการให้บริการ ถ้ายึดติดกับตัวตน วันนั้นคือจุดอวสานของการเป็นนักขายของคุณ”

ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาด

“วิชาแรกที่แป้งได้เรียนรู้จากการทำทีมฟุตบอลอาชีพคือ การซื้อขายนักฟุตบอล ซึ่งผ่านระบบเอเย่นต์ แต่ความที่ช่วงแรกๆ ประสบการณ์ของแป้งไม่มากพอ ทำให้โดนหลอกมาบ้าง แต่ข้อดีของความผิดพลาดคือโอกาสที่เราจะได้พัฒนาขึ้น คุณพ่อของแป้งเคยสอนว่า ถึงแม้ต้องเผชิญปัญหาหนักหนาขนาดไหน It’s not the end of the world. ถ้ามีสติจะผ่านเหตุการณ์นั้น ทุกจังหวะในชีวิตเป็นครูให้เราได้ทั้งนั้น”

มาดามแป้ง

อย่าอยู่แต่ในห้อง ออกไปคุยกับพนักงานบ้าง

“วิธีบริหารบุคลากรของแป้งคือ การบริหารจัดการให้ทุกคนมีความสุข แป้งเชื่อว่า ในทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลายพันคน หรือทีมฟุตบอลหญิงที่มีโค้ชและนักฟุตบอลรวมกันไม่เกิน 40 คน ถ้าทุกคนมีความสุขในการทำงาน เขาก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

“ยกตัวอย่างการดูแลนักฟุตบอลทีมท่าเรือ แป้งลงลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่การดูแลอาหารการกิน ที่พัก ถ้านักฟุตบอลไม่สบายหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างแข่ง แป้งจะให้ทีมงานพาไปหาหมอ ไม่เคยปล่อยให้เขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ใครมีปัญหาไม่สบายใจก็ส่งข้อความมาปรึกษาได้ ในช่วงแรกน้องๆ อาจเขินกับประธานสโมสรที่เป็นผู้หญิง แต่ไม่นานทุกคนก็ให้ความเป็นกันเอง อาจเพราะเห็นแล้วว่านวลพรรณไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงสักเท่าไร นิสัยออกจะแมนๆ ด้วยซ้ำ

“เทคโนโลยีก็มีส่วนสำคัญ แป้งใช้ช่องทางดิจิทัลในการสื่อสารกับพนักงาน ทำให้เขารู้สึกว่าทุกคนมีความใกล้ชิดและเป็นกันเองมากขึ้น”

มาดามแป้ง

Work-Life Balance

“การบริหารเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต่อให้งานเยอะแค่ไหนก็ต้องดูแลตัวเองด้วย แป้งพยายามแบ่งเวลามาออกกำลังกายเท่าที่ทำได้ เรื่องอาหารการกินก็เช่นกัน แป้งไม่ชอบกินอาหารที่ทำจากแป้งเท่าไร (แปลกไหมคะ ชื่อแป้งแต่ไม่กินแป้ง) ไม่ชอบขนมหวาน และพยายามดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนนอนชอบอ่านหนังสือนิยายเพื่อให้สมองพักจากเรื่องงานบ้าง ชีวิตจะได้มีคุณภาพแบบรอบด้านค่ะ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 937

ภาพ : @panglamsam

keyboard_arrow_up