จักรวาลอยู่ไม่ไกล…สายสะพายไทยแลนด์เข้ารอบ 3 ปีติด มองให้ดียุคนี้แกร่งที่สุดแล้ว

ผ่านพ้นการประกวด Miss Universe 2017 ไปไม่กี่วัน กระแสของเวทีนี้ก็ยังดราม่าร้อนแรงไม่มีตก โดยเฉพาะการวิจารณ์เรื่องของชุดที่นำไปใช้ในการประกวดและการตอบคำถาม

จริงๆ แล้วการประกวดบนเวทีระดับโลกแบบนี้ แน่นอนว่าการเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา ไหวพริบการตอบคำถาม ทัศนคติ รวมถึงชุดที่จะนำไปใช้ ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น ที่ผ่านมาในช่วง 3 ปีหลัง แม้ว่าสาวงามจากไทยอาจจะยังไปไม่ถึงมงกุฎจักรวาล แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่ได้เห็นพลังความสามัคคีของคนไทย ที่พร้อมใจกันเชียร์ วัดจากพลังโหวตจำนวนมหาศาลที่ทำให้สาวไทยเข้าไปอยู่ในโพลได้ทุกปี และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความสามารถของพวกเธอเองก็ทำได้ดีและเริ่มอยู่ในสายตาของคณะกรรมการมากขึ้นเรื่อยๆ

การประกวด Miss Universe ในยุคนี้ ถ้าจะบอกว่าประเทศไทยของเราไม่ได้ถูกมองข้ามอีกต่อไปแล้วก็น่าจะพูดได้อย่างเต็มปาก นับตั้งแต่ปี 2015 ที่ได้ แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ ประเดิมเข้ารอบเป็น 10 คนสุดท้ายในปีนั้น ก็ได้รับคำชมไปเยอะทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องลุคของสาวแนทและชุดราตรีที่ใส่ประกวด จนกระทั่งถัดมาในปี 2016 ไทยส่งน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ไปลงชิงมงกุฎ Miss Universe เธอเองก็ติดอยู่ในโพลตัวเต็งเช่นกัน และก็ทำได้ถึงรอบ 6 คนสุดท้าย ช่วงนั้นหากใครยังจำได้ #งดหวานเพราะน้ำตาลแพงมาก ก็ติดเคยติดเทรนด์มาแล้วด้วยซ้ำ แม้อาจจะยังไม่ถึงตำแหน่งสูงสุดตามที่ทุกคนหวังอยากจะได้ แต่ก็ใกล้กับคำว่า Miss Universe เข้าไปทุกที

ล่าสุดในปีนี้ หากจะบอกว่า มารีญา พูลเลิศลาภ คือสาวงามตัวแทนจากไทยที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยส่งไปประกวดก็น่าจะพูดได้เต็มปาก ทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา ชาติตระกูล บวกกับความสามารถและทัศนคติเธอมีพร้อมเพียงพอที่จะไปฟาดฟันกับคู่แข่งอีกหลายประเทศ และก็เป็นไปตามคาดที่สาวมารีญาสามารถอยู่ในกลุ่มตัวเต็งที่พร้อมจะเป็นMiss Universe 2017 แน่นอนว่าความกดดันที่สาวคนนี้ต้องแบกไว้ก็คงหนักหนาน่าดู ท้ายที่สุดแม้ว่าจะยังไม่ถึงตำแหน่งสูงสุด แต่ในปีนี้อันดับการเข้ารอบของสาวไทยก็เขยิบขึ้นมาเป็น Top 5 แล้ว อีกทั้งยังเป็นสาวเอเชียที่เข้ารอบเพียงหนึ่งเดียวด้วย

สิ่งนี้ก็น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่หรือ กับการประกวดสาวงามในเวทีระดับโลกอย่าง Miss Universe ที่ประเทศไทยสามารถเข้ารอบลึกมาได้ถึง 3 ปีซ้อน ส่วนเรื่องที่ว่าสาเหตุที่เราเข้าไม่ถึง Top 3 หรือคว้าตำแหน่งไม่ได้ จริงๆ คงไม่มีใครรู้ดีที่สุดเท่ากรรมการว่าเป็นเพราะอะไร จะเพราะชุดที่ใส่จนทำให้ดูขาดความมั่นใจอย่างที่หลายคนสันนิษฐาน หรือเพราะคำถามที่ยากไปบวกคำตอบของผู้เข้าประกวดก็ตาม แต่ตอนนี้การประกวดได้จบลงแล้ว กลับมาเฟ้นหาตัวแทนสาวไทยคนใหม่เอาไปฟาดกันในปีหน้าดีกว่า เพราะไม่ว่าจะเป็นใครที่ได้เป็นตัวแทน หรือจะเป็นใครที่จะมาออกแบบชุดให้ใส่ประกวดก็คงเป็นภาระที่หนักอึ้งทีเดียว ให้กำลังใจกันดีกว่า อย่างน้อยๆ ตำแหน่ง Miss Universe ก็ไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ

 

ภาพ : [email protected],@nunoiduak

 

keyboard_arrow_up