รักอ้อตลอดไป! สัญญาจากปากชายชาติทหาร “พล.อ.อภิรัชต์” ที่มีให้กับ ดร.กฤษติกา

รักอ้อตลอดไป จะรักอ้อเพียงคนเดียว! สัญญาจากปากชายชาติทหาร “พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ที่มีให้กับ รศ. ดร.กฤษติกา ภรรยาที่เป็นคู่ชีวิตมานานมากกว่า 20 ปี

คุณคือจุดอ่อน หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยดูรายการ The Weakest Link หรือ กำจัดจุดอ่อน โดยคำพูดที่กล่าวไปนั้นมาจากปากของพิธีกรหน้าดุอย่าง กฤษติกา  ศิริจรรยา (นามสกุลเดิม) ซึ่งเธอนั้นเป็นพิธีกรที่มีสไตล์เป็นของตนเอง ไม่เหมือนกับพิธีกรคนไหน และแน่นอนว่าคำพูดนี้ได้กลายเป็นวลียอดฮิต ติดปากมากในช่วงนั้น

ปัจจุบันผู้หญิงคนนี้มีตำแหน่งเป็นถึง รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ และยังเป็นภรรยาของผู้บัญชาการทหารบกคนล่าสุด อีกทั้งยังควบตำแหน่งอุปนายกสมาคมแม่บ้านทหารบกอีกด้วย

หากย้อนกับไปดูเส้นทางความรักของบิ๊กแดงกับ ดร.อ้อแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าผ่านบทพิสูจน์มาค่อนข้างเยอะ ด้วยความที่ดร.อ้อนั้น ย้ายไปอยู่ประเทศอเมริกาตั้งแต่วัยเด็ก จึงทำให้เธอนั้นถึงกับคิดหนัก ประกอบกับเธอมีความคิดว่า “ผู้ชายไทยมีตำนานความเจ้าชู้ที่น่ากลัว”

ซึ่งครั้งหนึ่ง ดร.อ้อ ได้เปิดใจกับนิตยสารแพรวเกี่ยวกับความรักของเธอและบิ๊กแดงว่า….

สมัยที่ทำร้านไอศกรีมอยู่ที่อเมริกามีคนมาจีบเยอะเหมือนกัน ก็มีที่ไปออกเดทด้วย แต่ไม่ได้คิดจะคบเป็นแฟน ก่อนหน้าที่จะเจอสามี บอกตรงๆ อ้อไม่เคยคิดถึงเรื่องแต่งงานเลย ตั้งใจไว้ว่าต้องเรียนให้จบก่อน เพราะฉะนั้นเวลามีใครเอาดอกไม้ช่อโตๆ มาให้จะรู้สึกแปลกๆ เอามาทำไม เอากลับไปเถอะ

ตอนนั้นพี่แดงไปเป็นผู้ช่วยทูตทหารที่วอชิงตัน ส่วนอ้อเรียนจบแล้วทำงานอยู่ที่นิวยอร์กไลฟ์ วันหนึ่งเขาโทรศัพท์มาขอข้อมูลเกี่ยวกับการประกัน โดยให้พรีเซ็นต์ที่สถานทูต เสร็จแล้วเราก็เลี้ยงข้าวเขาตามธรรมเนียม เหมือนเลี้ยงลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ หลังจากนั้นเขาก็โทรมาขอเลี้ยงข้าว แล้วนัดไปพรีเซ็นต์งานอีก ผู้ชายไทยแผนสูงนะ หลอกให้เราเทียวไปมา เลี้ยงข้าวกันไปมาตั้งหลายรอบ แต่ไม่ซื้ออะไรของนิวยอกร์กไลฟ์เลย

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะมาจีบ เพราะแต่ก่อนอ้อดำและล่ำ คิดถึงหุ่นนักวิ่งที่วิ่งวันละ 4 ไมล์สิ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมาชอบเรา แต่เขาคงดูแล้วมั้งว่าเราน่าจะเข้ากับเขาและกับวัฒนธรรมไทยได้ พอเขาขอแต่งงานก็เลยลางานทางโน้นสามเดือนเพื่อมาเทสต์ดูว่าเราจะมาอยู่ทางนี้ได้ไหม ไม่ได้ตัดสินใจลาออกทันที เผื่อเปลี่ยนใจ เราต้องเทสต์ให้แน่ใจก่อน

ส่วนการเทสต์บิ๊กแดงของ ดร.อ้อ ก็ต้องบอกเลยว่าเธอมีความละเอียดมาก โดยดร.เผยว่า อ้อบินไปมาระหว่างไทย-อเมริกาหลายเดือนเพื่อจะดูว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้จริงๆ หรือเปล่า เทสต์ตัวเองด้วย เพราะเราเป็นคนเห็นแก่ตัว เขารักเราจริงหรือ ถ้าเราอยู่ที่นี่จะลำบากไหม ถ้าลำบากคงไม่อยู่ เราไม่ชอบความลำบาก ที่สำคัญ ถ้าหลังแต่งงานแล้วเราต้องเสียสละมาอยู่กับเขา แล้วเขาไม่ให้ทำงานข้างนอกยิ่งต้องคิดนาน

เราต้องการความมั่นใจว่า แต่งงานกันไปแล้วจะไม่เดือดร้อน เพราะการที่จะต้องย้ายรกรากจากอเมริกา จากครอบครัวมาอยู่ที่นี่ต้องทำอะไรใหม่หมดเลย แถมไม่มีเพื่อนด้วย เราจึงต้องรู้ให้แน่ว่าเขาเป็นคนดี ไม่มีอะไรซ่อนเร้น ที่สำคัญต้องรักเรา ไม่เจ้าชู้ตามประสาผู้ชายไทยซึ่งมีตำนานความเจ้าชู้ที่น่ากลัว หลังจากดูพฤติกรรมนานพอสมควร ก็ตกลงแต่งงาน

และเมื่อถามไปว่าเคยมีคำมั่นสัญญาต่อกันว่าอย่างไรบ้าง ดร.อ้อได้ตอบว่า “เขาบอกเขาจะรักอ้อตลอดไป อย่างตอนที่ใครว่าอ้อมาจากนรก ก็มีเขาคนเดียวที่บอกว่า อ้อเป็นสิ่งดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิต แค่นั้นก็ลบสิ่งที่บั่นทอนเราได้หมด เท่ากับว่าทุกวันนี้พี่แดงยังทำตามคำพูดเขาได้ คือรักเรา รักครอบครัว ไม่ทำความเดือดร้อนใจใดๆ ให้ อ้อจึงไม่เคยเจาะลึกเรื่องพฤติกรรมของสามี เชื่อใจเขา

อีกทั้งต้องขอบคุณตัวเองที่เชื่อคุณแม่ว่า เราเป็นผู้หญิง จะต้องมั่นใจว่าคนที่แต่งงานด้วยรักเรามากกว่าที่เรารักเขา เพราะผู้หญิงต้องเสียสละมากกว่าผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูลูกหรือการที่ไม่ออกทำรายได้ที่สองให้ครอบครัว ฉะนั้นผู้หญิงเราเสียเปรียบเสมอไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหน

แต่พี่แดงทำให้ปลาบปลื้มได้เสมอว่า ถึงแม้ว่าเราจะรักพี่แดงแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเรารู้ว่าเขารักเรามากกว่า ไม่ว่าจะทำอะไรเป็นอย่างไร เขาก็จะอยู่เคียงคู่ตลอดไป เราเป็นผู้หยิงจะต้องมั่นใจตรงนี้ ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกกดดัน

ส่วนเรื่องความโรแมนติกนั้น คู่นี้ก็มีมุมน่ารักๆ ที่หลายๆ คู่จะเอาไปทำตามก็เป็นอะไรที่ดีนะ ซึ่งเธอบอกว่า “ไม่รู้ว่าที่จะพูดนี่คือโรแมนติกหรือเปล่า ฟังดูอาจจะขัดกับคนสมัยใหม่ เพราะโรแมนติกของอ้อคือความสม่ำเสมอ จะบีบยาสีฟันให้ทุกครั้ง จัดเครื่องแบบ ชุดนอน กางเกงชั้นในให้พร้อม สามีไม่ต้องเปิดลิ้นชักหยิบอะไรเลย เรียกว่าอะไรใกล้ชิดจะทำให้เขาด้วยมือตัวเอง แต่อะไรที่ไม่จำเป็น เช่น เรื่องปัดกวาดเช็ดถูก็ให้คนอื่นทำไป

อ้อไม่พูดหวานแบบพูดปุ๊บดอกไม้ถึง ไม่ได้อยากให้สามีกลับบ้านพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ อย่างมากวาเลนไทน์ขอแค่กุหลาบแดงหนึ่งดอกพอแล้ว ซึ่งเราจะเก็บไว้จนแห้ง ปักใส่แจกันปีต่อปี

เราพยายามโรแมนติกใส่กันนะ อ้อเรียกว่า dear หรือที่รัก เขาก็เรียกอ้ออย่างนี้เหมือนกัน แต่จะไม่เรียกต่อหน้าคนอื่น เมื่อไหร่ที่โกรธ อ้อจะบอกเขาว่า พี่แดงสังเกตไหม อ้อกำลังเรียกพี่แดงว่าพี่แดง เขาก็จะรู้ว่า เฮ้ย มาแล้ว เราต่างคนต่างรู้วิธีถอยเวลาใครไม่สบอารมณ์จะเว้นวรรคสักแป๊บแล้วค่อยมาพูดกันด้วยเหตุผล ไม่เคยตวาด ไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก และไม่มีฟอร์ม

แต่บางทีอ้อเป็นฝ่ายง้อก่อนด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าฉันมีเกียรติมีเชิงมากมาย ยิ่งบางครั้งเรารู้ว่าเราเป็นฝ่ายอาละวาด อย่างครั้งหนึ่งอ้อน้อยใจว่านานแล้วที่ไม่ได้ไปกินข้าวกันสองคน พอจะไปก็ถูกยกเลิกเอานาทีสุดท้าย ซึ่งธุระที่เขาไปแทนการกินข้าวกับเรานั้นเขาอาจจะไปเข้าป่าหรือไปหาผู้ใหญ่ รู้ ! รู้ว่าระหว่างเข้าป่ากับไปกินข้าวกับเรา เขาอยากไปกับเรามากกว่า แต่อดงอนไม่ได้ตามประสาผู้หญิง งอนแล้วก็ง้อเอง หรือถ้าเขามาง้อก็จะไม่มีฟอร์มอะไรมาก โตๆ กันแล้ว อย่าหลอกตัวเองเลยว่าถูกตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงอย่างอ้อที่ยอมรับว่าขี้งอนแต่บางทีการงอนก็เพิ่มรสชาติให้กับชีวิตแต่งงานเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้ๆ ตลอดกาล

ทั้งนี้ดร.อ้อยังเผยอีกว่า บิ๊กแดงนั้นหวงมาก ซึ่งเธอก็ปล่อยให้เขาหวงไป แต่จะไม่ทำตัวให้ห่วงอย่างการเที่ยวเตร่ เราไม่อยากไปเท่าไหร่ เพรราะไม่ชอบนอนดึก แต่บางทีต้องไป เพราะอยากเจอเพื่อนที่เขายังเที่ยวกันอยู่ พี่แดงอนุญาต แต่จะจัดขบวนคนขับหนึ่งคน ข้างคนขับอีกหนึ่ง คุณนายอ้อคนเดียว แล้วเขาจะต้องรู้ทุกระยะ คุณอ้ออยู่ตรงไหน ถึงไหนแล้ว คุยกับคนขับตลอด ซึ่งบางคนที่ไม่ชินอาจจะคิดว่า เอ๊ะ สิทธิเสรีภาพฉันอยู่ไหน แต่อ้อเข้าใจว่าเขาห่วง แล้วก็หวงด้วย

เขาชอบถามว่ามีใครเข้ามาคุยหรือเปล่า เราก็บอก พี่แดงอ้อนี่นะจะมีใครเข้ามาคุย มันเป็นอะไรก็ไม่รู้นะ ไม่มีใครมาจีบเลยแย่มากเลย คิดว่าคงจะด้วยคาแร็คเตอร์ ทำให้คนไม่กล้าเข้ามาคุยก่อน แต่พี่แดงมีเหตุผล ถ้าเราขอทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่รบกวนเวลาของครอบครัวมากนัก อย่างที่มาเป็นพิธีกรหรือเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เขาก็ไม่ว่า

พล.อ.อภิรัชต์

ปัจจุบันบิ๊กแดงมีลูกสาวและลูกชายของภรรยาคนแรก คือ หมอเพลิน ร้อยโทหญิง อมรัชต์ คงสมพงษ์ และ พลุ-ร้อยเอก พิรพงศ์ คงสมพงษ์ และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของดร.อ้อแต่เธอก็ดูแลลูกๆ ทั้งสองคนเหมือนกับแม่บังเกิดเกล้า ตั้งแต่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ด้วยตนเอง โดยไม่มีพี่เลี้ยง เพราะหวงลูกมาก ไม่อยากให้ใครที่ไม่ใช่ญาติมาอุ้ม

ต้องบอกเลยว่าเพราะความความรัก ความอบอุ่นของคนเป็นแม่ที่มีให้กับลูกๆ จึงทำให้ครอบครัวนี้สนิทกันมาก ซึ่งเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมาสาวเพลินได้เข้าพิธีวิวาห์เป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางความชื่นใจของบิ๊กแดงและดร.อ้อ ที่เห็นอีกก้าวหนึ่งในชีวิตของลูกสาว


ที่มา : นิตยสารแพรว

ภาพ : plern_k, Kritika Kongsompong

 

 

 

keyboard_arrow_up