เที่ยว 3 เมืองน่าหลงไหลของชัยนาท พร้อมช๊อปของฝาก ของดีฝีมือคนท้องถิ่น

1

หากพูดถึงจังหวัดชัยนาท หลายคนอาจจะมองว่าชัยนาทเป็นเมืองทางผ่านและนึกไม่ค่อยออกว่าที่ชัยนาถมีที่เที่ยวอะไรบ้างแต่วันนี้ชัยนาทจะต้องเป็นเมืองที่ห้ามผ่านอีกต่อไปเพราะว่าใครๆ ก็ต้องแวะมาเที่ยวที่นี่ ถ้าไม่เชื่อลองไปดูกันเลยดีกว่า ว่าจังหวัดชัยนาทแห่งนี้มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

2 3 4 5

พิกัดสถานที่ชื่นใจแรกก็คือสวนนกชัยนาท โดยเราจะใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เมื่อถึงถนนสายเอเซีย สี่แยกชัยนาท-ตาคลี ให้เลี้ยวซ้ายและใช้ถนนหมายเลข 1 ตรงไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะเห็นสวนนกชัยนาทตั้งอยู่ทางขวามือค่ะ บรรยากาศโดยรอบของที่นี่ร่มรื่นมาก ที่สำคัญไม่ได้มีแค่นกเพราะยังมีอีกหลายอย่างให้เราได้เที่ยวชม โดยจุดแรกที่เราจะไปชมคือกรงนกใหญ่ซึ่งนกที่อยู่ภายในกรงนกใหญ่จะถูกปล่อยให้อยู่อย่างอิสระ พื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ มีสภาพพื้นที่เป็นดินลูกรังที่เต็มไปด้วยหินทำให้การก่อสร้างเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่จากความตั้งใจในการพัฒนาจนก่อให้เกิดแหล่งเรียนรู้ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน อีกทั้งยังต้องการให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดชัยนาท ทำให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันอย่างเต็มความสามารถจนในที่สุดสวนนกแห่งนี้จึงเกิดขึ้นได้ และเปิดให้บริการในปี 2527 ซึ่งถึงปัจจุบันก็เป็นระยะเวลาร่วม 32 ปีแล้วค่ะ

6 7

ซึ่งจุดต่อมาถ้าใครมาเที่ยวสวนนกจะพลาดไม่ได้ก็คืออาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มแม่น้ำ อุบลรัตนราขกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อาคารแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กๆ และยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดที่รวบรวมปลาน้ำจืดไว้กว่า 100 ชนิด

8 9 10 11

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีศูนย์วิทยาศาสตร์ท้องฟ้าลำลอง และพิพิธภัณฑ์ไข่นก ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมพันธุ์ไข่นกต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเอาไว้มากมาย และอีกหนึ่งโซนที่ทางสวนนกชัยนาทเปิดให้บริการก็คือสวนน้ำอวกาศ เห็นไหมคะว่าสวนนกชัยนาทแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสุข ความสนุก ความเพลิดเพลิน และที่สำคัญยังให้ความรู้อย่างมากด้วยค่ะ

12

หลังจากที่เยี่ยมชมสวนนกชัยนาทกันเต็มอิ่มแล้ว เราจะไปชมความงามของธรรมชาติสวยๆ กับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งการเดินทางจากสวนนกชัยนาทไปเขื่อนเจ้าพระยาขอบอกว่าใกล้นิดเดียว โดยจากสวนนกชัยนาทเราจะให้เส้นทางถนนพหลโยธินมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง เมื่อขับตรงมาไม่นานเราจะพบกับสามแยกให้เลี้ยวซายเข้าสู่ถนน 311 จากนั้นขับมาเรื่อยๆ ตามทางก็จะถึงถนนสันเขื่อนแล้วค่ะ โดยเขื่อนเจ้าพระยานี้เป็นเขื่อนทดน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อส่งน้ำไปยังแม่น้ำสาขาต่างๆ ให้กับเกษตรกรได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึงเพราะพื้นที่ลุ่มทางภาคกลางตั้งแต่ชัยยนาทลงไป ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม และในยามเย็นเขื่อนเจ้าพระยาจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแถมยังเป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากๆ เลยค่ะ

13 14 15

จากนั้นเรามาชื่นใจกันต่อที่ อ.สรรพยา ซึ่งมีของขึ้นชื่ออย่างผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ซึ่งเราจะพาไปดูวิธีการเก็บผักตบชวากันด้วยค่ะ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บผักตบนอกจากจะต้องใช้เรือ มีด ยังต้องมีตะขอสำหรับเกี่ยวกอผักตบชวา ซึ่งผักตบชวาที่เราเลือกใช้จะต้องเลือกต้นที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ผักตบชวาที่ตัดได้เยอะแล้วจะถูกมัดรวมกันเป็นกำ หลังจากนั้นก็จะนำไปตากในพื้นที่กว้างๆ จนแห้งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน และจะถูกนำไปจากหน้าบ้านอีกรอบจนกลายเป็นผักตบชวาแห้งพร้อมที่จะส่งไปผลิตเป็นสินค้าที่กลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาบ้านอ้อยค่ะ

16 17

สินค้าจากผักตบชวาเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ซึ่งสาเหตุหลักของการรวมกลุ่มเกิดจากการที่อยากให้คนในชุมชนมีกิจกรรมร่วมกัน นอกจากฝีมือการจักสานที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านจะถูกนำมาใช้สร้างรายได้ และสร้างความกลมเกลียวกันของคนในชุมชนแล้ว ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่ามีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยค่ะ ซึ่งนอกจากผักตบชวาจะเหนียว และทนทานแล้วยังสามารถขึ้นรูปทรงได้ง่ายกว่าหวายและไผ่อีกด้วย ทำให้ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบนั่นเอง สำหรับคนที่ชอบงานฝีมือและผลิตภัณฑ์จักสานมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน

18

ไปต่อกันที่ ชุมชนลาวเวียง บ้านเนินขาม อ.เนินขาม ชาวลาวเวียงที่บ้านเนินขามมีเชื้อสายมาจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว นอกจากอัตลักษณ์ที่สะท้อนมาให้เห็นผ่านลวดลายของผ้าทอ ชาวบ้านที่นี่ยังใช้ภาษาถิ่นก็คือภาษาลาวเวียงค่ะ ศูนย์ทอผ้าชุมชนบ้านเนินขามแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมชาวบ้านกลุ่มทอผ้า โดยแต่ละบ้านก็มีความชำนาญแต่ละลวดลายแตกต่างกัน สีสันแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการสร้างศูนย์แห่งนี้ขึ้นก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นผ้าลายโบราณที่มีความหลากหลายในที่ที่เดียวค่ะ

19 20

ศูนย์แห่งนี้นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เห็นการทอผ้าหลากหลายลวดลายแล้ว ที่นี่ยังถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ ที่เก็บรักษาผ้าโบราณเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกัน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้มาเห็นการทอผ้าแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากที่นี่ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น ผ้าทอมัดหมี่ ผ้าตีนจกผืนงามๆ หรือถ้าใครอยากได้ชุดพื้นเมืองทางศูนย์ก็มีจำหน่ายเช่นกันค่ะ

21 22 23

จากนั้นก็มาชิมก๊วยจั๊บโบราณ สูตรลาวเวียงที่ทั้งถูก ทั้งอร่อย และยังมีอีกหนึ่งอย่างซึ่งขาดไม่ได้ที่จะต้องชิมคือกล้วยปิ้งบ้านเนินขาม ที่มีถึง 3 แบบ ทั้งแบบเค็ม แบบหวาน และแบบธรรมดา

24 25 26 27

บ้านเนินขามแห่งนี้ เป็นชุมชนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมส่วนอาชีพเสริมก็มีทั้งเรื่องของงานฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าหรือแม้แต่การทำหมอนขิด ซึ่งหมอนขิดและหมอนขวานของบ้านเนินขามนอกจากเอกลักษณ์คือสีแดงกับสีเหลืองแล้วลวดลายที่สวยงามบนหมอนจะใช้วิธีการจกเช่นเดียวกับผ้าซิ่น แต่ว่ารายละเอียดและลักษณะของงานจะแตกต่างกัน แต่ยังคงเน้นลวดลายแบบดั้งเดิมและไส้ของหมอนก็ถูกยัดด้วยนุ่นเหมือนในอดีตค่ะ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งงานฝีมือที่ถือว่าเป็นของดีและของฝากบ้านเนินขามคือผลิตภัณฑ์จักสานค่ะ ซึ่งมีทั้งของใช้และของฝากให้ได้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย

28

หลังจากที่เราได้เที่ยวจนทั่วชุมชนบ้านเนินขาม ก่อนถึงเวลากลับชาวบ้านในชุมชนก็ช่วยกันเตรียมอาหารเพื่อเลี้ยงส่งตามธรรมเนียมของหมู่บ้านอีกด้วยค่ะ

การมาเที่ยวใน 3 อำเภอของจังหวัดชัยนาทครั้งนี้นอกจากจะได้มีโอกาสท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ แล้ว เรายังได้เห็นการทำมาหากินของคนท้องถิ่นที่เอาสิ่งของใกล้ตัวมาสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ และจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนจนก่อให้เกิดอาชีพที่สานหัวใจของคนในชุมชมไว้ด้วยกันซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสวยงาม นอกจากนี้เรายังได้เห็นสีสันและลวดลายของผืนผ้าที่บอกเล่าความภูมิใจในชาติพันธุ์ ซึ่งผืนผ้าที่สวยงามเหล่านี้ยังสะท้อนให้เราได้เห็นถึงอนาคตและลมหายใจของชุมชนที่กำลังถูกถักทอขึ้นด้วยศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีและพร้อมที่จะพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาไว้ด้วยอัตลักษณ์ของชุมชนค่ะ

ติดต่อเยี่ยมชมชุมชน
กลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาบ้านอ้อย โทร. 089-536-3839
ท่องเที่ยวชุมชนลาวเวียงบ้านเนินขาม โทร. 081-036-4722

keyboard_arrow_up