รีวิวหนังใหม่ X-Men : Apocalypse

รีวิวหนังใหม่ X-Men : Apocalypse
รีวิวหนังใหม่ X-Men : Apocalypse

นี่คือหนังภาคต่อที่หลายคนรอคอย หลังจาก X-Men เวอร์ชั่นรีบูตสองภาคแรก อย่าง First Class และ Days of Future Past

เล่าย้อนกลับไปสมัยโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์กับแม็กนีโตยังหนุ่ม ยังซี้กัน ซี้จนชวนจิ้นตาม เอ๊ย หมายถึงว่าหนังบอกเล่าถึงความเป็นมาในเรื่องมิตรภาพระหว่างคนทั้งสอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นศัตรูกันได้อย่างเข้าถึงอารมณ์จริงๆ แน่นอนว่าหลายเสียงต่างก็ชมว่าทั้งสองภาคทำออกมาได้ดีมาก สามารถทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวที่ยึดตามคอมมิกส์เป็นหลัก และชวนให้อยากดูภาคถัดๆ ไป รวมถึงภาค Apocalypse นี่ด้วย เพราะหลังเอนด์เครดิตของภาคสองทำออกมาได้น่าติดตามพอสมควร เมื่อหนังทิ้งท้ายให้รู้จักกับศัตรูรายใหม่พร้อมกับลุ้นว่าเหล่าจตุรอาชาจะมีใครบ้าง

x-menและนี่คือจุดเริ่มต้นของภาคสามยังไงล่ะ ถ้าเป็นไปได้ควรดูสองภาคแรกมาก่อนแล้วจะเข้าใจเนื้อหามากขึ้น รวมทั้งได้รู้ที่มาที่ไปของแต่ละตัวละครสำคัญ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาให้ดูหนังไม่รู้เรื่อง เพราะเอาเข้าจริง หนังก็เล่าได้เข้าใจง่าย โดยหนังจะเปิดฉากด้วยการพาเราไปทำความรู้จักกับอะโพคาลิปส์ ศัตรูรายใหม่ที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์คนแรกของโลก เราจะได้รู้ว่าทำไมเขาถึงมีชีวิตมาถึงยุคปัจจุบัน (ในหนังคือยุค 80) และอยากทำลายมนุษย์ทุกคนเพื่อหวังครอบครองโลกใบนี้ เขาจะลุยเดี่ยวไม่ได้ แต่จะต้องตามหามนุษย์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาเป็นจตุรอาชาของเขาเพื่อเสริมพลังให้แกร่งกล้าขึ้น ซึ่งสี่คนที่ว่าก็คือสตอร์ม แองเจิ้ล ไซล็อก และแม็กนีโต

หนังจะบอกเล่าสาเหตุว่าทำไมแต่ละคนถึงยอมติดตามอะโพคาลิปส์ แน่นอนว่าฝ่ายโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ย่อมไม่อยู่เฉย เพราะถ้าหากเขาไม่ทำอะไร โลกจะต้องพบจุดจบ ทั้งยังต้องการช่วยไม่ให้เพื่อนของเขาหลงผิดเป็นรอบที่สามอีกด้วย งานรวมพลออกลุยกับวายร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น นำทีมโดยรุ่นพี่อย่างมิสทีกและบีสต์ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดตัวรุ่นน้องที่เรารู้จักกันดีอย่างไซคล็อปส์ จีน เกรย์ ไนต์ครอว์เลอร์ และควิกซิลเวอร์ สำหรับภาคนี้จะไม่เน้นแอ็กชั่นอย่างที่คาดหวัง แต่จะเน้นเส้นเรื่องการบอกเล่าที่มาของมนุษย์กลายพันธุ์หลักๆ ในเรื่อง ออกแนวบอกแบล็กกราวนด์ตัวละคร ซึ่งค่อนข้างยึดตามคอมมิกส์เลยล่ะ น่าจะถูกใจคอคอมมิกส์พอสมควร

x-menการดำเนินเรื่องจึงเป็นไปตามสเต็ป เปิดเรื่องอย่างตื่นตาประหนึ่งมัมมี่รีเทิร์น ขณะที่ช่วงต้นไปจนถึงกลางเรื่องจะเน้นไดอะล็อกพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่ พอมารวมกับมุกที่ไม่ค่อยขำเท่าที่ควร เลยอาจจะทำให้หนังดูเนือยๆ ไปบ้าง แต่พอช่วงครึ่งหลังไปแล้ว พอเริ่มเข้าสู่ช่วงออกลุย ตัวละครที่ขโมยซีนได้อีกตามเคยก็คือควิกซิลเวอร์ เรียกได้ว่าเด่นเกินหน้าเหมือนเคย และซีนที่ชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นตอนที่เจ้าหมาน้อยคาบพิซซ่านี่แหละ ตัลล้ากมากกก (ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องไปดูกันเอาเอง) ขณะที่บางซีนก็ดูจงใจให้ดราม่าไปหน่อยจนเดาทางได้ แต่โดยรวมก็ไม่ได้ติดขัดอะไร อาจจะขาดความสมูธไปบ้างก็เท่านั้น และที่โดดเด่นจนต้องร้องขอชีวิต เห็นจะเป็นซีนแอ็กชั่นในช่วงหลัง ขอบอกเลยว่ามันดีมากกก ขนลุกแล้ววว สมกับเป็นหนังภาคต่อที่รอคอยจริงๆ

ถ้าใครชอบหนังชุดนี้ จะต้องถูกจริตกับภาคนี้แน่นอน แต่ถ้าเทียบกับสองภาคก่อน ก็อาจจะชอบภาคนี้น้อยลง (มั้ง) ถ้าวัดแค่ว่าแอ็กชั่นในภาคนี้มีน้อยกว่า ทว่าเรากลับมองว่ามันก็ไม่แย่นะ ตราบใดที่หนังชุดนี้ยังตอบโจทย์ของความเป็นเอ็กซ์เมนในแบบที่เราคุ้นชินได้อยู่ ก็คือการได้เห็นที่มาที่ไปของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ รวมทั้งได้เห็นพลังพิเศษของแต่ละคน ไปจนถึงการครีเอตฉากปะทะกัน เพราะนั่นถือเป็นไฮไลต์หลักที่ชวนขนลุกจริงๆ ที่สำคัญเหล่านักแสดงหน้าใหม่ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างโดดเด่น และมีเสน่ห์ทางการแสดงพอสมควร แต่ที่แจ้งเกิดแบบสุดๆ ต้องยกให้บทจีน เกรย์เลยล่ะ เอาเป็นว่าหนังไม่แย่อย่างที่หลายคนคิดหรอก (หนังจบแล้วอย่าเพิ่งลุกนะเออ รอประมาณ 7 นาที ท้ายเครดิตยังมีอะไรให้ดูอีกนิดจ้า)

x-men

คะแนน 9/10

เรื่อง : คิมคานา

keyboard_arrow_up