Captain America : Civil War แอ็กชั่นดีกับใจ พล็อตเข้มขึ้น เปิดตัวสองซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ได้ปังมาก!

Captain America : Civil War แอ็กชั่นดีกับใจ พล็อตเข้มขึ้น เปิดตัวสองซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ได้ปังมาก!
Captain America : Civil War แอ็กชั่นดีกับใจ พล็อตเข้มขึ้น เปิดตัวสองซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ได้ปังมาก!

เพราะเป็นซูเปอร์ฮีโร่จึงเจ็บปวด คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลยล่ะ ถ้าได้ยลภาคต่อสุดปังของกัปตันอเมริกา เพราะส่วนขยายที่บอกเล่าชนวนเหตุซึ่งทำให้ผองเพื่อนเหล่าอะเวนเจอร์ต้องมาแบ่งทีมท้าไฝว้กันนั้นช่างชวนเจ็บปวดจริงๆ

สิ่งที่คนดูทั้งหลายน่าจะสงสัยเหมือนกัน คือทุกครั้งที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ออกลุย (ในหนังมาร์เวลแต่ละเรื่อง) สนามรบส่วนใหญ่มักเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ เดี๋ยวตึกถล่ม เดี๋ยวพื้นแยก เดี๋ยวระเบิดตูมตาม เดี๋ยวปล่อยพลังไม่ตรงเป้า เป็นต้น สรุปคือฉากหลังเละขนาดนั้น จะมีคนโดนลูกหลงบ้างมั้ย นี่จึงเป็นที่มาของชนวนเหตุซึ่งทำให้ทีมอะเวนเจอร์สแตกหัก เมื่อฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยว่าการจะลุยกันลูกเดียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนบางส่วนย่อมส่งผลเสียกับเหล่าอะเวนเจอร์ส #TeamIronMan ส่วนอีกฝ่ายกลับเห็นต่างว่า แต่เพื่อความปลอดภัยของคนหมู่มาก พวกเราเหล่าอะเวนเจอร์สก็ควรออกลุยให้ทันเวลา #TeamCap

ภาคนี้จึงขอเปิดเรื่องให้เห็นภาพชัดๆ ด้วยภารกิจล่าสุดของกัปตันอเมริกาและเหล่าอะเวนเจอร์สบางส่วนที่เผลอไปทำให้คนจำนวนหนึ่งโดนลูกหลง (อีกแล้ว) หลายประเทศจึงเริ่มร้องเรียนอย่างหนักว่าให้มีการจำกัดสิทธิ์ในการออกลุยของพวกซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายเสียที โดยได้แม่งานอย่างฝ่ายสหประชาชาติต้องออกมายื่นคำขาดว่า ต่อจากนี้ต้องรอคำสั่งก่อนนะเออ ด้วยความที่สวมบทพระเอกของภาคนี้อยู่ แน่นอนว่ากัปตันอเมริกาย่อมไม่เห็นด้วยตามเหตุผลที่บอกไปตอนต้น ส่วนฝ่ายที่เห็นพ้องกับรัฐบาลก็คือโทนี่ สตาร์กหรือไอรอนแมน นั่นก็เพราะเขามองถึงมุมคนที่โดนลูกหลงและเพื่อรักษาสถานภาพของเหล่าอะเวนเจอร์สทั้งหลายเอาไว้ เห็นได้ชัดว่า การที่คนหมู่มากมาอยู่ร่วมกัน ความคิดย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เพราะต่างก็มองในมุมที่ตัวเองถูก

ซูเปอร์ฮีโร่

เรื่องราวจะไม่บานปลายใหญ่โตถ้าหากบัคกี้ เพื่อนรักสติแตกของกัปตันอเมริกาไม่โผล่ตัวมาอีกครั้งในฐานะอาชญากรที่ทางการต้องการตัว และเขานี่แหละได้กุมความลับบางอย่างเอาไว้ ซึ่งการที่กัปตันอเมริกายังออกลุยไปตามจับบัคกี้แบบไม่รอใครอนุมัติเหมือนเดิม นั่นย่อมทำให้ฝั่งไอรอนแมนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ด้วยความที่เหล่าอะเวนเจอร์สแบ่งทีมกันชัดแล้ว จึงต้องเข้าขัดขวางอีกทีมไม่ให้ก่อเรื่องหนักไปมากกว่านี้ ซึ่ง ณ จุดนี้ต้องยอมใจเลยว่า ถึงแม้จะเป็นภาคต่อของกัปตันอเมริกา แต่ก็ยังอุตส่าห์ขนทัพเหล่าอะเวนเจอร์ตัวเด่นๆ หลายคนมาลงจอเดียวกันได้ ประหนึ่งว่าเป็น The Avengers 2.5 เลยล่ะขาดแค่เทพธอร์กับพี่ฮัลค์เท่านั้นเอง

นี่จึงถือเป็นชัยชนะของหนังซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะได้เห็นนักแสดงดังๆ เยอะแล้ว งานกำกับของภาคนี้ยังเด็ดดวงเฟร่อ ผกก. เล่าเรื่องได้ชวนติดตามมาก ถึงไม่เคยดูภาคก่อนๆ มาก็สามารถเข้าใจตามได้ง่าย จะมีพูดถึงเนื้อหาภาคเก่าๆ แทรกมาเป็นระยะๆ ตามการเดินเรื่องที่ค่อยๆ เฉลยปมไปทีละอย่าง แม้จะไม่ได้เดายากเบอร์แรงอะไรขนาดนั้นก็ตาม ที่อลังการสุดเลยคือฉากแอ็กชั่น การันตีว่ามันส์สะใจมาก (โดยเฉพาะซีนปะทะกันของทั้งสองทีมในสนามบิน) ขณะที่ตัวพล็อตมีความเข้มขึ้น เพราะมีความดราม่ามากกว่าที่คิด แอบดาร์กนิดๆ แต่ก็มีสอดแทรกมุกฮาๆ ตามสไตล์มาร์เวลให้ได้ลดความตึงเครียดลงไปบ้างเป็นระยะๆ (แอนต์แมน สไปดี้ และไอรอนแมนคือแก๊งสามช่าใช่ป่ะ)

ซูเปอร์ฮีโร่

ในส่วนการแสดงของเหล่าอะเวนเจอร์สที่ออกจอในภาคนี้ก็ดีงามสมบทบาทตามท้องเรื่อง แถมยังถูกเกลี่ยเฉลี่ยบทให้มีความโดดเด่นเท่าเทียมกัน ไม่มีใครแย่งซีนกัน แต่จะมีฉายแววออร่าเป็นพิเศษอยู่สองคน นั่นคือหน้าใหม่อย่างแบล็กแพนเตอร์และสไปเดอร์แมน ซึ่งทั้งสองก็เปิดตัวและออกมาวาดลวดลายได้เท่ดีไม่หยอก ชวนให้อยากดูหนังเต็มๆ ของพวกเขา ขณะที่ฝ่ายหญิงที่แจ้งเกิดกลับไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่หญิงคนไหน แต่ดันเป็นป้าเมย์ของหลานสไปดี้นี่แหละ แซ่บจริง และแน่นอนว่า สำหรับกัปตันอเมริกา บัคกี้ ฟาลคอน แบล็กวินโดว์ และวันด้าจะออกกล้องมากกว่าหน่อย เพราะถือเป็นตัวเดินเรื่องเด่นๆ ของหนังภาคต่อเรื่องนี้ ถ้าถามว่าสนุกระดับไหน ก็ต้องบอกว่าสนุกมาก ไม่มีซีนน่าเบื่อเลย

อย่างที่เน้นย้ำไป ฉากต่อสู้กันคือดีกับใจเหลือเกิน ชวนขนลุกในหลายๆ ซีนที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนโชว์ฝีมือโดยใช้พลังที่ตัวเองถนัด จัดว่าตื่นตาดี๊ดี นอกจากนี้ยังขยี้หัวใจชะมัดด้วยบทสรุปที่… บอกได้ยังไงล่ะ รู้แค่ว่า I don’t like it, I loveee it! ต้องลองไปติดตามกันเอาเองนะ สำหรับใครที่เคยดูภาคก่อนๆ มาจะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าภาคนี้สนุกมากขึ้นแน่ๆ (แอบขัดใจกับความคิดของบางตัวละคร) แต่ถ้าหากไม่เคยดูสักภาค อาจจะถึงขั้นยกเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องโปรดได้ไม่ยาก ว่าแล้วก็อยากดูอีกรอบเลยนะเนี่ย ถือเป็นสองชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่ามาก ทั้งยังให้แง่คิดโดนๆ บางอย่างที่บอกให้รู้ว่า ซูเปอร์ฮีโร่ก็มีชีวิตจิตใจ ทำไมไม่เข้าใจกันบ้าง มีทุกข์มีสุขผิดหวังไม่ต่างอะไรกับคนอื่นนน #แม่เจินก็มาตอนจบเฉยเลย ตึง!

 

คะแนน 9/10

เรื่อง : คิมคานา

keyboard_arrow_up