“รักแรกพบ” ช่วงเวลามหัศจรรย์ของ “พ่อแม่ลูก” ความสุขสมบูรณ์จากการคลอดลูกที่บำรุงราษฎร์

หลังจากที่ผู้หญิงและผู้ชายแต่งงานกัน เปลี่ยนสถานะเป็นสามีภรรยา เป้าหมายต่อไปของหลายๆ คู่คือการมีลูก เพราะการแต่งงานเป็นการสร้างครอบครัว ซึ่งครอบครัวจะสมบูรณ์แบบได้ ก็ต่อเมื่อมีโซ่ทองคล้องใจหรือลูกนั่นเอง แต่ก่อนที่เราจะทำให้อีกหนึ่งชีวิตลืมตามาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เราจะต้องเตรียมกายและใจของทั้งแม่และพ่อให้พร้อม เพื่อให้ตลอดทางราบรื่น หรือถ้าเจออุปสรรคก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ซึ่งเรามีเป้าหมายสำคัญเดียวกันคือความปลอดภัยสูงสุดของแม่และลูก วันนี้ แพรวดอทคอม จึงพามาพูดคุยกับ พญ.กนกนาถ บุญวิสุทธิ์ สูติแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เกี่ยวกับเคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ กระทั่งถึงวันคลอดลูก

การฝากท้องก่อนท้อง

สเต็ปแรกก่อนการตั้งครรภ์ คือเตรียมตัวตั้งแต่ยังไม่ท้อง ล่วงหน้า 3 เดือน โดยเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับสูติแพทย์ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพเดิมและส่งเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์ที่สุด โดยเราดูแลสุขภาพแบบองค์รวม คือการตั้งเป้าหมายและวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์และคู่สามีภรรยา รวมถึงดูว่าสามีภรรยาคู่นั้นๆ ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง เพื่อให้มีสุขภาพดีที่สุด ถือเป็นการดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะส่งผลระยะยาวไปจนถึงช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด

ไลฟ์สไตล์ช่วงท้อง

ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน การย่อยอาหาร การขับถ่าย หรือความสมดุลร่างกาย ซึ่งเกิดจากขนาดตัวของลูกในครรภ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คุณแม่ประสบปัญหา เช่น ความปวดเมื่อย ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก อีกทั้งอารมณ์ของคุณแม่ ซึ่งแปรปรวนและหงุดหงิดง่ายในช่วงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก ดังนั้นคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงคุณพ่อและคนรอบข้างก็ควรทำความเข้าใจและให้กำลังใจกัน

ส่วนการดูแลของเราช่วงระหว่างท้อง เราจะมีคลาสสอนคุณแม่ เพื่อให้คำแนะนำว่าในแต่ละไตรมาสของการท้องนั้น อะไรที่ควรทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ รวมถึงวิธีเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันคลอด นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เพราะกล้ามเนื้อหลังเล็กไม่เคยแบกรับน้ำหนักแบบนี้มาก่อน นักกายภาพจึงเข้ามาช่วยรักษา โดยใช้ทั้งเครื่องมือและเทคนิคทางกายภาพบำบัด รวมถึงให้คำแนะนำในการจัดท่าทางของร่างกาย เพื่อผ่อนคลายการทำงานของกล้ามเนื้อในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง หรือในกรณีที่แม่บางคนเป็นเบาหวานขณะท้อง แพทย์จะส่งต่อให้นักโภชนาการช่วยปรับพฤติกรรมการกิน แต่ถ้าระหว่างทางแม่เกิดภาวะครรภ์เสี่ยงสูง เช่น โรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูง โรคไต ครรภ์เป็นพิษ สูติแพทย์ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ และกุมารแพทย์ทางด้านทารกแรกเกิดจะให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิดไปจนถึงหลังคลอด และในทุกๆ เดือนสูติแพทย์จะนัดเข้ามาพูดคุย เพื่อให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาตามที่แม่แต่ละคนพบเจอ

ความสมบูรณ์แบบในวันคลอด

ไม่ว่าจะเลือกคลอดด้วยวิธีใด ทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมดูแลให้การคลอดปลอดภัย และไม่ลืมการสร้างสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ดังนั้นในวันที่ลูกคลอดออกมาจากท้องแม่ ทีมหมอและพยาบาลที่ดูแลแม่และทีมหมอและพยาบาลที่ดูแลลูกจะทำงานร่วมกัน เพื่อให้แม่ลูกสร้างสายสัมพันธ์ โดยจะให้ลูกดูดนมเเม่ทันที ซึ่งวินาทีแรกที่แม่เจอหน้าลูก นั่นคือรักแรกพบ เป็นโมเม้นต์แห่งความประทับใจที่ได้พบหน้ากันครั้งแรก หลังจากที่รอคอยจะพบหน้าลูกมาตลอด 9 เดือน 

แต่ถ้าเกิดภาวะฉุกเฉินในวันคลอด เราก็มีห้องฉุกเฉินที่เตรียมพร้อมสำหรับทำการผ่าตัดได้ทันที ซึ่งนอกจากอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับแม่ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลทารกแรกเกิดโดยทั่วไป เช่น เครื่องช่วยหายใจ ตู้อบสำหรับทารกแรกเกิด เครื่องเฝ้าติดตามการทำงานของสัญญาณชีพแล้ว เรายังมีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการดูแลทารกอาการวิกฤติโดยเฉพาะ เช่น เทคโนโลยีในการตรวจวัดผลเลือดสำหรับทารก เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด เครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูง เพราะเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลูกและแม่ต้องปลอดภัยในทุกระดับ และหากทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกแรกเกิดมีความผิดปกติ ทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการอบรมเฉพาะทางจากแผนกบำบัดพิเศษทารกแรกเกิด จะให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การให้นมแม่หลังคลอด

ร่างกายของคุณแม่จะผลิตฮอร์โมนเพื่อสร้างน้ำนม เมื่อนำลูกมาดูดนมจากเต้าทันทีหลังคลอด ดังนั้นช่วงแรกจำเป็นต้องฝึกฝนและเรียนรู้ โดยให้ลูกดูดนมบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม อีกทั้งคุณแม่บางท่านอาจเจอกับปัญหาหัวนมแตก ท่อน้ำนมตัน น้ำนมเยอะเกินไป หรือติดเชื้อจนไข้ขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สามารถช่วยจัดการได้ เช่น การนวดกระตุ้นเปิดท่อน้ำนมโดยนักกายภาพบำบัด หรือการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจเช็กกรณีท่อน้ำนมตัน 

นอกจากนี้เรายังสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวหลังคลอด อย่างน้อย 6 เดือน โดยคลินิกนมแม่ ซึ่งมีพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการอบรมเฉพาะทาง ให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณแม่ เพื่อฝึกทักษะการให้นมแม่อย่างถูกต้อง หรือให้คำแนะนำและช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหาน้ำนมน้อย น้ำนมไม่พอ หรือปัญหาเกี่ยวกับเต้านมและหัวนม เช่น เต้านมคัด เต้านมอักเสบ หัวนมเจ็บ

การคลอดของคุณแม่กุ๊บกิ๊บที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

คุณกุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ ชี เป็นคุณแม่ลูกสอง ซึ่งคลอดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สำหรับตอนท้องแรก น้องเป่าเปา ช่วงที่ยังไม่มีโรคโควิด-19 เธอใช้ชีวิตอย่างปกติ สามารถทำงาน ทำกิจกรรมนอกบ้านได้ และดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของคุณหมอ ทำให้ขนาดตัวของทั้งแม่และลูกพอดี เมื่อถึงช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม ก็เจ็บท้องคลอดตามธรรมชาติ ไม่มีปัญหาอะไร เรียกว่าคลอดง่าย  

แต่สำหรับท้องสอง น้องเป่าเป้ย์ ซึ่งเพิ่งคลอดไม่นานนี้ ด้วยสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทำให้คุณแม่กุ๊บกิ๊บจำเป็นต้องอยู่บ้าน ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรม ขณะที่ลูกในครรภ์ก็โตวันโตคืน เมื่ออายุครรภ์ได้ 40 สัปดาห์แล้ว ปากมดลูกก็ยังไม่เปิด ไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บท้องเลย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงทำงานร่วมกับคุณแม่ ด้วยการให้คำแนะนำต่างๆ เช่น ให้คุณแม่พยายามเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ ส่วนคุณหมอก็กระตุ้นปากมดลูกโดยไม่ใช้ยา พอทำงานร่วมกันเป็นทีม คุณแม่ก็เจ็บท้อง แต่คราวนี้ไม่คลอดง่ายเหมือนตอนท้องแรก คุณหมอจึงต้องช่วยด้วยการบล็อกหลัง ซึ่งในที่สุดทุกอย่างก็ราบรื่น สำเร็จตามเป้าหมายที่คุณแม่อยากคลอดธรรมชาติ โดยได้รับการช่วยเหลือจากคุณหมออย่างถูกต้อง 

เราดูแลแบบองค์รวม คือดูแลทั้งคุณแม่และคุณพ่อ โดยช่วยวางแผนการใช้ชีวิต ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ช่วงคลอด และหลังคลอด ซึ่งก่อนจะมาถึงรักแรกพบในห้องคลอดนั้น เรามีทีมงานที่ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนที่จะถึงวันสำคัญ เราให้คุณพ่อมาอยู่ดูแลคุณแม่ตลอดในช่วงเวลาของการคลอด เรามีพยาบาลที่คอยช่วยเหลือคุณแม่ตั้งแต่การเตรียมตัวอยู่ในห้องพักจนกระทั่งคลอดลูกออกมา เรามีสูติแพทย์ที่มีความชำนาญการและประสบการณ์ในการทำคลอดมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ทุกการคลอดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  และเรามีกุมารแพทย์ที่ช่วยส่งเสริมให้แม่และลูก skin to skin ทันทีหลังคลอด เพราะรางวัลยิ่งใหญ่ที่จะได้รับ คือความทรงจำไม่รู้ลืมในวันแรกที่แม่เจอหน้าลูก เป็นรักแรกพบที่จะจดจำไปชั่วชีวิต ดังนั้นทุกคนจึงทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายสำคัญเดียวกัน คือความปลอดภัยสูงสุดของแม่และลูก แต่การดูแลของพวกเราไม่ได้จบลงแค่ในวันคลอดลูกเท่านั้น แต่เรายังติดตามสุขภาพของทุกคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีตลอดไป

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!