เวลาคุณภาพของเวิร์คกิ้งมัมหน้าหวาน เปเป้ – วาริธร กันท์ไพบูลย์ จัดการเป๊ะปัง ทั้งธุรกิจและครอบครัว

เปเป้-วาริธร กันท์ไพบูลย์ ได้ชื่อว่าเป็น ‘เวิร์คกิ้งมัม’ ที่มีความสามารถบริหารจัดการเวลาทุกองศาของชีวิต ทั้งการทำธุรกิจและดูแลครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะกับลูกสาวคนแรก น้องไอรา ที่เธอตั้งใจมอบเวลาที่มีคุณภาพและสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเขา…

“ยอมรับว่าหลังจากแต่งงานแรกๆ ชีวิตเป้ไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไหร่ เพราะเราก็ยังเป็นดีไซเนอร์ ทำเสื้อผ้าแบรนด์ Varithorn Boutique ขายสาวๆ ในประเทศและส่งออกไปขายที่ต่างประเทศด้วย รวมถึงการต่อยอดแพชชั่นส่วนตัว ไปยังการขยายทำธุรกิจใหม่ๆ

“แต่หลังจากมีลูกสาว น้องไอราอายุเกือบ 3 ขวบ ทำให้ชีวิตเป้เปลี่ยนไปมาก คือ แทนที่จะเอาตัวเองเป็นหลักตอนนี้กลายเป็นว่าเอาลูกเป็นหลัก ด้วยความที่เราเป็นห่วงเขาว่าจะนอนหรือยัง ลูกจะหิวไหม หรือเขาจะกินอะไร จะเล่นกับใคร เพราะฉะนั้นเวลาทุกวินาทีของเราจะทุ่มเทเพื่อลูก

“ทุกวันนี้ตื่นเช้ามา 7 โมง เป้ต้องดูแลทำอาหารเช้า ทานเสร็จเป้จะไปส่งเขาที่เนิร์สเซอรี่ จากนั้นเป้จึงจะมีเวลาว่างสามชั่วโมงที่สามารถไปทำงาน นัดประชุม หรือทำธุระของเราให้เสร็จภายในสามชั่วโมงนี้เพราะหลังจากนั้นต้องไปรับลูกกลับมาส่งบ้าน เพื่อให้เขามาทานข้าวที่บ้าน ก่อนจะถึงเวลานอนประมาณ 2-3 ชั่วโมง เราถึงออกไปทำงานต่อ ตกเย็นค่อยกลับบ้านมาเล่นกับลูก ก่อนส่งเข้านอน เพราะฉะนั้นเป้จะมีเวลาส่วนตัวและเวลาทำงานตอนลูกเรียน และช่วงนอนกลางวันของเขา

“การบริหารเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เป้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพ ซึ่งในมุมมองของเป้กับสามี (คุณเอี่ยม พิพัฒน์ชูเกียรติ) คิดตรงกันว่าพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตมีส่วนสำคัญในการสร้างเวลาที่มีคุณภาพสำหรับครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้ากันทำกิจกรรมร่วมกัน หรือการได้มองไอราวิ่งเล่นซุกซนอย่างอิสระ ถือเป็นช่วงเวลาที่แฮปปี้ที่สุด ยิ่งช่วงนี้ไอราชอบเที่ยวสวนสัตว์เกือบทุกเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นซาฟารีเวิลด์ สวนสัตว์เขาเขียว ประมาณว่าขับรถเช้าไปเย็นกลับก็ยอม เพราะนี่แหละคือ Family Time ที่มีค่าที่สุดของคนเป็นพ่อ-แม่เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นรอยยิ้มและพัฒนาการของเขาที่เติบโตขึ้นทุกวัน

“ดังนั้นสิ่งที่เลือกให้ลูกต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งที่พ่อแม่อย่างเราจะทำได้ คือ การเลือกให้เขาเติบโตในพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัยที่สุด เป้ไปดูโรงเรียนนานาชาติมาหลายแห่ง เพราะอยากให้เขาได้ภาษาอังกฤษ แต่ก็อยากให้เขาได้เรียนร่วมกับเด็กไทยด้วย เพื่อจะได้มีสังคมกับเพื่อนที่เป็นคนไทยบ้าง เพราะสมัยเป้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯ มีแต่เพื่อนฝรั่งพอเรียนจบเขากลับประเทศหมดเหลือเราคนเดียว ทำให้มีเพื่อนน้อย เพิ่งมาได้เพื่อนใหม่ตอนเรียนสถาปัตย์จุฬาฯ ซึ่งพอมาดูโรงเรียน Shrewsbury International School แล้วชอบ เพราะมีทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติ บรรยากาศโรงเรียนก็ดี ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา เน้นให้เด็กทำกิจกรรมกีฬาซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กชอบ

แต่การที่เด็กเล็กๆ ต้องเดินทางไกลเพื่อมาโรงเรียน โดยที่เขาต้องนั่งในรถทั้งไปและกลับ เท่ากับเป็นการไปตัดสิทธิ์ในการเล่นสนุกของเขากับเพื่อนๆ รวมถึงเวลาที่เขาจะได้มีจินตนาการในการเล่นทำให้เป้เริ่มมองหาบ้านที่ใกล้โรงเรียน เพื่อลูกจะได้มีเวลาทำสิ่งที่ชอบมากขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยกับการนั่งรถนานๆ ก็ได้มาเจอคอนโดมิเนียม RHYTHM Charoenkrung Pavillion ตอบโจทย์เป้และสามีมากเพราะโรงเรียน Shrewsbury International School อยู่ตรงข้าม แค่ข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว และที่สำคัญเราสามารถมองวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองได้อย่างสวยงาม ที่ทำงานสามีเป้ก็อยู่แถวนี้ ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางของเราได้มาก

ในสายตาของพ่อแม่ จะรู้เลยว่าสถานที่ไหนที่ออกแบบมาและคิดเผื่อถึงโลกของเด็กๆ ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน พัฒนาการการเติบโต รวมไปถึงการเล่นซนได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ยังปลอดภัยที่เรากล้าจะปล่อยมือลูกของเรา และให้เขาได้วิ่ง ได้เล่นอย่างอิสระที่สุด ซึ่งที่นี่ที่เขาใช้แนวคิด The Luxury Gated Community มาเป็นแกนในการออกแบบโดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งพาวิลเลี่ยนและสนามหญ้าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็ก ที่เหมือนเป็นแนวรั้วธรรมชาติ ใครที่มีลูกเล็กที่นี่จะมีสนามหญ้าและสนามเด็กเล่นที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติและต้นไม้สีเขียว ช่วยส่งเสริมจินตนาการและพัฒนาการของเด็ก รวมถึงการออกแบบให้มีฟังก์ชั่นที่เอื้อต่อการที่พ่อ-แม่สามารถทำงานหรือประชุมงานได้ พร้อมกับมองเห็นลูกเล่น เรียน หรือใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ ได้ด้วย ใครอยากมาติวหนังสือหรือทำงาน ก็สามารถแชร์พื้นที่ได้อย่างค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีบรรยากาศน่านั่งช่วยให้เกิดไอเดียใหม่ๆ

“ทำให้เป้กับสามีคิดว่า การมีพื้นที่ส่วนกลางดีๆ แบบนี้แหละ ที่จะช่วยให้ชีวิตครอบครัวเราลงตัว สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ และมั่นใจได้ว่าทุกคนในครอบครัวปลอดภัยในทุกนาทีของการใช้ชีวิต

“เป้มองว่าความปลอดภัยของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือผู้คนรอบตัว เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าพลาดอะไรไปไม่คุ้มเลย ดังนั้น การที่มีพื้นที่ส่วนกลางที่คำนึงถึงความปลอดภัยโดยเฉพาะของเด็กเล็ก แต่ยังสามารถบาลานซ์ความต้องการของทุกคนและทุกวัยในครอบครัว จึงเท่ากับเป็นการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเป็นพ่อ-แม่ที่มีลูกเล็กๆ ทำให้เรามีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น

ถ้าถามว่าเวลาคุณภาพของครอบครัวเป็นอย่างไร สำหรับเป้คือการทำทุกวันให้ดีมีเวลาดูแลตัวเอง แบ่งเวลาระหว่างงานและครอบครัวให้ถูกต้อง เพราะชีวิตครอบครัวเป็นสิ่งที่มีค่าและสำคัญมาก ไม่ว่าจะสามีหรือลูก หรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่เราเอง

“การที่ทุกคนรักกันอยู่ด้วยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ซึ่งเป้ก็หวังว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันไปนานๆมีเวลาให้ซึ่งกันและกันตลอดไป”

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของแฟล็กชิฟลักชัวรีคอนโดมิเนียม วิวพาโนรามาของโค้งน้ำเจ้าพระยา โครงการล่าสุดโดย เอพี (ไทยแลนด์) กับ RHYTHM Charoenkrung Pavillion  ในทำเลสุดไพร์มเพียง 100 เมตร ถึงโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ห้องชุด 1 ห้องนอน (35 ตร.ม.) ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท พร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการ 7 – 8 มีนาคมนี้ ณ Sales Gallery โครงการ RHYTHM Charoenkrung Pavillion ลงทะเบียนทาง apthai.com รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท

keyboard_arrow_up