4 นักสร้างสรรค์ รวมพลังแบ่งปันโอกาสแก่เยาวชนกลุ่มเสี่ยงในโครงการ Navigating Happiness

การแบ่งปันโอกาสเป็นสิ่งสำคัญ และช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่มักถูกมองข้าม ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขาอาจเป็นเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ เพียงรอการหยิบยื่นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เพื่อจุดประกายเป้าหมายในชีวิต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น

AP THAILAND (เอพี ไทยแลนด์) เห็นถึงความสำคัญของการแบ่งปันโอกาส เพื่อสร้างพื้นที่ชีวิตให้กับน้องๆ เยาวชนกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส จึงร่วมมือกับมูลนิธิ SATI (สติ) ที่ให้ความช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย มาตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี  ในการจัดทำโครงการ Navigating Happiness ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พื้นที่ที่ดีที่สุด คือพื้นที่ที่เราแบ่งปันโอกาสให้ใครอีกคน” เพื่อมอบโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัสความสุขในการทำสิ่งที่รัก และที่สำคัญคือเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองในทักษะเฉพาะทาง ซึ่งน้องๆ เยาวชนสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต ด้วยการเชิญครูอาสาสมัครชื่อดัง 4 ท่าน มาร่วมแบ่งปันเทคนิคในการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ให้กับน้องๆ เยาวชน

ครูอาสาสมัครท่านแรกคือ “เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ” เชฟระดับแชมป์ Top Chef Thailand คนแรกของประเทศไทย ซึ่งนำประสบการณ์ระดับอินเตอร์มาเปิดโลกและเปลี่ยนวิธีคิดในการปรุงอาหาร ทำให้น้องๆ เห็นว่าวัตถุดิบที่อยู่ตรงหน้าสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรได้มากกว่าที่คิด โดยเชฟตามเล่าเสริมว่า “การที่เราไปสอนน้องๆ เราควรเข้าไปอย่างเปิดใจ และไม่คาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ เพราะเมื่อเราเข้าใจสถานการณ์ของเขาจริงๆ ว่าพวกเขาต้องเจออะไรมาบ้าง และสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อความอยู่รอด มันเลยทำให้ตามคิดเพียงว่าเราสามารถทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะช่วยน้องๆ ได้หาความสุข แม้มันจะเป็นอะไรที่เล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่า ซึ่งการที่เราตั้งใจนำสิ่งที่เรารักเข้าไปสอนนั้น อยากให้เขารู้ว่าสามารถทำเพื่อเลี้ยงชีพของตัวเองได้ หรือในช่วงเวลาหนึ่งให้เขาได้มีสมาธิและจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สร้างสรรค์ ซึ่งทุกครั้งที่มาสอน ตามสังเกตเห็นว่าน้องๆ ภูมิใจในผลงานของตัวเอง เราก็รู้สึกดีและอิ่มใจไปด้วย ตามก็พยายามทำให้ดีที่สุดในจุดที่เราสามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งวันนี้เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนที่อยากช่วยน้องๆ ผ่านแคมเปญนี้ได้เลยค่ะ”

ครูอาสาสมัครท่านต่อมาคือ “คุณเป้-บดินทร์ เจริญราษฎร์” หรือ “เป้ MVL” นักร้องและนักแต่งเพลงผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี ซึ่งนำทักษะด้านดนตรีมาถ่ายทอดเพื่อสร้างแพสชั่นในการขับเคลื่อนชีวิตให้กับน้องๆ โดยคุณเป้พูดถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งโครงการนี้ว่า  “ผมดีใจนะ ที่เขาได้มาเจอกับดนตรีก่อนที่จะไปเจอสิ่งเร้าอย่างอื่น เพราะผมเชื่อว่าพวกเขาทุกคนสามารถเป็นคนดีได้ ถ้าได้รับการขัดเกลา และถูกชี้แนะไปในทางที่ถูกต้อง เพียงแค่เราต้องใส่ Mindset ที่ถูกต้องให้เขาไป ว่าต้องเลือกในทางที่ดี บอกให้เขารู้ว่าตัวเขามีพรสวรรค์ มีความสามารถ เหมือนมาจุดไฟให้เขา และสนับสนุนในสิ่งที่เขามีอยู่ตอนนี้ บวกด้วยพรแสวง และโอกาสที่เราหยิบยื่นให้ ซึ่งเราอาจได้กระบอกเสียงใหม่ของเมืองไทย ได้อะไรบางอย่างที่ส่งผลต่อสังคมในวันข้างได้”

ครูอาสาสมัครท่านที่สามคือ “ครูอู๋-เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี” และทีมจาก D-Dance School ผู้อยู่เบื้องหลังท่าเต้นของศิลปินชื่อดังมากมาย ซึ่งนำทักษะในวิชาชีพของตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยครูอู๋กล่าวว่า “ครูเชื่อว่าการศึกษาในเชิงศิลปะ มันสามารถเยียวยาด้านจิตใจ รวมถึงสร้างคุณค่าในตัวพวกเขาได้ ซึ่งการเอาวิชาแดนซ์เข้าไปสอน นอกจากต้องสร้างกลไกให้พวกเขารู้สึกสนุกแล้ว เราต้องทำให้เขารู้ว่าความสามารถนี้มันแปลงเป็นเงินเพื่อเลี้ยงดูชีวิตเราได้ และถ้าครูสามารถพูดแทนน้องๆ ได้ ก็อยากให้มีพื้นที่ของการให้โอกาสซึ่งกันและกัน มีกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กๆ เหล่านี้ได้แสดงออก เพื่อสร้างการยอมรับจากสังคม และอยากให้พัฒนาการศึกษา เพราะมันจะช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็กทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้เด็กๆ เกิดสติปัญญา และความเป็นตัวเองที่พวกเขาจะสามารถภูมิใจได้”

สำหรับครูอาสาสมัครท่านสุดท้ายคือ “คุณชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร” ช่างภาพหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในวงการช่างภาพไทย ซึ่งนำทักษะด้านการถ่ายรูปมาแบ่งปันให้กับน้องๆ เพื่อให้พวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น ทั้งนี้คุณชัชกล่าวว่า “จุดประสงค์ของเรา ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนชีวิตใคร เราแค่เข้าไปบอกว่าโลกนี้มันยังมีทางเลือกอีกมากมายให้พวกเขาเลือกเดิน เพื่อให้น้องๆ ได้เห็นคุณค่าของตัวเอง เห็นว่าตัวเองก็มีพรสวรรค์ มีความสามารถ และเขาไม่ใช่คนที่สังคมทอดทิ้ง หรือคนที่ถูกผลักไปอยู่ในมุมที่มืดที่สุด ซึ่งการถ่ายภาพเล่นๆ จากมือถือ มันสามารถสร้างอาชีพ สร้างอนาคตได้จริงๆ ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปสอน มันทำให้เราเข้าใจถึงประโยคที่ว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ แต่สำหรับน้องๆ โอกาสที่เขาจะเลือกได้ว่าอยากจะเป็นอะไรแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ และถ้าวันนี้เราหยิบยื่นโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โอกาสที่จะมีพื้นที่ในสังคมให้เขา เขาก็จะพอมองเห็นทางเลือกให้ตัวเองประกอบอาชีพที่ดี ที่ไม่สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายได้”

นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Navigating Happiness ในการช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสได้ ด้วยการโพสต์รูปตัวเองกับสัญลักษณ์รอยยิ้มบนมือลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมติด #NavigatingHappiness และตั้งค่าเป็นสาธารณะ ซึ่งทุกๆ โพสต์ AP THAILAND จะมอบเงินบริจาค 50 บาท โดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้กับโครงการ Navigating Happiness และมูลนิธิ SATI โดยทุกคนสามารถร่วมแบ่งปันความสุขและส่งต่อรอยยิ้มเพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการนำผลงานของเหล่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมาจัดแสดงในวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2562 ภายในงาน Bangkok Design Week 2019 อีกด้วย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Navigating-Happiness.com

keyboard_arrow_up