แบบนี้ก็มีด้วย ! เครื่องแต่งกายต้องห้าม รู้ไว้ไม่ผิดกฎ

จริงอยู่ว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้นเป็นของเรา แต่คนเราจะแต่งกายตามใจตัวเองไปเสียทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้เพราะแต่ละแห่งเขาก็มีกฎกติกามารยาทที่เราต้องยอมรับ แม้จะไม่เห็นด้วยก็เถอะ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ รู้ไว้ไม่เสียหาย จะได้ไม่เผลอไปใส่ให้ผิดกฏกันนะจ๊ะ

เครื่องแต่งกายต้องห้าม

เครื่องแต่งกายต้องห้าม

รองเท้าส้นสูง (ประเทศกรีซ)

อู่อารยธรรมตะวันตกอย่างกรีซนั้น เต็มไปด้วยโบราณสถานอายุกว่า 2,000 ปี ซึ่ง ผ่านกาลเวลามายาวนานและเสี่ยงต่อการ ผุพัง อีกทั้งทุกวันนี้ยังต้องเจอกับคลื่นของ นักท่องเที่ยว ซึ่งผู้หญิงหลายคนก็ดันสวม รองเท้าส้นสูงเข้ามาเสียด้วย

ทางการกรีซเขาว่าโบราณสถานบางแห่ง ในแต่ละปีจะมีการจัดงานแสงสีเสียง จึงมี นักท่องเที่ยวห่วงสวยสวมรองเท้าส้นสูงแบบที่ เรียกว่าส้นเข็มเข้ามาร่วมงานมากมาย โดยเขา ว่ารองเท้าแบบนี้ตรงส้นแหลมจะมีแรงกดต่อ ตารางนิ้วมากกว่า 2,000 กว่ากิโลกรัม ซึ่งสร้าง ความเสียหายโดยตรงต่อพื้นผิวโบราณสถาน อันเปราะบาง

ด้วยเหตุนี้ทางการกรีซเขาจึงพยายาม รณรงค์สร้างความเข้าใจ และสั่งห้ามนักท่องเที่ยว ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงเข้ามาเหยียบย่ำในโบราณ- สถานอันล้ำค่าโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้รองเท้าส้นสูงยังเป็นรองเท้า ต้องห้ามสำหรับสวมใส่ไปทำงานในรัฐบริติช โคลัมเบีย ซึ่งเป็นรัฐทางตะวันตกของแคนาดา โดยรัฐบาลท้องถิ่นเขาเห็นว่าการที่นายจ้างบังคับ ให้ลูกจ้างหญิงสวมใส่รองเท้าส้นสูงถือเป็นการ เลือกปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและ ความปลอดภัยของผู้สวมใส่ เพราะเสี่ยงต่อ การบาดเจ็บจากการลื่นหรือหกล้ม รวมทั้งอาจ กระทบกระเทือนต่อเท้า ขา และหลัง

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเขาจึงแก้ไขกฎหมาย แรงงานเสียใหม่ เพื่อเอาผิดทางกฎหมายกับ นายจ้าง หากไปบังคับหรือกดดันให้ลูกจ้างหญิง ต้องสวมใส่รองเท้าส้นสูงมาทำงาน

เครื่องแต่งกายต้องห้าม

ชุดชั้นในผ้าลูกไม้ (ประเทศรัสเซีย,คาซัคสถาน,เบลารุส)

ชุดชั้นในผ้าลูกไม้นั้นถึงแม้ผู้หญิง ใส่แล้วจะดูเซ็กซี่เร้าอกเร้าใจยังไงก็ตามที แต่ดูเหมือนว่าทางการรัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุสกลับสนใจเรื่องสุขภาพของ ผู้สวมใส่มากกว่า จึงจัดการแบนชุดชั้นใน ผ้าลูกไม้มาได้หลายปีแล้ว

สหภาพศุลกากรที่ทำงานร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ ได้ออกกฎข้อบังคับว่า ชุดชั้นในจะต้องมี เส้นใยคอตต้อนผสมอยู่ไม่น้อยกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ชุดชั้นในผ้าลูกไม้มีเพียง 3 – 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเขาว่าไม่ดีต่อ สุขภาพผิว เพราะถ่ายเทอากาศได้ไม่ดี และ ยังช่วยดูดซับความชื้นได้ไม่ดีพออีกด้วยด้วย

เหตุนี้เขาจึงออกคำสั่งห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายชุดชั้นใน ผ้าลูกไม้โดยเด็ดขาด ซึ่งทำให้ ผู้หญิงที่อยากเซ็กซี่กับชุดชั้นใน ผ้าลูกไม้ออกมาชุมนุมประท้วง กันใหญ่โตอยู่พักหนึ่ง

สรุปสุดท้ายได้ว่า ถ้าคุณผู้หญิงที่อยู่ใน 3 ประเทศข้างต้นมีชุดชั้นใน ผ้าลูกไม้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะ ซื้อหามาจากนอกประเทศ หรือไปได้มาจากที่ไหน ก็ตาม แล้วนำมาสวมใส่ก็ ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอก เพียงแต่หากคุณจะซื้อหา ชุดชั้นในผ้าลูกไม้ใน ร้านรวงหรือห้างสรรพสินค้า ของที่นั่นก็บอกได้เลยว่า ไม่มีขาย อย่างแน่นอน

กางเกงเลกกิ้ง (ประเทศการ์ต้า)

มหกรรมฟุตบอลโลกจะจัดขึ้นที่รัสเซียในปีนี้ แต่ถัดไป อีก 4 ปีข้างหน้าเจ้าภาพคือกาตาร์ หนึ่งในชาติเศรษฐีอาหรับ ซึ่งถึงแม้จะยังอีกหลายปี แต่ทางการที่นั่นได้เริ่มรณรงค์ให้ นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงคุณค่าและวัฒนธรรมของเขาแล้ว อย่าง เรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว เขาชี้เจาะเลยว่ากางเกงเลกกิ้ง หรือกางเกงผ้ายืดแนบเนื้อนั้นไม่สุภาพ ผู้มาเยือนไม่สมควร สวมใส่เดินไปไหนมาไหนในบ้าน ของเขาอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้เมื่อปีกลาย สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ของมะกันยังแบนผู้โดยสารที่นุ่ง กางเกงเลกกิ้งไม่ให้ขึ้นเครื่อง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรม ด้วยว่านั่นเป็นความจริงเพียง ครึ่งเดียว โดยยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส เขาชี้แจงว่า สั่งห้ามมิให้สองสาว วัยรุ่นนุ่งกางเกงเลกกิ้งขึ้นเครื่องจริง เพราะพวกเธอทั้งสองนั้นใช้ตั๋ว เครื่องบินในโควตาของพนักงาน ซึ่งถึงแม้พวกเธอจะไม่ใช่พนักงาน แต่เมื่อใช้ตั๋วพนักงานก็จะต้อง ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับเรื่องการ แต่งตัว นั่นรวมถึงการห้ามใส่ กางเกงเลกกิ้งด้วย

และไม่เพียงแต่สายการบิน เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เด็กนักเรียนมะกันนั้นค่อนข้างจะมีเสรีภาพ ในการแต่งกายมากพอสมควร แต่โรงเรียนบางแห่งกลับออก คำสั่งห้ามนักเรียนหญิงนุ่งกางเกงเลกกิ้งมาโรงเรียน รวมถึง ยีนรัดรูปและกางเกงโยคะด้วย โดยยกเหตุผลว่ากางเกง แนบเนื้อที่เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งนั้นมันดึงดูดสายตาของเด็ก นักเรียนชาย หรือแม้กระทั่งคุณครูผู้ชาย จนพวกผู้ชายอาจจะ ไม่เป็นอันทำอะไร

กางเกงขายาว (ประเทศซูดาน)

ผู้หญิงนุ่งกางเกงขายาวนั้น ถ้าว่ากันตามตรงก็ดูจะปกปิดมิดชิดดีอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมว่า นั่นก็ยังไม่วายกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายอาญาในประเทศซูดานจน ได้ ซึ่งตามมาตรา 152 ของเขาระบุว่า โปลิสสามารถจับกุมใครก็ได้ทั้งชายหญิง หากเห็นว่าแต่งตัวรบกวนหรือขัดหูขัดตาต่อความรู้สึกของสาธารณชน

หนึ่งในนั้นคือการที่ผู้หญิงนุ่งกางเกงขายาว เพราะผู้หญิงซูดานปกติ จะสวมใส่เสื้อคลุมยาวปกปิดทั้งตัว อย่างล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้วมีหญิงสาว นุ่งกางเกงขายาว 24 นางโดนตำรวจบุกเข้าจับกุมในงานปาร์ตี้กลางกรุงคาร์ทูม อันเป็นเมืองหลวง ซึ่งหากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง พวกเธอจะถูกลงโทษ ด้วยการโบยคนละ 40 ที และปรับเป็นเงินอีกหลายพันบาท

นี่ขนาดกางเกงขายาวที่ขาอ่อนไม่ได้เห็นยังมีโทษทัณฑ์หนักหนาถึงเพียงนี้ ฉะนั้นถ้าเป็นกระโปรงสั้นเห็นเนื้อหนังหรือกระโปรงฟิตเปรี๊ยะเห็นส่วนโค้งเว้า คงไม่ต้องพูดถึงนัก สิทธิมนุษยชนที่นั่นฟ้องชาวโลกว่า กฎหมายอาญาว่าด้วยเรื่องการ แต่งกายนี้ตราขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ทำให้แต่ละปีมีผู้หญิงถูกจับลงโทษด้วย ข้อหาแต่งกายอันเป็นที่น่ารังเกียจนี้หลายหมื่นคน พร้อมติติงว่านี่เป็นกฎหมาย ที่เนื้อหากว้างมาก และให้เป็นวิจารณญาณของตำรวจว่าจะจับหรือไม่จับ

กางเกงหลุดก้น (ประเทศสหรัฐอเมริกา)

แฟชั่นวัยรุ่นบางทีก็เข้าใจยากอยู่เหมือน กันว่าสวย หล่อ หรือเท่ตรงไหน อย่างการ ใส่กางเกง Saggy Pants ซึ่งหมายถึงกางเกง ที่สวมใส่ในแบบเอวต่ำมาก ๆ หรือที่เรียกกันว่า หลุดก้น ซึ่งถ้าไม่โชว์ให้เห็นร่องก้นก็ต้องได้เห็น กางเกงในอยู่ดี

ล่าสุดสมาชิกสภานิติบัญญัตินายหนึ่ง ในรัฐเซาท์แคโรไลนาของสหรัฐอเมริกาคง ไม่เข้าใจเหมือนกัน และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะ ทำให้วัยรุ่นได้รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเสนอร่างกฎหมายเอาผิดผู้ที่สวมใส่กางเกง เอวต่ำกว่ากระดูกสะโพกลงไป 3 นิ้ว โดยเผย ร่องก้นหรือกางเกงในในที่สาธารณะ

หากร่างที่เขาเสนอผ่านเป็นกฎหมาย ออกไป นับจากนั้นหากใครใส่กางเกงหลุดก้น เป็นได้โดนจับปรับ โดยถ้าเป็นครั้งแรกจะถูก ปรับเงินทันทีเกือบ 800 บาท และหากโดนจับ ครั้งที่สองก็จะโดนปรับเพิ่มเป็นเงินราว ๆ 1,500 บาท หรือทำงานบริการสังคม 3 ชั่วโมง ส่วนครั้ง ที่สามรวมถึงครั้งต่อ ๆ ไปจะโดนปรับเป็นเงิน 2,300 บาท หรือทำงานบริการสังคม 6 ชั่วโมง

ภาพและเรื่อง : นิตยสารแพรว ฉบับ 927

keyboard_arrow_up