เที่ยว KRAKO’W เมืองเก่า…ที่น่า (หลง) รัก (ตอนที่2)

เที่ยว KRAKO’W เมืองเก่า…ที่น่า (หลง) รัก (ตอนที่2)
เที่ยว KRAKO’W เมืองเก่า…ที่น่า (หลง) รัก (ตอนที่2)

ตระเวนท่องเมือง

หนีจากความหดหู่กลับเข้าสู่เมืองคราเคากันดีกว่า เราโบกมือลาคุณน้าชาวโปลกันตรง Market Square เข้าที่พักเอาของไปเก็บ แล้วออกมาเดินเล่นชมเมืองในตอนเย็นอีกที ฉันว่าผังเมืองคราเคาสวยดีเพราะมีจัตุรัสกลางเมืองใหญ่ที่สุดในยุโรป เปรียบเหมือนไข่แดงที่ถูกล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะเพลนตี การ์เด้น (Plenty Gardens) สีเขียวเป็นกำแพงธรรมชาติ มี ปราสาทวาเวล (Wawel) ที่เดินถึงกันได้มี แม่น้ำวิสตูลา (Vistula River) ไหลผ่าน จะว่าไปที่นี่ก็มีทรัพยากรมั่งคั่งสวยงามไม่แพ้กรุงปรากในสาธารณรัฐเช็กเลย

7
มหาวิหารที่เป็นส่วนหนึ่งของปราสาทวาเวล

เช้าอีกวัน ฉันกางแผนที่เดินเล่น คนชอบตลาดเลยปักหมุดตรงไปที่ ฮาลา ทราโกวา (Hala Tragova) ตลาดท้องถิ่นที่คล้ายตลาดเวียดนามในชนบทของรัสเซีย จะว่าไปคนในประเทศแถบนี้ก็คงมีชีวิตประจำวันไม่ต่างกัน ขนาดศัพท์บางคำยังใช้ภาษารัสเซียเลย เราลองแวะชิมอาหารที่เขาว่าถ้ามาโปแลนด์ต้องลอง คือ เมนูเกี๊ยวต้มหรือพีโรกี (Pirogi) มีไส้ให้เลือกอย่างเนื้อ มันฝรั่ง และผัก นั่งชิมไปมองคนเดินไป เพลินดีหน้าร้านมีเก้าอี้ไว้นั่งพักขา เสื้อผ้าที่แขวนขายในร้านอารมณ์คล้ายประตูน้ำอยู่ (ฮา…) นาทีนั้นมีผู้หญิงวัยกลางคนลากรถเข็นสำหรับจ่ายกับข้าวมายืน แล้วควักแผงไข่ที่เอามาจากบ้านออกมาวางขายกันง่าย ๆ อย่างนั้นไข่มีอยู่ประมาณสองแผงเล็ก ๆ ถ้านับเป็นจำนวนเงินคงไม่ได้สักเท่าไหร่แต่ก็เป็นชีวิตเรียบง่าย น่าสนใจไปอีกแบบ ของสดที่นี่ถูกกว่าหลายประเทศในยุโรป ช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ร้านขายต้นไม้ ดอกไม้เยอะสวย ๆ ทั้งนั้น บางคนก็แบกมาไม่กี่กำ เล็งหาที่เหมาะได้ก็นั่งขายตรงป้ายรถเมล์หรือมุมว่างข้างถนน ขายหมดก็กลับบ้าน เป็นวิถีที่น่ารักเสียจริง

พ่อค้าขายภาพเขียนสวยๆ ตรงหน้ากำแพงเมืองเก่า
พ่อค้าขายภาพเขียนสวยๆ ตรงหน้ากำแพงเมืองเก่า

ฉันเดินลัดเลาะมาจนถึงย่านเก่าของชุมชนชาวยิว Kazimierz (Jewish District) แถบนี้มีร้านแอนทีคหลายร้าน ลองแวะเข้าไปดูเจอที่บดเมล็ดกาแฟทำด้วยไม้ผสมทองเหลือง แถมยังทาสีเหลืองอีกโอ้…เหลืองเต็มที่ สวยเก่าถูกใจ ราคาก็ไม่แพงมาก เลยซื้อแล้วแบกเดินเที่ยวไปทั่วเมือง ตึกเก่าที่นี่ดัดแปลงเป็นร้านกาแฟสวย ๆ เยอะ ระหว่างเดินเล่นเจอฝรั่งทั้งหญิงชายขับรถกอล์ฟแวะเวียนมาขายทัวร์ชมเมืองพอส่ายหน้าก็ลดราคาลงครึ่งหนึ่งทันที! แต่ฉันก็ปฏิเสธเพราะอยากเดินเองมากกว่า (จริง ๆ คือเสียดายเงิน)

ความสวย สงบ ในโบสถ์ย่านปาร์คโนวี
ความสวย สงบ ในโบสถ์ย่านปาร์คโนวี

เดินถึง ปาร์ค โนวี (Plac Nowy) ตลาดกลางแจ้งในชุมชนเก่า (ตลาดอีกแล้ว) วันนี้มีร้านขายของอยู่บางตา ลองถามราคากล้องมือสองของรัสเซีย ซึ่งถือว่าถูกมาก สำหรับคนที่นี่ กล้องคงเป็นของเหลือใช้ถึงได้เอามาแขวนขายกันเป็นพวงขนาดนี้ ฉันแค่เดินดูเพลิน ๆ ไม่ซื้ออะไรมีนักท่องเที่ยวเดินเรียงแถวตามไกด์ชมเมืองสิบกว่าคน เห็นแล้วน่าสนุกดีเหมือนกัน แกะรอยแผนที่มาเจอโบสถ์สวย Corpus Christi Churchเข้าชมข้างในได้ฟรี ที่นี่มีโบสถ์เยอะ เรียกว่าโบสถ์ชนโบสถ์แถมสวยไม่ซ้ำกัน สมกับที่ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก

โบสถ์เซนต์ แมรี่ บาสิลิกา
โบสถ์เซนต์ แมรี่ บาสิลิกา

บ่ายกว่าแดดร้อนแวะจิบกาแฟ กินไอศกรีมอิตาลี แล้วกางแผนที่เดินต่อ เดินข้ามแม่น้ำไปจนถึงเขตพอดกอร์เซ่ (Podgòrze) เพื่อไปดูโบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph’s Church) แต่เสียดายที่เข้าชมไม่ได้ทั้งผลักทั้งดันประตูก็เปิดไม่ออก เริ่มเมื่อยขาเลยซื้อตั๋วแบบ 20 นาทีขึ้นรถรางมาลงที่ปราสาทวาเวล (Zamek Wawelski – Wawel Royal Castle) มีนักท่องเที่ยวเดินกันคึกคัก ข้างบนมีร้านกาแฟให้นั่งอบแดดอยู่ใต้หลังคาผ้าใบ ฝรั่งนี่ช่างพิสมัยกับการอบไอแดดกันจริง ๆ

ด้านหน้าของโบสถ์เซนต์โจเซฟมองความสวยได้ไม่เบื่อ
ด้านหน้าของโบสถ์เซนต์โจเซฟมองความสวยได้ไม่เบื่อ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีได้ใช้ที่นี่เป็นที่พำนัก จึงทำให้รอดพ้นจากการถูกทำลาย ฉันเดินเล่นรอบปราสาท ช่วงนี้ดอกไม้กำลังบานบรรยากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวบางส่วนมายืนชมวิวแม่น้ำวิสตูลาจากบนนี้ กลับลงมาก็เย็นแล้ว เข้าที่พักก่อนออกมาเดินดูจัตุรัสในตอนค่ำซึ่งยิ่งคึกคัก ร้านอาหารมีคนเต็มเกือบทุกร้าน ตรงลานกว้างมีคนมานั่งตากอากาศ ร้องเพลงกันสนุกสนาน ฉันนั่งรับลมเย็น มองความคึกคักของผู้คนจนง่วง จึงเดินกลับไปนอนเอาแรงไว้วันรุ่งขึ้น

ยืนชมวิวแม่น้ำและเมืองคราเคาจากบนปราสาท
ยืนชมวิวแม่น้ำและเมืองคราเคาจากบนปราสาท

วันนี้ฉันมีเวลาถึงช่วงเย็นก่อนเก็บของไปขึ้นรถไฟ จึงใช้เวลาตอนเช้านั่งรถราง (Tram) ชมเมืองเล่น แล้วกลับมาเดินที่ Market Square ว่ากันว่าเป็นลานจัตุรัสใหญ่ที่สุดในยุโรป ตรงกลางเป็นอาคารเก่า (Cloth Hall) ใครอยากได้ของฝาก ของที่ระลึกก็หาได้ที่นี่ ฉันลองเดินดูเห็นมีพวกหินสี ตุ๊กตา แก้วกาแฟ เสื้อยืด แต่ราคาไม่เป็นมิตรกับกระเป๋าสักเท่าไหร่ ข้างอาคารเก่ามี Town Hall เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก (ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ)

Cloth Hall ที่ด้านล่างเป็นร้านขายของที่ระลึกด้วย
Cloth Hall ที่ด้านล่างเป็นร้านขายของที่ระลึกด้วย

ฉันซื้อตั๋วเข้าชมข้างใน โบสถ์เซนต์ แมรี่ บาสิลิกา (St. Mary’s Basilica) เผื่อว่ามีอะไรให้ดู ข้างในสวยดี แต่เจ้าหน้าที่สาวเหลือน้อย 2 คนคอยเดินตามกำชับไม่ให้ถ่ายรูป ฉันจึงรีบ ๆ เดินดูแล้วกลับออกมาแวะร้านของฝากซื้อเสื้อยืดสีเหลืองกับแก้วกาแฟเป็นที่ระลึกถึงคราเคาสักหน่อย ก่อนปิดท้ายที่ถนนอูล ฟลอเรียนสกา (Ul. Floria ska) เราแวะชมพิพิธภัณฑ์ที่ใช้สถานที่จากโครงสร้างเดิมของกำแพงเมืองเก่าค่าบัตร 8 สลอตี้ (Zloty) และได้ดินสอเป็นของแถม ด้านบนเป็นทางเดินตลอดแนวกำแพง มีผู้หญิง 2 คนคอยสังเกตการณ์ ด้านล่างติดกำแพงเป็นมุมขายงานศิลปะเหมือนแกลเลอรี่กลางแจ้ง ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กำแพงนี้น่าเดินขึ้นไปอีกสามเท่าตัว!! ใครอยากนั่งจิบกาแฟก็มีซุ้มกาแฟให้นั่งรับลมส่วนร้านไอศกรีมฝั่งตรงข้าม รสชาติก็อร่อยล้ำ ส่วนที่เชื่อมต่อกับกำแพงเก่าคือซุ้มประตูเมืองที่เชื่อมระหว่างสวนสาธารณะเพลนตี การ์เด้นหากเดินลอดซุ้มเข้ามาก็จะตรงเข้าสู่จัตุรัสอันสวยงามตามท้องเรื่องของเมืองคราเคา

จากจุดชมวิว มองเห็นปราสาทวาเวลด้วย
จากจุดชมวิว มองเห็นปราสาทวาเวลด้วย

บ่ายมากแล้ว ได้เวลาเก็บของเตรียมตัวกลับเสียที ฉันแบกกระเป๋าออกจากที่พักเกือบ 3 ทุ่ม ยังอยากมีเวลาในคราเคาอีกสัก 2 – 3 วัน แต่เวลาจำกัด ทำให้เราได้สัมผัสเมืองสวยของโปแลนด์แห่งนี้ได้มากกว่าคำว่าผิวเผิน แวะซื้อขนมปังตู้ที่เห็นมีขายทุกมุมเมืองไว้เป็นเสบียงบนรถไฟขนมปังก้อนกลม ๆ โรยถั่วกับงา ราคา 1.50 สลอตี้ ที่อยากชิมตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะถึงจะเนื้อแน่น หนักไปหน่อยแต่เนื้อขนมปังก็อร่อยและหอมดี

รถม้าบริการชมเมืองคราเคา

ฉันอำลาโปแลนด์ด้วยรถไฟตู้นอนเหมือนตอนมา 2 วันที่นี่เป็นเวลาที่ดีช่วงหนึ่งสำหรับการเดินทาง ฉันยกให้คราเคาเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยของยุโรปที่อยากแนะนำ นอกจากความสวยแล้วยังบรรจุความสะอาดเอี่ยมจนดูผิดหูผิดตาจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย และผู้คนที่นี่ใจดีมีรอยยิ้ม หวังว่าคนโปลจะมีรอยยิ้มที่สดใสแบบนี้ตลอดไป ไม่ต้องผ่านความทุกข์แสนสาหัสดังที่ผ่านมาในอดีต

Tips

  • ซื้อตั๋วรถราง (Tram) ในคราเคาง่ายและสะดวกมาก หาซื้อได้ตามคีออสค์ (Kiosk) กดจากตู้ตรงป้ายรถเมล์ หรือแม้แต่บนรถรางก็มีตู้ขายตั๋วให้ซื้อได้อีก
  • ตอกตั๋วลงเวลาใช้ทันทีที่ขึ้นรถ เพราะมีคนตรวจตั๋วนอกเครื่องแบบ ที่ฉันเห็นมากับตาแล้วว่า จับจริงปรับจริง
  • ลองชิมอาหารและไส้กรอกฉบับโปแลนด์ดู รับรองไม่ผิดหวังเพราะนอกจากราคาถูกยังอร่อยเกือบทุกอย่าง

เรื่อง : ทิมอรุณ
ที่มา : คอลัมน์สารคดีท่องเที่ยว นิตยสารแพรว ฉบับที่ 860 ปักษ์วันที่ 25 มิถุนายน 2558

บทความนี้ถือเป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์แพรว ห้ามผู้ใดนำไปคัดลอก ดัดแปลง หรือทำซ้ำ อนุญาตให้แชร์บทความนี้ได้จากลิ้งค์นี้เท่านั้น

keyboard_arrow_up