พิมสิริ นาคสวัสดิ์

รู้จัก พิมสิริ นาคสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง The Parrot กับแนวคิดแฟชั่นที่ออกแบบเพื่อความมั่นใจ

ย้อนกลับไป เส้นทางชีวิตของ คุณเพลิน – พิมสิริ นาคสวัสดิ์ น่าจะมุ่งหน้าสู่โลกธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ด้วยเติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านพลังงานลมและเครื่องจักรอัตโนมัติ เรียนจบด้านการจัดการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทั้งยังมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

แต่จากปัญหาของสาวไซส์มินิที่อยากมีเสื้อผ้าใส่พอดีตัว กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ The Parrot แบรนด์เสื้อผ้าที่คุณเพลินทุ่มเทพลังกายและพลังใจให้เติบโตด้วยความรัก

รู้จัก พิมสิริ นาคสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง The Parrot กับแนวคิดแฟชั่นที่ออกแบบเพื่อความมั่นใจ

Unplanned Path

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้เพลินคิดจะทำแบรนด์ เกิดจากการที่เพลินตัวเล็ก มีปัญหาเรื่องการหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วพอดีตัว เลยเริ่มจากการออกแบบเสื้อผ้าให้ตัวเองก่อน กระทั่งมีเพื่อน ๆ เห็นและอยากใส่ด้วย จากจุดเล็ก ๆ นั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นแบรนด์ The Parrot

“แต่การทำเสื้อผ้าไม่ได้หยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาเรื่องไซส์ เพราะเพลินใช้พื้นที่ของแบรนด์เป็นที่ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และตัวตนผ่านงานออกแบบ ความรักในสิ่งที่ทำจึงค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเป็นการสื่อสารในแบบของตัวเองผ่านงานดีไซน์แต่ละชิ้น

“เพลินมองว่าข้อดีของการได้ทำในสิ่งที่รักคือการตื่นขึ้นมาในทุกวัน พร้อมความรู้สึกว่า ‘อยากไปทำงาน’ เป็นส่วนที่ช่วยเติมพลังงานดี ๆ ให้ตัวเองอยู่เสมอ และเมื่อเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ พลังงานนั้นก็จะค่อย ๆ สะท้อนออกมาในรูปของผลงานที่เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับเราในทุกวัน

“ความรู้สึกนี้สะท้อนอยู่ชัดเจนในแบรนด์ The Parrot ตั้งแต่ชื่อแบรนด์ที่แปลว่า ‘นกแก้ว’ นกที่สามารถพูดและสื่อสารได้ ซึ่งเพลินตั้งใจให้เป็นหัวใจของคอนเซ็ปต์แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับลูกค้า หรือการสื่อสารกันเองภายในสตูดิโอ The Parrot จึงเป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอัปเดตสิ่งใหม่ ๆ และเรียนรู้ร่วมกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกวันของการทำงานไม่ซ้ำเดิม เปิดโลก และไม่หยุดอยู่กับที่”

Runway Moment

“หนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้เพลิน ‘ตกหลุมรักงานนี้มากกว่าเดิม’ คือวันที่ได้เห็นผลงานของตัวเองเดินอยู่บนรันเวย์เป็นครั้งแรก เมื่อเสื้อผ้าทั้งคอลเล็กชั่นถูกสวมใส่โดยนางแบบพร้อมกัน และได้เห็นแขกที่มาร่วมงานเลือกใส่ชุดของแบรนด์ด้วยรอยยิ้ม ความมั่นใจ และเสียงปรบมือที่ส่งต่อเป็นกำลังใจ ทำให้เพลินรู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าในผลงานจริง ๆ

“แน่นอนว่าการทำในสิ่งที่รักและการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ความท้าทายคือการบาลานซ์ระหว่างการสื่อสารงานออกแบบในแบบที่อยากทำกับข้อจำกัดของโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การลงทุน หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจทำให้ไม่สามารถทำทุกอย่างได้เต็มที่อย่างใจคิด แต่สำหรับเพลิน นี่คือโจทย์ที่ดีที่ช่วยให้ได้คิดและวางแผนในระยะยาว บางคอลเล็กชั่นอาจเหมาะกับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ขณะที่คอลเล็กชั่นถัดไปอาจสื่อสารกับอีกกลุ่มหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกผลงานต้องคงตัวตนของแบรนด์ The Parrot ไว้”

Proudly Present

“ฟีดแบ็กที่เติมเต็มหัวใจที่สุดสำหรับเพลิน ไม่จำเป็นต้องเป็นคำชมที่ยิ่งใหญ่ แต่คือคำพูดง่าย ๆ จากลูกค้า เช่น ‘ใส่ไปทีไรก็มีคนชม’ หรือ ‘เพื่อนถามว่าชุดของแบรนด์อะไร’ เพราะนอกจากจะทำให้เราภูมิใจในฐานะคนออกแบบแล้ว ยังทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกภูมิใจไปพร้อมกัน เพราะเขาคือคนที่ได้รับคำชมนั้นโดยตรง

“ในฐานะแฟชั่นดีไซเนอร์ สิ่งที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้เพลินในทุกวันนี้คือการได้เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเติบโตขึ้นมา เพลินเชื่อว่าคนไทยมีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์สูงมาก จนทำให้รู้สึกว่าแม้จะมีประสบการณ์ในวงการมาพอสมควรแล้ว แต่การออกแบบก็ยังไม่เคยสิ้นสุด ยังมีมุมมองใหม่ ๆ ให้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ คอยผลักดันให้เราอยากสร้างผลงานดี ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

“หากต้องเลือกหนึ่งคำที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ The Parrot ได้ชัดที่สุด คำนั้นคือ ‘Thoughtful’ เพราะทุกผลงานเกิดจากการคิดอย่างรอบคอบทั้งในแง่ของการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน และการเลือกวัสดุ ขณะเดียวกันลูกค้าของแบรนด์ก็เป็นกลุ่มคนที่ Thoughtful เช่นกัน คือเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล และรู้จักแต่งกายให้เหมาะสมตามกาลเทศะ ดังนั้นคำว่า Thoughtful จึงไม่ใช่แค่คำอธิบายแบรนด์ แต่เป็นตัวตนร่วมกันของทั้งคนทำและคนใส่

“เพลินอยากให้คนที่ใส่รู้สึกเป็นตัวเองและมั่นใจในทุกวัน”