โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

หมอศัลยกรรมมือทอง นพ.ศรัณย์ ผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งความงาม สู่โรงพยาบาลวรรณสิริ

Alternative Textaccount_circle
event
โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL
โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

เจาะลึกทุกมุมมอง! หมอศัลยกรรมอันดับต้นของประเทศไทย ซึ่งมากด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส CEO แห่งโรงพยาบาลวรรณสิริ หรือ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งความงามที่กำลังเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์มากที่สุดในชั่วโมงนี้

ตั้งแต่บทบาทการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการศัลยกรรมตกแต่งเมืองไทย โดยเฉพาะการก่อตั้งโรงพยาบาลวรรณสิริ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งความงามที่สามารถตอบโจทย์ในทุกแพลตฟอร์ม เพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับประเทศและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์โดนใจ Your Look Your Future ไปจนถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เจาะลึกทุกมุมมอง! หมอศัลยกรรมมือทอง นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส ผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งความงาม สู่การก่อตั้งโรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส

จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเปิด WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

“อันดับแรก เรามองเห็นโอกาสที่ดี เพราะประเทศไทยยังไม่มีโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีมาตรฐานระดับสูงเหมือนในต่างประเทศ มีคุณหมอเชี่ยวชาญศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ อย่างคุณหมอท่านนี้จบมาทางด้านศัลยกรรมตกแต่งตา อีกท่านจบมาทางด้านศัลยกรรมตกแต่งจมูก รวมทั้งด้านการทำหน้าอกโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นโมเดลของแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งยังไม่มีในเมืองไทยมาก่อน

“เนื่องจากคุณหมอศัลยกรรมบ้านเรามีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีแพทย์ที่เรียนและได้รับวุฒิบัตรด้านศัลยกรรมตกแต่งเพียง 400 คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นแพทย์อาวุโสที่เกษียณแล้ว หรือเพิ่งเรียนจบ ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก ฉะนั้นศัลยแพทย์ที่จะทำงานได้จริงๆ อาจมีเพียงไม่เกิน 200 คนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทุกคนงานล้นมือจนแทบจะรับเพิ่มไม่ไหว ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการลงรายละเอียดเฉพาะของคนไข้ในแต่ละคน อย่างโครงหน้าแบบนี้เหมาะกับจมูกทรงไหน หรือคนไข้บางคนอยากเปลี่ยนรูปทรงจมูกไปเลย หรืออยากทำจมูกให้เหมือนคนที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งคุณหมอศัลยกรรมที่ทำจะต้องมีความสามารถเฉพาะทางด้านจมูกจริงๆ ไม่ใช่เพียงจบศัลยกรรมตกแต่งเท่านั้น ซึ่งทางแพทยสภาบ้านเราไม่ได้มีข้อห้ามไว้ว่าถ้าไม่จบเฉพาะทางมาจะทำงานด้านนั้นไม่ได้ เพราะถือว่าแพทย์ทุกคนมีความสามารถที่จะประเมินตนเองว่าทำได้หรือไม่

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

“จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำจะมีการประเมินมาตรฐาน เช่น HA หรือ JCI เพื่อแสดงว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ได้มาตรฐานระดับโลก อย่างแพทย์ที่จบด้านหู คอ จมูก ก็ต้องรักษาโรคที่เกี่ยวกับหู คอ จมูกเท่านั้น มาทำเกี่ยวกับศัลยกรรมตกแต่งไม่ได้ ทำให้ลดปัญหาเรื่องความเสี่ยงสำหรับผู้เข้ารับบริการ อย่างที่เราเห็นตามข่าวว่ามีคนทำศัลยกรรมแล้วเสียชีวิตภายในคลินิก

“เมื่อเรามองเห็นถึงโอกาสตรงนี้ จึงตัดสินใจสร้าง WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านความงามแห่งแรกในประเทศไทย โดยได้เชิญแพทย์ที่มีชื่อเสียง หรือที่เรียกว่าเป็นการรวมเทพด้านศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง ซึ่งแต่ละท่านมีประสบการณ์นับสิบปีมาไว้ที่นี่

“เพราะผมมองว่าในอนาคตการทำ Solo Practice หรือคลินิกที่มีคุณหมอคนเดียว ไม่สามารถรองรับความต้องการผู้เข้ารับบริการที่ต้องการทำศัลยกรรมกับคุณหมอที่เก่งเฉพาะทางและอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน ไม่ต้องไปจองคิวทำที่โน่นที ที่นี่ที จะเห็นว่าหลายเคสที่ไปทำตากับคุณหมอเก่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แล้วทำจมูกกับคุณหมออีกที่ ทำปากอีกโรงพยาบาล พอทำเสร็จแล้วเมื่อดูรวมกัน ปรากฏว่าออกมาไม่สวย นั่นเพราะดีไซน์คนละครั้ง เหมือนเราสร้างบ้าน ช่างคนสร้างสระว่ายน้ำ ช่างคนที่สองสร้างห้องฟังเพลง พอตกแต่งเสร็จออกมา บ้านไม่ได้ไปในโทนเดียวกัน โมเดลนี้ของ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL เป็นมาตรฐานที่ใช้กันในระดับโลก แต่ยังไม่ได้ใช้แพร่หลายในไทย”

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้ว จุดแข็งที่เป็นความแตกต่างคืออะไรคะ

“เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมด้านการตกแต่งอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการเป็นที่หนึ่งนอกจากจะรวมทีมแพทย์ยอดฝีมือแล้ว เราต้องมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีที่สุด WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL จึงลงทุนสร้างห้องผ่าตัดที่เรียกว่า Clean Room ที่มีการควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ควบคุมการไหลเวียนอากาศและความดัน เรียกว่า Positive Pressure โดยจะอัดอากาศที่เข้ามาในห้อง และเมื่อเปิดประตูที่เป็นระบบแอร์ล็อก อากาศก็จะถูกดันออกไปข้างนอก ประกอบกับปัจจุบันอากาศบ้านเรามีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ปัญหาเชื้อไวรัส ทำให้คนไข้ที่ทำการผ่าตัดในคลินิกทั่วไป มักจะประสบปัญหาเรื่องการติดเชื้อ เราจึงลงทุนทำห้องผ่าตัด Clean Room มาตรฐานระดับโลกถึง 5 ห้อง ซึ่งต่อห้องต้องใช้เงินกว่า 10 ล้านบาท

“โดยห้องผ่าตัดจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International องค์กรอิสระจากอเมริกาที่รับรองคุณภาพสถานพยาบาลในระดับสากล) โดยแบ่งมาตรฐานออกเป็น Class ระดับหมื่น ระดับพัน และระดับร้อย อย่างโดยมาตรฐานขั้นต่ำทั่วไป ถ้าเป็นห้องผ่าตัด Class ระดับหมื่น หมายความว่า ในพื้นที่หนึ่งลูกบาศก์ฟุตจะยอมให้มีอนุภาคปนเปื้อนอยู่ได้ 1 หมื่นอนุภาค สำหรับห้องผ่าตัดที่ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL อยู่ที่ Class ระดับร้อย คือในพื้นที่หนึ่งลูกบาศก์ฟุตจะมีอนุภาคที่ปนเปื้อนอยู่เพียง 100 อนุภาคเท่านั้น เรียกว่ามีมาตรฐานความสะอาดระดับเดียวกับโรงงานผลิตยาหรือห้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เช่น ลิ้นหัวใจ ผ่าตัดเข่า ใส่ข้อเทียม เลยทีเดียว

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

“ข้อดีของเรายังรวมถึงเรื่องโนว์ฮาว อย่างเทคนิคการเสริมจมูกแบบใหม่ล่าสุด การตัดโหนกแก้มอย่างไรจึงจะดีที่สุด เราได้จัดซื้อเครื่อง 3D Scan ที่ทันสมัย เพื่อผู้ที่มารับบริการ อย่างถ้าคุณอยากได้จมูกแบบดาราคนดัง เครื่อง 3D Scan จะสามารถบอกได้เลยว่าจมูกนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ หรือหลังจากทำศัลยกรรมแล้ว 3D Scan จะบอกว่าซิลิโคนที่วางไว้ตรงหรือเอียง ต้องปรับหรือแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด นอกจากนี้เรายังมีเทคโนโลยีใหม่คือการทำ 3D X-Ray แสดงทั้งเนื้อเยื่อและกระดูก อย่างการปรับโหนกแก้ม ผู้ที่ใช้บริการจะไม่ทราบว่าถ้าปรับโหนกแก้มแล้วหน้าจะออกมาเป็นอย่างไร เราจึงสร้างภาพสามมิติออกมาเป็นรูปกะโหลกก่อน แล้วทำการผ่าตัดที่หุ่นกะโหลกเทียม เพื่อให้เห็นว่าเมื่อทำแล้วหน้าคุณจะลดลงเท่านี้ โอเคหรือไม่

“เนื่องจากต้นทุนสูงมาก จึงไม่มีใครทำหรือลงทุนขนาดนี้ แต่ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL ทำ เพราะแฮชแท็กของเราคือ ‘มาตรฐานใหม่แห่งความงาม’ ทั้งในเรื่องหมอ Facilities การทำศัลยกรรม และเทคโนโลยีในการให้บริการ คือเราตั้งใจยกมาตรฐานใหม่ทั้งหมด”

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

บริการความงามแบบครบวงจรของ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL มีอะไรบ้าง

“เพราะวางแผนให้ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL เป็นโรงพยาบาลแห่งอนาคต เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่เรื่องบริการ อย่างการให้คำปรึกษาออนไลน์ ว่าผู้เข้ารับบริการต้องการทำอะไรบ้าง อาจจะส่งรูปหน้าให้วิเคราะห์ว่าเขาควรทำอะไร หรือทรงจมูกที่เขาชอบจะเข้ากับหน้าเขาหรือเปล่า เราจะทำอิมเมจให้ดูก่อน ถ้าเขาสนใจจริงๆ ก็อาจจะเข้ามา นอกจากด้านศัลยกรรมแล้ว เรายังมีบริการอื่น เช่น บริการทางด้านผิวพรรณ ไม่ว่าจะเทอร์มาจ เลเซอร์ หรือการทำ Anti-Aging เรามีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งอยู่ในส่วนของ Wellness Center ที่ดูแลความงามในระดับเซลล์ บางคนภายนอกดูสวย แต่ผิวอาจไม่ดี ท้องผูก หรือเป็นสิว เราสามารถตรวจเช็กได้ว่าคุณขาดวิตามินอะไร นอกจากนี้ยังมีบริการสปา นวดตัว เรียกว่าให้บริการแบบองค์รวมและครบวงจรในที่เดียว”

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

จากเป้าหมายที่จะเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมด้านการตกแต่งอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเป็นไปได้แค่ไหนคะ

“ผมมองว่าฝีมือหมอของเราไม่แพ้ประเทศอื่น แต่สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากที่อื่นคือวิสัยทัศน์ (Vision) WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL จะเลือกคุณหมอที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านต่างๆ และทำงานร่วมกันเป็นทีม เพราะเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการต้องการ อย่างที่ประเทศเกาหลี เวลาไปทำศัลยกรรมจมูก คุณหมอจะแนะนำว่าคุณทำจมูกอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องปรับโหนกแก้มด้วย ทำตา ดูดไขมัน ปรับรูปหน้าด้วยนะ หน้าของคุณจึงจะออกมาดี ประกอบกับมีการแนะนำเรื่องการแต่งหน้า แต่งตัว การถ่ายรูปให้ออกมาสวย ทำให้ผลลัพธ์ออกมาสูงกว่ามาตรฐาน เราจึงต้องยกระดับตรงนี้ให้เท่ากับเขา ไม่ใช่เห็นว่าผู้เข้ารับบริการอยากทำอย่างนี้ก็ทำแค่นี้พอ เพราะคิดว่าได้แค่นี้ แต่ถ้าบอกเขาว่าทำอีกนิดหนึ่งไหม เพื่อจะได้ดูดีขึ้น เสียเวลาอีกหน่อย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะสิ่งที่เราทำให้จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

“การทำศัลยกรรมไม่ว่าจะผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดคือการทำให้เกิดความสวยงาม เราเรียกว่า Aesthetic ดังนั้นความสวยงามจึงเป็นศิลปะ คนที่ทำต้องมีความรู้ด้านศิลปะ มีรสนิยม รู้จักความงาม ต้องมีโนว์ฮาวและเทคโนโลยี คือมีทั้งศาสตร์และศิลป์รวมกัน คุณหมอทุกท่านของ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL เป็นสเปเชียลลิสต์ในด้านต่างๆ จะทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อทำให้ผู้ที่เข้ารับบริการสวยอย่างองค์รวมและเป็นธรรมชาติ เพื่ออนาคตของผู้ใช้บริการ นี่คือจรรยาบรรณของเรา”

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

ในฐานะที่คุณหมอติดอยู่ในท็อป 5 แพทย์ศัลยกรรมเสริมจมูกของเมืองไทย มองว่าศัลยแพทย์ที่ดีในปัจจุบันควรมีคุณสมบัติอย่างไร

“ผมไม่ทราบว่าคนที่จัดอันดับใช้อะไรเป็นตัวชี้วัด คุณหมอที่เก่งสำหรับผม อย่างแรกเขาต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดีก่อน ผมตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะต้องเป็นหมอที่ทำจมูกดีที่สุด เพื่อพาตัวเองไปถึงจุดนั้นให้ได้ ผมต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากคนที่เก่งที่สุดในด้านนี้ และต้องรู้จักวัสดุทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเสริมจมูกในโลกนี้ว่ามีอะไรบ้าง และต้องมีความสามารถทางศิลปะและความงามระดับสูง คือเราต้องรู้ว่าในโลกนี้เขาชอบแบบไหน แบบไหนที่เหมาะสำหรับคนเอเชีย เหมาะกับคนยุโรป อย่างที่สอง มีฉันทะ (ความพอใจ) เคยมีผู้มารับบริการบอกว่า คุณหมอคะ หนูไม่มีตังค์ ผมทำให้ฟรีเลย เพราะผมไม่ได้เสียอะไร ผมถือว่าเขาเป็นครูของผม เขาได้ในสิ่งที่อยากได้ ส่วนผมก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

“ถ้าถามว่าทำอย่างไรถึงมีชื่อเสียง เราต้องอยู่ในลู่ทางที่อยากเป็นและพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ คุณหมอร่วมอาชีพบางท่านมีความสุขกับกิจกรรมอย่างอื่น เช่น การเป็นเกษตรกร แข่งรถ ซึ่งผมไม่มีความชอบแบบนั้น ผมอยากเป็นหมอผ่าตัดจมูกชื่อดัง จึงตั้งใจทำไปเรื่อยๆ สักวันก็ต้องประสบความสำเร็จ”

โรงพยาบาลวรรณสิริ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL

ถ้ามีเวลาว่าง ทราบมาว่าคุณหมอยังแบ่งเวลาไปช่วยเหลือสังคมด้วย

“โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกหน่วยแพทย์อาสารักษาผู้มีความบกพร่องปากแหว่งเพดานโหว่ทั่วประเทศ ผมได้ร่วมกับชมรมศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทางสภากาชาดไทยหาคนไข้ที่ด้อยโอกาสมาให้เราทำการผ่าตัดช่วยเหลือ แล้วผมยังมีโอกาสสอนแพทย์ฝึกหัดรุ่นน้องที่เพิ่งจบใหม่ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยจะไปตามต่างจังหวัดไกลๆ อย่างอุดรธานี สุรินทร์ ยะลา แต่ตอนนี้ไม่ได้ออกหน่วยแพทย์เกือบสองปีแล้ว เนื่องจากวิกฤติโควิด-19”

คุณหมอแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวอย่างไรบ้าง

 “ตอนนี้ยุ่งมาก ทำให้แบ่งเวลายาก แต่ผมโชคดีที่ชอบการผ่าตัด เป็นงานที่ทำให้ผมมีความสุข มีเพื่อนร่วมงานที่ชอบทำงานเหมือนกัน เมื่อผ่าตัดไปแล้ว ได้เห็นว่าผู้มารับบริการชอบและมีชีวิตที่ดี ผมก็ดีใจ ทำให้การทำงานเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกวันนี้ผมพยายามรักษามาตรฐานวิชาชีพไว้ เพราะปัจจุบันเป็นโลกของโปรเฟสชันนัล เราต้องทำอย่างไรให้มีความรู้อยู่ในแนวหน้ามากที่สุด ใหม่ที่สุด ดีที่สุด ทั้งในแง่ของ Practice มาตรฐานสูงสุดคือตั้งแต่การแต่งตัว การต้อนรับ การผ่าตัด และในแง่ของ Attitude ที่เป็นมืออาชีพ เพราะของเรามาตรฐานสูง และเราก็อยากจะรักษาไว้ให้ได้ อยากให้คนนึกถึง WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL ว่าเราคือมาตรฐานใหม่แห่งความงาม”

นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส

คุณหมอศรัณย์มีวิธีเติมพลังในการทำงานให้ตัวเองอย่างไร

“หนึ่ง ต้องพยายามหาเวลาพักผ่อน เพราะร่างกายเราเสื่อมลงทุกวัน สอง เราต้องรู้ว่าร่างกายเราเป็นอย่างไร ด้วยการเช็กอัพร่างกายอยู่เสมอ ที่ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL มีบริการด้าน Wellness Center ที่มีการตรวจวัดระดับเซลล์และดีเอ็นเอ เพื่อจะได้ทราบว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปเพียงพอต่อร่างกายหรือไม่ ยังขาดวิตามินอะไรบ้าง

“นอกจากนี้ยังมีการตรวจระดับฮอร์โมน เพื่อจะได้ทราบว่าร่างกายมีภาวะอักเสบตรงไหนบ้าง เพราะถ้าร่างกายมีภาวะอักเสบ ร่างกายก็จะซ่อมแซม ถ้าเกิดที่เส้นเลือดก็จะทำให้เกิดการอุดตัน และมีการตรวจเลือด เพื่อนำไปเทสต์ว่าเราแพ้อะไรหรือเปล่า ไม่ใช่การแพ้อาหารทั่วไป แต่เป็นภาวะแพ้ที่ซ่อนอยู่ เช่น บางคนแพ้ยีสต์ แพ้อัลมอนด์ เราไม่มีทางรู้ได้เอง เพราะไม่แสดงอาการ อย่างที่เห็นคนที่มีภาวะเป็นโรคพุ่มพวง ปัจจุบันเราก็มีการรักษาระดับเซลล์ เป็นวิธีการรักษาก่อนที่จะป่วย ทำอย่างไรถึงจะยืดอายุเซลล์ให้แก่ช้าลง Wellness Center ของเราเป็นการช่วยดูแลให้สวยไม่เฉพาะภายนอกหรือภายใน แต่สวยระดับเซลล์”

สิ่งที่ทำให้คุณหมอมีความสุขในทุกวัน

“ผมคิดว่าในชีวิตคนเรามี 2 อย่างที่ต้องรู้จัก หนึ่งคือรู้จักพอ สอง รู้จักให้ ทุกวันนี้ผมก็มีพอสมควร คือมีสุขภาพที่ดี มีการงานที่ดี และมีกัลยาณมิตรที่ดี ชีวิตที่เหลือก็เป็นเรื่องของการให้ การคืนกำไรให้สังคมบ้าง ในรูปของงานด้านการผ่าตัด การนำเสนอโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานที่ดีให้สังคม และการชวนกัลยาณมิตรที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาทำงานร่วมกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับวงการศัลยกรรมตกแต่งของประเทศไทย และทุกๆ คนที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้ามีโรงพยาบาลอย่าง WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL สัก 10 แห่ง สังคมเราก็จะดีและเจริญขึ้น”

เป็นไปได้ไหมว่าในอนาคตคนจากทั่วโลกที่คิดอยากทำศัลยกรรมจะนึกถึงประเทศไทย

“คงต้องมีวันนั้น แต่คุณภาพของเราต้องพัฒนาให้ดีก่อน เพราะคนที่บินไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีเพราะเชื่อว่าของเขาดี อันนี้เป็นเรื่องของแบรนด์ เกาหลีได้เซตติ้งตัวเองเป็น International นโยบายประเทศก็ส่งเสริมเรื่องนี้ โดยมีการคืนภาษีสำหรับคนที่ทำศัลยกรรม มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับเงื่อนไขการฟ้องร้องหมอในกรณีที่ทำการผ่าตัดผิดพลาด ของประเทศไทย รัฐบาลไม่ได้ช่วยส่งเสริมอะไรเป็นพิเศษ ทำให้เราแข่งกับเกาหลีได้ยาก ดังนั้นถ้าเราอยากโกอินเตอร์ เราต้องพัฒนามาตรฐานของเราเอง ต้องเก่งสู้เขาให้ได้

“ในอนาคต WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL จะมีการเทรนนิ่งคุณหมอศัลยกรรมตกแต่งทั้งในและต่างประเทศ อย่างอาจารย์หมอของเราหลายท่านมีหมอจากต่างประเทศมาเข้าอบรมและเรียนเทคนิค ดังนั้นมาตรฐานของเราเป็นระดับโลก แต่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นไปยังต่างประเทศ เพื่อให้ WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL เป็นที่หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามปณิธานของเรา”

Praew Recommend

keyboard_arrow_up