เสพข่าวมากเกินไป

10 วิธีดูแลและเติมพลังใจให้ห่างจากภาวะ เสพข่าวมากเกินไป

เสพข่าวมากเกินไป
เสพข่าวมากเกินไป

เปิดวิธีดูแลและเติมพลังใจให้ห่างจากภาวะ เสพข่าวมากเกินไป

เนื่องจากวันที่ 16 ต.ค.63 ที่ผ่านมา เป็นวันฉลองสุขภาพจิตโลกประจำปี 2563 ดร. เคนท์ แบรดลีย์ ประธานที่ปรึกษาด้านสุขภาพและโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยการฝึกระเบียบวินัยให้ตัวเอง และสร้างสมดุลจากภายในเพื่อช่วยให้จิตใจสงบนิ่ง หนักแน่นมั่นคง และพร้อมรับทุกสถานการณ์

โดยเฉพาะปีนี้ที่เราต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหาความท้าทาย หลายคนต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อช่วยให้ผู้คนหมั่นดูแลจิตใจให้แจ่มใสแข็งแรงอยู่เสมอแม้ในสถานการณ์เช่นนี้

·       เลิกเสพข้อมูลข่าวสารแบบไม่มีหยุดพัก

การเสพข้อมูลข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมงอาจทำให้สมองล้าและเกิดความวิตกกังวลได้ ลองจัดเวลาพักเบรคจากการรับชม อ่าน หรือฟังข่าวในแต่ละวันให้เป็นประจำ

·       คิดไว้ว่าข้อมูลไม่ตายตัวเสมอไป

ในช่วงเวลาหนึ่งเราอาจรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นเพียงด้านเดียว แต่เรามักเข้าใจและสรุปแค่เพียงจากชุดข้อมูลที่เราเสพ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจจะไม่สามารถใช้ข้อสรุปเดิมได้อีกแล้ว

เลิกเสพข้อมูลข่าวสารแบบไม่มีหยุดพัก

·       ฝึกสมาธิสงบจิตใจ

เรามักพูดถึงการทำสมาธิอยู่บ่อยๆ แต่น้อยคนนักที่จะลงมือปฏิบัติจริง ลองฝึกสมาธิและจำคีย์เวิร์ด “6R” ไว้ในใจ ได้แก่ พักผ่อน (Rest) ทำใจผ่อนคลาย (Relaxation) หากิจกรรมสนุก ๆ (Recreation) สร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Relationships) มีกิจวัตรประจำวัน (Routine) และปรับทัศนคติใหม่ (Reframing) สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย

·       สนใจเรื่องราวอื่นๆ บ้าง

หันไปสนใจหรือคิดเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ นอกจากเรื่องโควิด-19 หรือข่าวดราม่าอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและมีพลังใจ

·       หัดรู้สึกขอบคุณ

เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ความรู้สึกขอบคุณคือทัศนคติที่เรามองหาและสังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัวที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ การหัดรู้จักขอบคุณทำให้เรามีกำลังใจและช่วยพาเราก้าวผ่านความยากลำบากต่าง ๆ ไปได้

·       เชื่อมั่นในตัวเอง

มันมากกว่าแค่คิดว่าเราทำได้ แต่เป็นมุมมองความเชื่อว่าเราสามารถทำในสิ่งที่ประสบความสำเร็จได้แม้ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความเชื่อมั่นจะทำให้เรามีความหวัง

·       ฝึกคิดว่าชีวิตมีความหมายและมีเป้าหมาย

ฝึกทัศนคติที่มองว่าชีวิตของเรามีความหมาย มีคุณค่า และมีเป้าหมายในการทำสิ่งต่าง ๆ และเราต้องทำต่อไปแม้จะล้มเหลวหรือพบอุปสรรคก็ตาม

เลิกเสพข้อมูลข่าวสารแบบไม่มีหยุดพัก

·       เข้าใจว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว

เข้าใจว่าเราไม่จำเป็นต้องทำสิ่งต่างๆ เพียงลำพัง เพราะความจริงเราไม่ได้อยู่คนเดียว มีอีกหลายคนที่เผชิญเหตุการณ์เดียวกันกับเรา และเราจะผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยกัน

·       ฝึกมองโลกในแง่บวก

ฝึกมุมมองที่มาจากอารมณ์ความรู้สึกในเชิงบวก เช่น ความรู้สึกขอบคุณ การมีเป้าหมายในชีวิต และการที่รู้ว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เราต้องใช้ชีวิตด้วยการมองโลกในแง่ดีที่ช่วยให้เรามองสถานการณ์อุปสรรคอย่างไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก

เลิกเสพข้อมูลข่าวสารแบบไม่มีหยุดพัก

·       อย่าลืมเติมพลังให้ร่างกาย

ร่างกายเราต้องการพลังงานเหมือนกับรถยนต์ที่ต้องการน้ำมัน เพราะพลังงานสำคัญกับสุขภาพร่างกายโดยรวม เราต้องบริโภคสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายเพื่อบำรุงเซลล์และให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารอาหารสำคัญเหล่านี้จะพบในอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่น่าเสียดายที่เราอาจไม่ค่อยได้รับประทานกัน โดยอาหารที่คนส่วนใหญ่รับประทานยังขาดปริมาณแมกนีเซียมและวิตามินเอ ซี ดี และอีที่เหมาะสม ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ฉะนั้น เราต้องให้ความสำคัญกับสารอาหารที่ร่างกายต้องการและเติมเต็มสารอาหารให้ครบถ้วนเพื่อให้ได้พลังงานทั้งร่างกายและจิตใจ


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ภาวะ ร่างกายเหนื่อยล้า ในหมู่คนทำงาน บ่อนทำลายสุขภาพที่ไม่ควรละเลย

สวนล้างลำไส้ ขจัดสารพิษด้วยระบบปิด จำเป็นไหม แล้วดีต่อสุขภาพยังไง

รู้หรือไม่? แสงไม่จ้าก็ทำร้ายดวงตาได้ จึงควรพักสายตาด้วยกฎ 20-20-20

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!