Related Content
อ้วนแข็งแรง ผอมอ่อนแอมีเยอะแยะ น้ำหนัก บนเครื่องชั่งไม่ชี้วัดสุขภาพเสมอไป
เคยหรือไม่ที่ตั้งใจออกกำลังกายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะขยันเข้าฟิตเนสก็แล้ว จ้างเทรนเนอร์ก็แล้ว แต่พอชั่ง น้ำหนัก กลับไม่เห็นตัวเลขที่ลดลง อีกทั้งการออกกำลังกายเป็นประจำกลับทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แม้น้ำหนักตัวเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญของการเจ็บป่วยง่ายหรือการเกิดโรคแทรกซ้อน แต่การทราบ น้ำหนัก ตัวอย่างเดียวก็ไม่สามารถชี้วัดถึงสุขภาพโดยรวมได้อย่างแท้จริง เพราะร่างกายคนเราประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นน้ำ กล้ามเนื้อ กระดูก และองค์ประกอบอื่นๆ ที่ล้วนส่งผลต่อตัวเลขบนตาชั่งที่วัดได้ นอกเหนือจากการติดตามน้ำหนักตัว เพื่อหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม และการดูแลสุขภาพได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage): ปริมาณไขมันในร่างกายเมื่อเทียบกับ น้ำหนัก ตัวสุทธิ มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่เสมอในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับระดับของเหลวในร่างกาย โดยการดื่มน้ำหรือแอลกอฮอลล์ การมีรอบเดือน และการออกกำลังกาย ต่างเป็นปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับไขมันในร่างกายได้ ทั้งนี้ ปริมาณไขมันของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ อาชีพ และกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ โดยการตรวจวัดและติดตามระดับไขมันในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ทราบว่ากำลังลดน้ำหนักได้ตรงจุดหรือไม่ และควรกำหนดทิศทางการออกกำลังกายและแนวทางโภชนาการอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ระดับไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat Level): ไขมันในช่องท้องเกิดจากการสะสมตัวของไขมันจากอาหารที่ร่างกายเผาผลาญเป็นพลังงานไม่หมดในแต่ละวัน พบได้บริเวณระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะภายในช่องท้องที่สำคัญ โดยไขมันบริเวณดังกล่าวเป็นอันตรายกว่าไขมันในบริเวณอื่น เนื่องจากสามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงเกาะตามผนังหลอดเลือดจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และนำไปสู่โรคร้ายมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง ที่สำคัญ […]
ทำไม “วัคซีนเข็มกระตุ้น” จึงเป็นทางออกสำคัญในการกระตุ้นภูมิป้องกันโควิด-19
แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ จนคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบให้ยกเลิกท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกอยู่ในแนวโน้มลดลง รวมถึงรัฐมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และเตรียมความพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่น (Endemic) แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนไม่น้อยและยังมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 หลายสิบคนทุกวัน ทำไม “วัคซีนเข็มกระตุ้น” จึงเป็นทางออกสำคัญในการกระตุ้นภูมิป้องกันโควิด-19 ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด ที่เราทุกคนควรทำคือการปกป้องตนเองและคนรอบตัว โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากวัคซีนจะมีผลช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อและที่สำคัญ ช่วยลดความรุนแรงของโรค เพื่อไม่ให้เข้าสู่ระดับการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตจากโควิด-19 ไวรัสกลายพันธุ์…ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ในส่วนของโปรตีนหนาม ส่งผลให้ไวรัสเหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและจับกับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเชื้อไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ที่กำลังระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ยังไม่นับรวมสายพันธุ์ BA.3, BA.4 และ BA.5 ที่กำลังระบาดในต่างประเทศขณะนี้ ที่อาจส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่อการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์หลังจากการรับวัคซีน 2 เข็มแรกลดลง ดังนั้นถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีน 2 เข็มแรกแล้ว ก็มีความจำเป็นต้องเข้ารับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เพราะหากไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น รวมถึงมีโรคประจำตัวก็อาจจะมีความเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อและมีอาการรุนแรงจากโควิด-19 ได้ แม้ว่าจะมีผลการวิจัยออกมาให้เห็นแล้วว่าการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 จะช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงจากโควิด-19 ที่มีแนวโน้มต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงการเสียชีวิตได้ และมีการรณรงค์จากทั้งภาครัฐและเอกชนให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น แต่รายงานสรุปผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าจำนวนการได้รับวัคซีนสะสมรวม 138,697,935 โดสแบ่งเป็น จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 คิดเป็น 81.7% ของประชากร จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 คิดเป็น 76.1% ของประชากร ส่วนผู้ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 คิดเป็น 41.6% ของจำนวนประชาชนทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่ายังมีประชากรไทยอีกเกือบ 60% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 เลือกวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ต้องพิจารณาอย่างไร? การเลือกวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 สามารถพิจารณาตามคำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข โดยการฉีดเข็มกระตุ้นนั้น มีข้อมูลการศึกษาที่บ่งบอกถึงประสิทธิผล (Vaccine Effectiveness) ที่ดีใกล้เคียงกันในทุกสูตร โดยประสิทธิผลของวัคซีน จะเป็นการดูผลการป้องกันของวัคซีนในชีวิตจริงที่มีการใช้มาอย่างมากมายในประชากรวงกว้าง ทั้งในการป้องกันการติดเชื้อ ลดโอกาสในการเกิดโรครุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากโควิด-19 จุดสิ้นสุดของวิกฤตโรคระบาด จุดสิ้นสุดในทีนี้ไม่ได้หมายความว่า โควิด-19 จะหายไป ทว่ามันอาจจะกลายเป็น “โรคประจำถิ่น” (Endemic) ที่ยังคงระบาดในพื้นที่ต่างๆ แต่สามารถควบคุมไม่ให้แพร่เป็นวงกว้างได้ […]
เอาไส้ไปเก็บไว้ไหน?! ซอเยจี เอวเอสและเล็กมาก ช็อตนี้ทำเอาชาวเน็ตตกตะลึง
ฉากที่ ซอเยจี ปรากฏตัวในชุดเซ็ตเสื้อครอปและกระโปรงสีชมพู เผยให้เห็น ขนาดรอบเอวของซอเยจี ที่เล็กมากๆ ช็อตนี้ทำเอาตาค้างไปเลย!! ตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay เริ่มออนแอร์ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุด นักแสดงสาวสวย ซอเยจี ก็ถูกจับตามองและถูกพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม และแฟชั่นของเธอเป็นจำนวนมาก ด้วยเพราะความสวยดาเมจแรงของเธอที่พุ่งฉุดไม่อยู่จนคว้าใจเหล่าผู้ชมไว้ไม่แพ้พระเอก และในตอนล่าสุด EP.6 เรื่องหุ่นของเธอก็ถูกนำมาเป็นประเด็นพูดถึงล้นหลามด้วยเช่นกัน โดยเป็นฉากที่นางเอกปรากฏตัวในชุดเซ็ตเสื้อครอปและกระโปรงสีชมพูไปที่โรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ ซึ่งเสื้อครอปเอวลอยเผยให้เห็นขนาดรอบเอวของซอเยจีที่เล็กและคอดมากๆ ช็อตนี้ทำเอาผู้ชมตาค้าง!! กันเลยทีเดียว ซึ่งซอเยจีเอวเล็กมากเหมือนเอวมดอย่างน่าเหลือเชื่อ จนกลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตเกาหลีให้ความสนใจมาก เริ่มคำค้นหา ขนาดเอวของซอเยจี (ภาษาเกาหลี) จนติดอันดับคำค้นหาเรียลไทม์บน Naver เว็บไซต์ที่ชาวเกาหลีใต้นิยมเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาการ์ตูน เพลง ชาร์จเพลง หนัง โปรแกรมแชท บล็อกรีวิวต่างๆ หาที่พัก ที่กิน ที่เที่ยวได้หมด คำเสิร์ชไหนมีคนค้นหามากที่สุด แถมมีพจนานุกรมหลายภาษา วิเคราะห์หุ้นก็มี และข่าวต่างๆ มักถูกอัพเดทแบบเรียลไทม์ ซึ่งชาวเกาหลีใต้สามารถหาข้อมูลทั้งหมดได้จากเว็บนี้ นอกจากนี้ ชาวเน็ตเกาหลียังได้แสดงความคิดเห็น อาทิเช่น เป็นไปได้อย่างไรที่อวัยวะทั้งหมดของเธออยู่ในเอวนั้น เอวของเธอน่าจะวัดได้ 18 นะ เธอหนัก […]