ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร? ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ต้องรู้อะไรบ้าง? ปลอดภัยไหม?

ริ้วรอย ร่องลึก เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น กระดูก โครงสร้างใบหน้า รวมถึงเส้นใยคอลลาเจนต่างๆ ในผิวก็เสื่อมสภาพลง ในปัจจุบันมีการฉีดฟิลเลอร์ เข้ามาช่วยเสริมและทดแทนสิ่งที่สูญเสียไปตามธรรมชาติ หมอจึงอยากแนะนำให้รู้จักการฉีดฟิลเลอร์กันมากขึ้นครับ

ฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร?

ฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรียกกันว่า HA เข้าไปในผิวบริเวณที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก เพื่อเติมเต็มในชั้นใต้ผิวหนัง เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันครับ เพราะสามารถช่วยลดริ้วรอยที่เป็นจุดบ่งบอกอายุ ทำให้หน้าเด็กลง ผิวเรียบเนียน เต่งตึงขึ้น ซึ่งในคนที่อายุ 25 ปีขึ้นไป ผิวหนังในแต่ละชั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง การผลัดเซลล์ผิวทำงานช้าลง ผลิตคอลลาเจนน้อยลง และชั้นไขมันก็จะมีความหนาแน่นลดลง ทำให้ผิวยวบ หย่อนคล้อยและทำให้เห็นริ้วรอยต่างๆ ชัดเจน ดูมีอายุ จึงใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ หรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริม เติม แต่ง จุดต่างๆ บนใบหน้า ให้มีความสวยงาม ได้สัดส่วนมากขึ้น 

ฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่งไหนได้บ้าง?

ฉีดฟิลเลอร์ สามารถฉีดได้หลายจุด หลายตำแหน่งบนใบหน้าครับ ทั้งเพื่อลดริ้วรอยและเติมเต็มใบหน้า หมอมี 7 จุดฉีดฟิลเลอร์ ที่ฉีดแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดมาแนะนำครับ

1. ฟิลเลอร์ใต้ตา 

แก้ไขปัญหา ริ้วรอยใต้ตา ถุงใต้ตา เติมเต็มร่องลึก ด้วย ฟิลเลอร์ใต้ตา ปัญหาใต้ตาเกิดจากส่วน Tear through ที่อยู่ใกล้ร่องน้ำตา กับ Hollow Under Eye ตรงเบ้าตา ที่ยุบตัวลง มีเนื้อน้อยลง ทำให้เป็นร่องใต้ตาและผิวเริ่มหย่อนคล้อย พอมีปัญหาบริเวณใต้ตาก็จะสังเกตเห็นได้ชัดบนใบหน้า จึงเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้แก้ไขเพื่อให้หน้าอ่อนเยาว์ขึ้นครับ

กระดูกใต้ตาจะมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น

นอกจากนี้ ในคนที่อายุน้อยก็สามารถมีปัญหาใต้ตาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นถุงใต้ตา ร่องใต้ตา ขอบตาดำ ตาคล้ำ ซึ่งเกิดจากพันธุกรรม โรคภูมิแพ้ หรือการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของกระดูกช่วงเบ้าตาและใต้ตา รวมไปถึงการใช้สายตาที่ไม่ถูกต้อง ใช้งานหนักเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยานและมีริ้วรอยใต้ตา

2. ฟิลเลอร์คาง 

แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย สามารถฉีดฟิลเลอร์คาง เสริมในส่วนที่ต้องการได้ ปรับรูปหน้า ทำให้หน้าเรียวขึ้น หลายคนอาจจะกังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์คางจะไหลหรือเป็นก้อน ความจริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่แพทย์ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความระมัดระวังมากพอ ฉีดฟิลเลอร์ไปโดนกล้ามเนื้อ mentalis บริเวณคาง ซึ่งหากฉีดโดนกล้ามเนื้อนี้จะดึงฟิลเลอร์ให้มากองรวมกันในระยะ 6 เดือน – 1 ปี ทำให้เห็นเป็นก้อน และต้องแก้ไขครับ

การฉีดฟิลเลอร์คางต้องระวังไม่ให้โดนกล้ามเนื้อ mentalis

แต่ถ้าหากฉีดฟิลเลอร์คางเทคนิคเดียวกันกับการผ่าตัดเสริมคาง ก็จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งหมอทุกคนที่ V Square Clinic ใช้เทคนิคนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดูดีและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

3. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

คนที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก สามารถแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ซึ่งการเกิดร่องแก้มมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย หากแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เมื่อฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไปแล้วอาจทำให้เป็นก้อนได้ ดังนั้นแพทย์ที่มีประสบการณ์จะต้องประเมินว่าแต่ละเคส มีปัญหาร่องแก้มจากสาเหตุใด และเลือกใช้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะกับปัญหานั้นๆ ครับ (ที่ V Square มีเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม 4 แบบ เหมาะสมกับปัญหาร่องแก้มที่แตกต่างกัน)

4. ฟิลเลอร์ปาก 

หากอยากปรับทรงปากให้อวบอิ่ม เป็นปากกระจับโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถใช้การฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยได้ครับ  หมอสามารถออกแบบทรงปากที่เหมาะกับแต่ละคนได้ โดยมีหลักการดูสัดส่วนที่เหมาะสมกับใบหน้า และสามารถทำรูปทรงได้หลากหลายด้วยการฉีดฟิลเลอร์เพียง 1 CC เท่านั้น โดยเฉพาะคนที่ปากบาง ปากแห้ง ปากเป็นร่องมาก เมื่อฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ได้ปากทรงสวย เป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์ปากได้รับความนิยมมากในปัจจุบันครับ เนื่องจากเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดปากที่มีวิธีการดูแลตัวเองที่ยุ่งยาก มีโอกาสอักเสบติดเชื้อ และเมื่อผ่าตัดไปแล้วมีปัญหาก็แก้ไขได้ยาก

5. ฟิลเลอร์ขมับ 

การแก้ปัญหาขมับตอบ ขมับลึก ด้วย ฟิลเลอร์ขมับ จะเหมาะกับคนที่ลดน้ำหนักแล้วเนื้อบนใบหน้ายุบหายไปด้วย ทำให้หน้าโทรม คนที่มีโหนกแก้มเด่น ที่มีสาเหตุมาจากเนื้อขมับและเนื้อแก้มตอบที่ยุบตัวลง และคนที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้ง การฉีดฟิลเลอร์ขมับจะช่วยทำให้ใบหน้าสดใสขึ้น หน้าหวานขึ้นและทำให้หน้าเด็กลง ฟิลเลอร์ขมับเป็นจุดอันตรายถ้าฉีดโดยหมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋า เพราะขมับเป็นจุดที่มีเส้นเลือดเชื่อมไปยังลูกตาได้ และต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณค่อนข้างมากในแต่ละจุด จึงต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้นครับ

6. ฟิลเลอร์หน้าผาก 

สำหรับคนที่มีหน้าผากแบนและต้องการเสริมโหงวเฮ้งหน้าผากโดยไม่ต้องผ่าตัด การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะต้องรับกับขมับ เพื่อให้ใบหน้ามีความเข้ารูป สมส่วน และต้องใช้เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ในชั้นเยื่อหุ้มกระดูกเท่านั้น ผลที่ได้จึงจะมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ไม่ควรฉีดเกินครั้งละ 5 CC ครับ เนื่องจากจะเกิดการกดทับเนื้อเยื่อและบวมลงมาถึงรอบดวงตาได้ แต่อาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราวและหายไปเองใน 14 วันครับ

7. ฟิลเลอร์จมูก 

การฉีดเพื่อเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย ฟิลเลอร์จมูก หลังทำแล้วเห็นผลทันที แต่เป็นจุดที่หมอจะต้องระมัดระวังมาก เนื่องจากมีเส้นเลือดที่เชื่อมไปยังดวงตา และไม่เหมาะกับคนที่วางแผนจะผ่าตัดเสริมซิลิโคนในอนาคต เนื่องจากจะมีปัญหาในการยึดเกาะของแท่งซิลิโคนได้

นอกจาก 7 จุดที่หมอกล่าวมาแล้ว อาจจะเคยได้ยินว่าสามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดเติมจุดอื่นๆ ได้อีก เช่น หน้าอก หรือสะโพก แต่หมอไม่แนะนำให้ทำครับ เนื่องจากฉีดแล้วอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ถ้าอยากเสริมหน้าอกหรือสะโพก หมอแนะนำให้ใช้การผ่าตัดศัลยกรรมจะเหมาะสมกว่า ในการฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุด จะมีเทคนิคเฉพาะและข้อควรระวังที่แตกต่างกันครับ จึงต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาค รวมไปถึงต้องมีความสามารถในการออกแบบใบหน้า เพื่อฉีดฟิลเลอร์ให้ออกมาดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับใบหน้าเดิมมากที่สุดครับ

เลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง?

ก่อนเลือกว่าจะฉีดฟิลเลอร์ ที่ไหนดี เพื่อให้ฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย หมอมีข้อแนะนำ ดังนี้

  1. เลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านกับรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  2. ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง (เนื่องจากต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้เข็มไปโดนเส้นเลือดระหว่างฉีด)
  3. ฉีดฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ห้ามฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ตรวจสอบที่มาที่ไปไม่ได้เด็ดขาด
  4. ดูรีวิว จากผู้ใช้บริการจริงในแหล่งที่เป็นกลาง และควรดูรีวิวที่เป็นคลิปวิดิโอประกอบ เพราะหากเป็นภาพจะทำการตกแต่งได้ง่าย
  5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผลการฉีดฟิลเลอร์ออกมาดีที่สุด

ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูก่อนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกล่องใหม่และเป็นของแท้

ฉีดฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่? ทำไมแต่ละจุดราคาต่างกัน?

ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างครับ เพราะแต่ละจุดมีความยากง่ายต่างกัน ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดก็แตกต่างกันไป รวมไปถึงปัจจัยทางการตลาด ประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะของแพทย์ ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ ราคา ในแต่ละจุดไม่เท่ากันครับ บางจุดอาจมีราคาสูงกว่าบริเวณอื่นเนื่องจากต้องใช้ความระมัดระวังและเทคนิคสูง เช่น ฟิลเลอร์ปาก ฟิลเลอร์จมูก ฟิลเลอร์หน้าผากและการฉีดดอลลี่อาย

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม? 

หลายคนอาจจะกังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม? หมอขอบอกว่าการฉีดฟิลเลอร์ ไม่อันตรายครับ หากฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์ และใช้ฟิลเลอร์แท้ ที่เป็นกรดไฮยาลูรอนหรือกรดไฮยาลูโรนิก 

ถ้าพูดถึงฟิลเลอร์ (Filler) ในทางการแพทย์จะหมายถึงการฉีดสารเติมเต็ม (Injectible Filler) มีหลายประเภท ดังนี้

  1. Hyaluronic Acid (HA) เป็นฟิลเลอร์ที่นิยมและปลอดภัยที่สุด มีใช้แพร่หลายทั่วโลก
  2. Collagen จากสัตว์ ไม่เป็นที่นิยม ใช้แล้วมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ แพ้บวมแดงได้ง่าย
  3. Transplanted Fat (เติมไขมัน) เหมาะกับคนที่ต้องการฉีดครั้งละมากๆ 10-20 cc ขึ้นไป
  4. Biosynthetic polymers เช่น ซิลิโคนเหลว เป็นฟิลเลอร์ชนิดที่สลายไม่หมด ไม่ปลอดภัย ไม่แนะนำให้ใช้และไม่ผ่าน อย.

ส่วนในประเทศไทยที่คนส่วนใหญ่และหมอพูดถึงฟิลเลอร์ จะหมายถึง Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ชนิดที่ปลอดภัยและผ่าน อย. ครับ

ไฮยาลูรอน คืออะไร ปลอดภัยจริงไหม?

กรดไฮยาลูรอนหรือ Hyaluronic Acid เป็นสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีการนำมาใช้กันยาวนาน โดยเป็นโมเลกุลของน้ำตาลที่เรียกว่า polysaccharide มีอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายอยู่แล้วจึงไม่ใช่สารที่อันตรายครับ โดยบริเวณดวงตาและข้อต่อจะพบว่ามี HA  เข้มข้นสูงสุด มีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี โดยเฉพาะที่ข้อต่อ ข้อเข่า

เมื่อคนมีปัญหาริ้วรอย จากการยุบตัวต่างๆ ในชั้นผิว จึงมีการคิดค้น “กรดไฮยาลูรอนสังเคราะห์” มาทดแทนไฮยาลูโรนิค เอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น ไฮยาลูรอนจะมีจุดเด่น คือ ช่วยการอุ้มน้ำได้ดี เพิ่มความยืดหยุ่น รักษาความชุ่มชื้น และป้องกันริ้วรอยบนผิวได้ เช่น ริ้วรอยที่ร่องแก้มและบริเวณรอบดวงตา ที่มักเกิดขึ้นเป็นจุดแรกๆ และริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า อารมณ์ การขมวดคิ้ว รวมถึงมีการนำไฮยาลูรอน มาใช้สำหรับโรคข้อต่างๆ ด้วยครับ

ฟิลเลอร์ปลอมอันตรายไหม? ฟิลเลอร์แท้ดูจากอะไร?

การฉีดฟิลเลอร์ปลอม อันตรายมากครับ ส่วนใหญ่เป็นสารที่ไม่สามารถสลายไปเองได้ตามกลไกร่างกาย หากฉีดไปแล้ว จะทำให้เป็นก้อน ไหลย้อย หรืออย่างร้ายแรงคือเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ฟิลเลอร์ปลอมมักจะโฆษณาว่าฉีดแล้วอยู่ได้นาน เป็นแบบกึ่งถาวร ซึ่งไม่ใช่สาร Hyaluronic Acid ที่ปลอดภัยครับ จะเป็นในกลุ่มของซิลิโคนเหลว

ฟิลเลอร์แท้จะสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีเลข lot ระบุชัดเจน

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนฉีดฟิลเลอร์จึงควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ ขอทางคลินิกตรวจสอบกล่องก่อนฉีด เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ 100% ครับ

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน?

ในปัจจุบัน มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะมีรุ่นย่อยๆ ลงไปอีก เนื่องจากผิวแต่ละบริเวณจะเหมาะกับเนื้อฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันครับ หมอแนะนำฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยม ของประเทศอเมริกา อังกฤษและสวีเดน แต่ละตัวจะอยู่ได้นานต่างกันไป ดังนี้

  • ฟิลเลอร์ Juvederm จากอเมริกา
    • Juvederm Ultra Plus อยู่ได้ 12 เดือน
    • Juvederm Voluma อยู่ได้ 18 เดือน
    • Juvederm Volbella อยู่ได้ 12 เดือน
    • Juvederm Volift อยู่ได้ 12 เดือน
    • Juvederm Volite อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • ฟิลเลอร์ Restylane จากสวีเดน
    • Restylane Perlane lyft อยู่ได้ 12 เดือน
    • Restylane Vital light อยู่ได้ 6-12 เดือน
    • Restylane Volyme อยู่ได้ 18 เดือน
    • Restylane Defyne อยู่ได้ 18 เดือน
    • Restylane Refyne อยู่ได้ 12 เดือน
  • ฟิลเลอร์ Perfectha จากฝรั่งเศส
    • Perfectha Subskin อยู่ได้ 12 เดือน

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร?

ทีมแพทย์ V Square Clinic จะประเมินว่าแต่ละเคสมีปัญหาจากสาเหตุอะไร และเลือกรุ่นของฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับการแก้ปัญหาในจุดนั้นๆ มากที่สุดครับ

ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์และหลังฉีดฟิลเลอร์ 

อีกปัจจัยที่สำคัญและไม่ควรละเลย คือการเตรียมตัวก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์ครับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัยและช่วยรักษาให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น

  • ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
  1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์
  2. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง
  3. ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในคลินิกนั้นๆ
  4. ดูวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อต่างๆ 
  5. ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibruprofen diclofenac ponstan เป็นเวลา 1 อาทิตย์
  6. งดวิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng, and Vitamin E
  7. งดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging ทุกชนิด 3 วัน
  8. ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
  9. แจ้งโรคประจำตัวและยาที่รับประทานประจำกับแพทย์ก่อนฉีด
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
  1. อาจมีอาการบวม แดงหรือคันในจุดที่ทำได้เป็นเรื่องปกติ หลีกเลี่ยงการแตะ เกา กดนวดในจุดนั้นๆ 
  2. อาการบวม แดง จะหายไปเองใน 2-3 วัน หากหลัง 3 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้กลับมาพบแพทย์
  3. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.
  4. งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือน
  5. พยายามอย่าขยับใบหน้าเยอะ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  6. งดรับประทานอาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่เผ็ดมากๆ อาหารหมักดองและอาหารหวานจัด เพราะสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้

Tips : การดื่มน้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตร ต่อวันครับ

Q&A ตอบคำถามเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์

Q : ฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเข้าที่? 

หลายคนสงสัยว่า หลังฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเข้าที่ เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องพักฟื้นนานไหม? จริงๆ แล้วหลังฉีดฟิลเลอร์เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีดครับ แต่จะมีอาการบวมจากเข็มและตัวฟิลเลอร์อยู่ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์  

Q : ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน?

หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วบวม เกิดขึ้นได้เป็นปกติ สาเหตุมากจากเข็มที่ใช้ฉีดเข้าไปในเนื้อ อาการบวมจะดีขึ้นใน 3 วันครับ 

Q : ฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? แก้ไขได้ไหม?

การฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน บวม เกิดได้จากสาเหตุ ดังนี้

  • เลือกฟิลเลอร์ไม่ถูกรุ่นไม่เหมาะกับบริเวณที่ฉีด
  • ใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง
  • ใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • หมอที่ฉีดให้ไม่มีความชำนาญทางด้านการฉีดฟิลเลอร์

หากต้องการแก้ไข สามารถทำได้โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์ ด้วยตัวยา (Hyaluronidase:HYAL) ได้ครับ แต่ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้เท่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์ปลอมจะต้องใช้การผ่าตัด หรือขูดฟิลเลอร์ออกครับ

Q :ฉีดสลายฟิลเลอร์ คืออะไร? สามารถสลายได้หมดไหม?

การฉีดสลายฟิลเลอร์ ใช้ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วมีปัญหา เช่น ฉีดโดนมัดกล้ามเนื้อทำให้ฟิลเลอร์ถูกดึงมากองเป็นก้อน ฟิลเลอร์ไหลย้อย เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ไม่สวย ต้องการแก้ไข โดยการฉีดสลายฟิลเลอร์สามารถสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid แท้ เท่านั้น 

Q : ฉีดฟิลเลอร์ ทำให้ตาบอดได้จริงหรือ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีโอกาสทำให้ตาบอดได้จริงครับ แต่เกิดขึ้นได้ยากมาก หากคนไข้เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคถูกต้อง ก็หลีกเลี่ยงอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์และลดความเสี่ยงต่างๆ ได้ครับ 

หากแทงเข็มฟิลเลอร์โดนเส้นเลือด ทำให้เกิดการอุดตันและเกิดอันตรายได้

ความผิดพลาดและอันตรายที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ส่วนมาก เกิดจากการฉีดกับหมอเถื่อน หมอกระเป๋าและการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์ครับ

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ ที่ V Square Clinic โดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ 6-15 ปี

รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและฟิลเลอร์ร่องแก้ม ก่อนและหลังทำทันที

ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคน มีการเทรนนิ่ง และอัพเดทความรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี  เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะของ V Square ที่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มีการติดตามผลหลังทำทุกเคส 

ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ทุกตัว เป็นแบรนด์ระดับโลก จากประเทศจากอเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ฟิลเลอร์ทุกตัวสามารถตรวจสอบกับผู้ผลิตได้ทุกชิ้นว่าเป็นของแท้ ทำให้ผู้รับบริการ รู้สึกมั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัยครับ

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!