รู้จักอุปกรณ์การแพทย์พยุงกระดูกสันหลังคอ ปรับได้ สวมใส่สะดวก
รู้จักนวัตกรรม Customized SOMI Brace อุปกรณ์การแพทย์ที่ออกแบบให้ปรับแต่งได้

อุปกรณ์การแพทย์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษา และฟื้นฟูผู้ป่วย โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อพยุงหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อุปกรณ์มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับผู้ป่วยมากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์การแพทย์ช่วยพยุงกระดูกสันหลังส่วนคอ พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมอุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
อุปกรณ์การแพทย์ ช่วยพยุงกระดูกสันหลังคอ คืออะไร? รู้จักอุปกรณ์ที่ช่วยประคองคอ
อุปกรณ์การแพทย์ช่วยพยุงกระดูกสันหลังคอ (Spinal Orthosis) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ภายนอกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประคองและจำกัดการเคลื่อนไหวบริเวณคอและกระดูกสันหลังส่วนคอ เพื่อช่วยลดแรงกดหรือการเคลื่อนไหวที่อาจกระทบต่อบริเวณที่มีอาการ อุปกรณ์มีหลายรูปแบบและวัสดุ เช่น โฟมน้ำหนักเบาและเทอร์โมพลาสติก จึงสามารถออกแบบให้กระชับ รองรับสรีระ และสวมใส่ได้สบายมากขึ้น
หลักการทำงานของอุปกรณ์ช่วยพยุงและจำกัดการเคลื่อนไหว
อุปกรณ์การแพทย์ช่วยพยุงกระดูกสันหลังส่วนคอทำหน้าที่ประคองศีรษะและลำคอ พร้อมช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวในทิศทางที่อาจกระทบต่อบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ โดยมีข้อดีสำคัญ ดังนี้
- ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกคอ อุปกรณ์พยุงกระดูกคอช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของคอทั้งการก้มหน้า (Flexion) เงยหน้า (Extension) และการหมุนคอ (Rotation)
- ช่วยเพิ่มความมั่นคงของบริเวณคอและศีรษะ โครงสร้างของอุปกรณ์ช่วยประคองและยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอให้มีความมั่นคงมากขึ้น
- ปรับระดับให้เหมาะกับผู้ใช้งานได้ สามารถปรับความกระชับบริเวณขากรรไกรล่าง รวมถึงส่วนด้านหน้าและด้านหลังของอุปกรณ์ เพื่อให้เหมาะกับสรีระ
- สวมใส่และใช้งานได้สะดวกขึ้น การออกแบบให้มีชิ้นส่วนหลักเพียง 3 ชิ้น ช่วยลดความซับซ้อนในการประกอบและการสวมใส่
- เพิ่มความสบายระหว่างการใช้งาน การออกแบบและวัสดุที่เหมาะสมช่วยให้รองรับสรีระได้ดีขึ้น และลดความไม่สบายเมื่อสวมใส่เป็นระยะเวลาหนึ่ง
ทำความรู้จัก“อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้” พัฒนาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้ หรือ Customized Sternal-Occipital-Mandibular Immobilization (SOMI) Brace เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ทำการวิจัยและพัฒนาขึ้นจากความต้องการปรับปรุงอุปกรณ์การแพทย์พยุงกระดูกสันหลังส่วนคอที่ใช้ในทางการแพทย์ ให้สามารถปรับระดับได้ง่าย สวมใส่สะดวก และเหมาะสมกับผู้ป่วยมากขึ้น
แรงบันดาลใจสำคัญมาจากการใช้งาน SOMI Brace ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอหัก กระดูกติดเชื้อ หรือมีเนื้องอกที่กระดูก รวมถึงการใช้เพื่อยึดตรึงกระดูกสันหลังในระยะสั้นหลังการผ่าตัด แม้อุปกรณ์รูปแบบดั้งเดิมจะช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกคอได้ แต่มีข้อจำกัดด้านการประกอบและการสวมใส่ จึงนำไปสู่การออกแบบอุปกรณ์รูปแบบใหม่ที่มีชิ้นส่วนหลักเพียง 3 ชิ้น สามารถปรับระดับได้ และมุ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของอุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้
อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้ ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานทางการแพทย์มากขึ้น ทั้งการปรับระดับให้กระชับ ความสะดวกในการสวมใส่ และการจำกัดการเคลื่อนไหวของคอ โดยมีจุดเด่น ดังนี้
- ปรับความกระชับบริเวณขากรรไกรล่างได้ ช่วยให้อุปกรณ์การแพทย์สามารถปรับระดับความกระชับได้
- ปรับระดับส่วนด้านหน้าและด้านหลังได้ ทำให้สามารถปรับตำแหน่งของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับรูปร่างและการใช้งานของผู้ป่วย
- ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการยึดตรึง ด้วยโครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนคอ
- ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ทั้งการก้มหน้า (Flexion) การเงยหน้า (Extension) และการหมุนคอ (Rotation)
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กับการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ สู่การต่อยอดนวัตกรรมเพื่อการรักษาผู้ป่วย
การพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคอแบบปรับแต่งได้ (Customized SOMI Brace) สะท้อนถึงการนำงานวิจัยและนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์มาต่อยอดให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยมุ่งพัฒนาอุปกรณ์ให้สามารถปรับระดับได้ง่าย สวมใส่สะดวก มีความมั่นคง และเหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องยึดตรึงกระดูกสันหลังส่วนคออย่างเหมาะสม
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการมุ่งสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรมเชิงสุขภาพของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ พร้อมผลักดันงานวิจัยให้สามารถต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้จริงในทางการแพทย์ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน