เปิดลิสต์เทรนด์เที่ยว 2569 ! ปักหมุด Club Med พิกัดใหม่ที่ต้องไปเช็กอิน
คลับเมด (Club Med) ผู้นำระดับโลกด้านการพักผ่อนระดับพรีเมียมออลอินคลูซีฟ ประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งและสร้างผลกำไรที่มั่นคงต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและเสถียรภาพโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการวางตำแหน่งทางการตลาดในระดับพรีเมียม ความหลากหลายของกลุ่มรีสอร์ต เอกลักษณ์ของแนวคิดการพักผ่อนแบบรวมทุกอย่าง ตลอดจนการบูรณาการกลยุทธ์ดิจิทัลและกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนวัตกรรม
สำหรับผลการดำเนินงานระดับโลกครั้งสำคัญในปี 2568 คลับเมดทำมูลค่าทางธุรกิจแตะ 2,222 ล้านยูโร เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ในขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 241 ยูโร หรือเติบโตร้อยละ 5 ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการเจาะตลาดระดับบน โดยในปีนี้มียอดต้อนรับผู้เข้าพักจากทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 1.4 ล้านคน และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 75.8 เพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เมื่อแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์พบว่ากลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาเติบโตสูงสุดที่ร้อยละ 10 ตามด้วยกลุ่มเอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลกชัน ซึ่งเป็นกลุ่มหรูหราเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และกลุ่มรีสอร์ตริมทะเลเติบโตร้อยละ 4


ในส่วนของภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก หรือ ESAP คลับเมดประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยมูลค่าทางธุรกิจที่เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 13 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยได้ต้อนรับผู้เข้าพักมากกว่า 300,000 คน สู่รีสอร์ตทั้ง 10 แห่งในภูมิภาค ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากยอดจองที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 21 ของกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขาในประเทศญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างน่าประทับใจถึงร้อยละ 20 ของเรือสำราญหรูอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง คลับเมด 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เด่นชัดของตลาดต่อการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และทริปในฝัน
ขณะที่ตลาดประเทศไทยมีการเติบโตอย่างน่าประทับใจเช่นกัน โดยมูลค่าทางธุรกิจในไทยขยายตัวขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของทั้งการท่องเที่ยวในประเทศและการเดินทางไปต่างประเทศ การเติบโตส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 23 ในกลุ่มรีสอร์ตบนภูเขา เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์สกีระดับโลก นอกจากนี้ยังพบกระแสความสนใจในจุดหมายปลายทางใหม่ที่ประเทศจีน โดยเฉพาะภูมิภาคลี่เจียงที่กำลังกลายเป็นพิกัดยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภูเขา รวมถึงแหล่งสกีชื่อดังอย่างยา布ลี่และเป่ยดาหู สำหรับตลาดในประเทศนั้น คลับเมด ภูเก็ต ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของยอดขายภายในประเทศ ในขณะที่มัลดีฟส์ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางต่างประเทศระดับพรีเมียมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทย
เทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออก (ESAP)


“Whycation” เที่ยวแบบมีเป้าหมาย… ให้ใจนำทาง
หมดยุคของการเที่ยวตามรีวิวว่าต้องไป “ที่ไหน” (The Where) แต่คนยุคนี้ถามตัวเองก่อนว่า “ไปเพื่ออะไร” (The Why) นักเดินทางหันมาเน้นคุณค่าทางอารมณ์ อยากไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว การพักผ่อนแบบออลอินคลูซีฟจึงตอบโจทย์ที่สุด เพราะคุณไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะกินอะไร เดินทางอย่างไร ทำให้มีเวลาโฟกัสกับ “เป้าหมาย” ของทริปได้อย่างเต็มอิ่ม
“Sports Tourism” เมื่อสนามแข่ง… คือจุดหมายปลายทางยอดฮิต
เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงกีฬามาแรงแซงทุกโค้ง! ไม่ใช่แค่การไปดูแข่งกีฬา แต่เป็นการที่นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปเพื่อ “เล่น” และ “ฝึกซ้อม” ในสนามที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะกีฬาที่กำลังฮิตไปทั่วโลกอย่าง ‘พาเดล’ (Padel) ซึ่งคลับเมดเป็นผู้บุกเบิกจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง Club Med Padel Cup 2.0 ในปีนี้ ใครเป็นสายสปอร์ตเลิฟเวอร์บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะที่นี่เปรียบเสมือนสโมสรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีกิจกรรมให้เลือกกว่า 20 ประเภท!
“Hushpitality” นิยามใหม่ของความหรูหราที่สงบและไร้กังวล
ความเหนื่อยล้าจากการทำงานทำให้เกิดเทรนด์ “Hushpitality” หรือการมองหาความสะดวกสบายขั้นสุดชนิดที่ “ไม่ต้องคิดหรือตัดสินใจอะไรเลย” (Zero-decision travel) แค่ก้าวเท้าเข้ารีสอร์ตก็มีอาหารเลิศรสรออยู่ มีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลเด็ก ๆ มีความบันเทิงและกิจกรรมเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ โดยไม่ต้องกังวลกับคำถามที่ว่า ‘โปรแกรมต่อไปคืออะไร’ อีกต่อไป
ปักหมุด Club Med พิกัดใหม่ที่ต้องไปเช็กอิน
คลับเมด (Club Med) กำลังเร่งขับเคลื่อนการเติบโตในระดับโลก ผ่านแผนยุทธศาสตร์การเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่และการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยโครงการทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งจุดหมายปลายทางที่กำลังจะเปิดตัวเหล่านี้ จะช่วยตอกย้ำคำมั่นสัญญาของแบรนด์ในการมอบความสุขและอิสระแห่งการพักผ่อน (l’Esprit Libre) ในทำเลที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดทั่วโลก
คลับเมด แอฟริกาใต้ บีช แอนด์ ซาฟารี (เปิดบริการกรกฎาคม 2569)
รีสอร์ตแห่งใหม่บนชายฝั่งดอลฟิน (Dolphin Coast) ที่พร้อมมอบ 2 ประสบการณ์คู่ขนานในจุดหมายเดียว โดยเปิดตัวโรงเรียนสอนโต้คลื่น (Surf School) แห่งแรกของแบรนด์ พร้อมซาฟารีลอดจ์ขนาด 80 ห้องพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮลูฮลูเว (Hluhluwe Game Reserve) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสความงามของมหาสมุทรอินเดีย และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าแห่งแอฟริกา (Big Five)

คลับเมด บอร์เนียว มาเลเซีย (เปิดบริการพฤศจิกายน 2569)
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของรีสอร์ตหรูที่ผสานแนวคิดความยั่งยืน โดยที่นี้จะเป็นรีสอร์ตริมหาดขนาดใหญ่แห่งแรกของคลับเมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับมาตรฐานอาคารเพื่อความยั่งยืน BREEAM ระดับสากล รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติโคตาคินาบาลูเพียง 90 นาที มีห้องพักรวม 400 ห้อง พร้อมโซน Exclusive Collection ระดับพรีเมียม มอบประสบการณ์พักผ่อนท่ามกลางป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์และวิวทะเลจีนใต้สีครามอันงดงาม

คลับเมด เกาะสมุย, ประเทศไทย (เปิดให้บริการปี 2571)
ร่วมสัมผัสประสบการณ์รีสอร์ทริมชายหาดระดับ Exclusive Collection แห่งแรกของคลับเมดในประเทศไทย รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใสที่จะเป็นดั่งสวรรค์แห่งการพักผ่อนอันเงียบสงบ โดดเด่นด้วยหน้าหาดส่วนตัวที่ยาวกว่า 200 เมตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกิจกรรมกีฬาทางน้ำและกิจกรรมและมุมพักผ่อนสังสรรค์ ที่นี่พร้อมมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราเหนือระดับและการเข้าถึงวิถีชีวิตแบบชาวเกาะ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก

คลับเมด ทรอมบล็อง, แคนาดา (เปิดให้บริการปี 2571)
รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาโลเรนเชียนส์ (Laurentians) พร้อมนำเอาความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านรีสอร์ทภูเขาของคลับเมด มาสู่หนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ ตลอดทั้งสี่ฤดู ในด้านการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านพักตากอากาศสไตล์อัลไพน์ชาเลต์ร่วมสมัย โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์อันมีชีวิตชีวาเข้ากับบรรยากาศที่หรูหราและอบอุ่นน่าพักผ่อน เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว พักผ่อนระดับพรีเมียมแบบรวมทุกอย่าง ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันอบอุ่นและมีชีวิตชีวาของรีสอร์ทสไตล์ภูเขา

คลับเมด ซาน ซิคาริโอ, อิตาลี (เปิดให้บริการปี 2571)
รีสอร์ทแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมทางเข้าสู่ลานสกีในเขตเวียลัตเตอา (Vialattea) ที่มีเส้นทางสกีระยะทางรวมกว่า 400 กิโลเมตรได้โดยตรง โดยตัวรีสอร์ทพร้อม เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวในสองฤดูกาลหลัก เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวและนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ การพักผ่อนบนภูเขาในระดับท็อปคลาส รวมถึงตอบโจทย์ผู้ที่รักการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน

คลับเมด มูซันดัม, โอมาน (เปิดให้บริการปี 2571)
รีสอร์ทระดับเอ็กซ์คลูซีฟแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนคาบสมุทรตูมูซันดัม ประเทศโอมาน โดยจะเปิดให้บริการห้องพักสุดหรูจำนวน 300 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่คือการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของโอมานมาผสมผสาน เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมระดับโลกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกีฬาทางน้ำ โปรแกรมการดูแลสุขภาพ (Wellness) และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ท่ามกลางทัศนียภาพอันน่าทึ่งของฟยอร์ดและทิวเขาในภูมิภาคแห่งนี้

คลับเมด มานาโด, อินโดนีเซีย (เตรียมเปิดให้บริการปี 2572)
รีสอร์ทแห่งใหม่ในจังหวัดซูลาเวซีเหนือ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่จุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า โดยที่นี่พร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่เหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพัก ทั้งการท่องเที่ยวบนบกและการสำรวจโลกใต้ท้องทะเล
