ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จากวิศวกรสู่เจ้าของฉายา ผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

จาก “ความแข็งแกร่งส่วนตัว” สู่ “ความแข็งแกร่งของเมือง” อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เจ้าของฉายาผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น ถุงแกงในมือ และเท้าเปล่าที่ก้าวเดินเข้าวัดภาพนี้ไม่ได้มาจากฉากในภาพยนตร์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของมีมระดับตำนานที่กลายเป็นไวรัลและเปลี่ยนวิศวกรโยธาคนหนึ่งกลายเป็น “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” 

ประวัติ

อาจารย์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2509 เป็นบุตรชายของ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ นางจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาที่เป็นบุคคลคุณภาพของสังคม ทั้ง รศ.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ และ คู่แฝดอย่าง รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

อาจารย์ชัชชาติ จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ให้ไปศึกษาต่อปริญญาโท วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาเอก วิศวกรรมโยธา (โครงสร้าง) มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังสำเร็จการศึกษาจึงได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางการมเมือง

เริ่มต้นจากสายวิชาการในฐานะอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ด้วยความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นด้านวิศวกรรมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เขาถูกดึงตัวเข้ามาช่วยงานบริหารประเทศในฐานะ “คนนอก” ที่ไม่ใช่เปิดตัวมาจากนักการเมืองอาชีพ โดยเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษากระทรวงคมนาคม 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ความรู้ความสามารถที่ตรงสายส่งผลให้เขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และขยับขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปีเดียวกัน ซึ่งช่วงนี้ที่ได้แสดงศักยภาพในการลงพื้นที่และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง 

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 (พ.ศ. 2565) ชัชชาติสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ด้วยการชนะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างถล่มทลาย ด้วยคะแนนเสียงสูงถึง 1,386,215 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติคะแนนนิยมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ เขาได้นำความเป็นวิศวกรมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการคิดเชิงระบบและนำเทคโนโลยีอย่างระบบ “Traffy Fondue” เข้ามาขับเคลื่อนเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับสไตล์การทำงานเชิงรุกที่บ้าพลังและเข้าถึงง่ายจนถึงปัจจุบัน

ที่มาของตำนาน “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี “

ในปี พ.ศ. 2556 มีผู้พบเห็นชัชชาติเดินเท้าเปล่า ถือถุงอาหารตักบาตร ในสภาพสวมเสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้นสีดำที่จังหวัดสุรินทร์ ภาพนั้นถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตและกลายเป็น “มีม” ระเบิดระเบ้อในชั่วข้ามคืน ชาวเน็ตนำภาพเขาไปตัดต่อล้อเลียนในฐานะผู้มีพลังพิเศษ ทรงพลังยิ่งกว่าซูเปอร์ฮีโร่คนไหนๆ จนได้รับฉายาว่า “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

อย่างไรก็ตามแทนที่จะปฏิเสธหรือโกรธเคือง ชัชชาติกลับโอบรับมีมนี้ด้วยอารมณ์ขัน เขาใช้ความ “แข็งแกร่ง” นี้เป็นตัวแทนของความพร้อมในการทำงานหนักเพื่อประชาชน

นโยบาที่อยากให้ชีวิตคน กทม. ดีขึ้นเรื่อยๆ 

ตลอด 4 ปีของการบริหารเมือง นโยบายของอาจารย์ชัชชาติไม่ได้เน้นการสร้างเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่ใช้วิธีคิดแบบวิศวกรเข้าไปซ่อมแซมและยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงผ่าน “เส้นเลือดฝอย” อย่างเป็นระบบ ทั้งการปรับปรุงทางเท้า เพิ่มพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน และแก้ปัญหาน้ำท่วมเชิงรุก ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทลายระบบราชการเพื่อคืนความสะดวกและโปร่งใสให้ประชาชน ซึ่งการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดวาระนี้ ได้เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองที่ปลอดภัย มีชีวิตชีวา และน่าอยู่สำหรับทุกคนขึ้นเรื่อย ๆ อย่างยั่งยืน 

ภาพจาก https://www.facebook.com/chadchartofficial/photos?locale=th_TH