ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์

รักแท้ 23 ปี พิสูจน์แล้ว ของ ตั๊ก-นภัสรัญชน์ และ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์

บางครั้ง ความรักที่ยืนยาวอาจไม่ต้องหวือหวา สำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอ เช่นเรื่องราวของ ตั๊ก-นภัสรัญชน์ และ  ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่มีโมเมนต์น่ารักให้แฟนๆ ได้เห็นอยู่ตลอดแต่กว่าจะได้ครองรักอย่างวันนี้ ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันเสียงรอบข้าง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า รักครั้งนี้เป็นไปได้จริง และทำให้พวกเขาเชื่อว่า…นี่แหละรักสุดท้าย

Simple But Special

ในฐานะฉายาคู่รักมาราธอนที่คบกันมากว่า 23 ปี  หลายคนคงอยากรู้ว่าความรักของทั้งคู่ยังคงเดิมหรือมีอะไรเปลี่ยนบ้าง ตั๊ก-นภัสรัญชน์ เล่าให้ฟังว่า “วันแรกรักกันอย่างไร ดูแลกันแบบไหน วันนี้ก็ยังคงทำแบบนั้นครับ พวกเราเป็นตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจึงให้เกียรติอีกฝ่าย เคารพในสิ่งที่เขาเป็น อะไรที่  ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ มีความสุขก็ให้เขาทำ และเพราะเราทั้งคู่ทำงานเยอะมาก บางวันแทบไม่ได้คุยกันเลย อย่างเวลาผมกลับบ้านดึก ป๊อกหลับไปแล้ว ตอนเช้าผมต้องตื่นตี 5 ไปทำงานต่อ เขาก็ยังหลับ เราจึงตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่จำเป็นว่าต้องมีเวลาอยู่ด้วยกันเสมอ ถ้าว่างก็ค่อยเจอกัน คู่เราจึงไม่มีกฎมากดดันกัน 

 ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ เล่าเสริม “อย่างล่าสุดป๊อกไปเที่ยวกับเชฟป้อม (หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล)ที่เกาะช้าง แต่พี่ตั๊กไม่ว่าง เขาก็ปล่อยให้ไป และเราก็ไม่ได้บังคับให้เขาไปด้วย พอกลับมาก็ค่อยเล่าให้ฟังว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง ต่างฝ่ายต่างแฮปปี้ทั้งคู่ หรือในวันครบรอบก็ไม่เคยจับผิดว่าอีกฝ่ายจำได้ไหม ต้องมีเซอร์ไพรส์หรือเปล่า หรือต้องไปเที่ยวด้วยกัน คิดว่าแค่เคารพและเข้าใจกันก็พอแล้ว ถ้าวันไหนเราว่างตรงกันพอดี ก็แค่บอกเขาว่า วันนี้ วันครบรอบนะ กอดกัน บอกรักกัน แค่นี้ก็พิเศษแล้วค่ะ

“สำหรับความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังแต่งงาน ในเรื่องการใช้ชีวิตเรายังคงเทคแคร์กันเหมือนวันแรก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกโดยเฉพาะความมั่นคงในจิตใจ ไม่ต้องกังวลว่าความสัมพันธ์จะจบง่ายๆ เพราะความเป็นสามีภรรยาทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและความสบายใจ เหมือนมีที่พึ่งพิง รู้สึกเหมือนหัวใจทั้งหมดของเขาเป็นของเรา รวมถึงทรัพย์สินด้วยค่ะ” (หัวเราะ) 

“นอกจากนี้คงเป็นความรักที่มีให้กันมันมากขึ้น พี่ตั๊กไม่ใช่แค่คนรัก แต่เป็นทั้งเพื่อน พี่ ที่ปรึกษา และเป็นครอบครัวที่คุยได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าทุกข์หรือสุข ก็มีเขาคอยแชร์ด้วย อย่างเวลาที่ป๊อกไม่สบายใจ เขาจะเป็นสายหลักการ แทนที่จะกอดคอเศร้าไปด้วยกัน เขาจะพยายามพูดให้เราเห็นถึงมุมมองอื่นๆ และช่วยดึงเราออกจากอารมณ์นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากในความสัมพันธ์ เขาสอนให้ป๊อกได้โตขึ้นไปอีกขั้น จากแต่ก่อนถ้าเราไม่ชอบอะไรจะไม่ค่อยยอม ทำให้มีทัศนคติไม่ดีต่อคนหรือในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเช่น เรามักมองคนจากมุมของเราคนเดียว แล้วตัดสินทันทีว่าเขาเป็นคนไม่ดี แล้วเผลอไปพูดต่อกับคนอื่น พี่ตั๊กก็จะคอยพูดเรื่องธรรมะ มนุษยธรรม หรือมุมมองเชิงบวก จนทำให้เรามองโลกกว้างขึ้น จนบางทีเพื่อนยังแซวว่า พี่ตั๊กดูเป็นคนดีจนป๊อกกลายเป็นนางร้ายไปเลย” (หัวเราะ) 

ด้านคุณตั๊กเองก็มีสิ่งที่ได้เรียนรู้จากภรรยาเช่นกัน “ป๊อกสอนให้ผมเข้าใจว่า แม้เราจะมีมุมมองต่างกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งสำคัญคือการฟังเหตุผลของกันและกันก่อน เราไม่จำเป็นต้องเถียงเพื่อเอาชนะ เพื่อแค่ให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะสุดท้ายเป้าหมายปลายทางก็คือสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเราเลือก”

ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์

Our First Date   

เราขอหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปเมื่อ 23 ปีที่แล้ว คุณตั๊กเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นคู่ชีวิต “ถ้าให้นึกเร็วๆ คงเป็นตอนเมาครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นผมเล่นละครเวทีอยู่ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ พอซ้อมละครเสร็จก็ข้ามฝั่งมาที่วัดพระแก้ว มีร้านอาหารชื่อว่า ช.ประทุมทอง ทุกเย็นผมจะมาสังสรรค์กับเพื่อนที่นี่ จนวันหนึ่งเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอมๆ ใส่เสื้อบางๆ เดินเข้ามาในร้าน เพื่อนก็แนะนำให้รู้จัก นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เจอป๊อก

“ตอนแรกนั่งกันคนละโต๊ะ เราคุยข้ามกันไปมา สุดท้ายก็มานั่งโต๊ะเดียวกัน บรรยากาศวันนั้นสนุกมาก เราคุยกันถูกคอ หลังจากนั้นก็เริ่มนัดกัน 2 คน ไปสังสรรค์กันเพราะเป็นสายปาร์ตี้ทั้งคู่ นั่งคุยกันจนถึงเช้าไม่มีเดดแอร์เลย ซึ่งผิดกับนิสัยผมที่เป็นอินโทรเวิร์ด ปกติจะไม่ค่อยคุยกับใครและมีโลกส่วนตัวสูง แต่พอได้อยู่กับเขา รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จากแค่คุยเล่นๆ ก็คุยเรื่องความคิด ความเชื่อ มุมมองชีวิต จึงเริ่มรู้สึกว่าเราคลิ๊กกัน สิ่งที่ทำให้ประทับใจป๊อกตั้งแต่แรก คือเขาเป็นตัวของตัวเอง อ่อนโยน วางตัวดี อาจจะมีรั่วหรือล้นบ้างตอนเมา (หัวเราะ) แต่ก็น่ารักดีครับ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมอยากดูแลและเป็นที่พึ่งให้เขา”

คุณป๊อกยิ้มและเล่าต่อว่า “สำหรับป๊อก ทัศนคติเป็นเรื่องสำคัญ หากจะพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้ ต้องมองว่าเราสามารถอยู่กับเขาทั้งชีวิตได้ไหม  ถ้ามีบางเรื่องที่ไม่ชอบ ก็จะคงไว้ในฐานะเพื่อน แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่กับพี่ตั๊ก ความรู้สึกดีกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประทับใจที่สุดคือเรื่องมารยาท ไม่ว่าจะกินข้าวหรือทำอะไรก็ไม่เคยเลอะเทอะ เขาได้รับการอบรมมาดี และที่สำคัญคือ เป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน ไม่เคยมีช่วงโปรโมชั่น จึงรู้สึกว่าเราเลือกคนไม่ผิด”

Through It All Together  

กว่าจะได้แต่งงานตามที่ตั้งใจ ทั้งคู่ต้องฝ่ากระแสสังคมที่คนมองว่าไม่เข้ากัน คุณตั๊กเล่าว่า “คนรอบข้างก็พูดเข้าหูเยอะ ว่าจะไปรอดไหม ด้วยความที่ผมเป็นนักแสดงธรรมดา ขณะที่เขามีชื่อเสียงระดับนางเอก ตอนแรกผมก็คิดว่าคงคบได้ไม่นานเหมือนที่คนอื่นพูด แต่เราเห็นว่าเขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออยู่ข้างๆ ผม เช่น สไตล์การแต่งตัว ผมชอบแต่งตัวสบายๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงเล รองเท้าแตะ เขาก็ใส่บ้างและสามารถมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางกับผมได้ จึงรู้สึกอยากสู้เพื่อพิสูจน์ความรักไปด้วยกัน ส่วนครอบครัว คุณแม่ผมไม่ว่าอะไรครับ แถมยังแนะนำให้ไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมกับป๊อกจึงตระเวนไปทุกที่ ทั้งศาลหลักเมือง วัดพระแก้วมรกต ประสาทพระเทพบิดร เพื่ออธิษฐานให้เราอยู่ด้วยกัน”จนกระทั่ง 10 ปีผ่านไป คำอธิษฐานนั้นได้กลายเป็นจริง ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน “คู่เราไม่ได้มีบรรยากาศขอแต่งงานหวานๆ เพราะเราสองคนรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องแต่ง พี่ตั๊กแค่กำหนดวันแต่งให้ใกล้วันเกิดป๊อก คือ วันที่ 22 ธันวาคม ก่อนวันแต่งงาน ขณะที่ป๊อกนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จู่ๆ พี่ตั๊กก็คุกเข่าเหมือนจะขอแต่งงาน เราจึงถามเขากลับไปว่า แน่ใจแล้วใช่ไหม เขาก็ยังยืนยันคำเดิม ซึ่งเก้าอี้ที่ป๊อกนั่งวันนั้น เขานำไปใช้ในงานแต่งให้ป๊อกนั่งบนเวทีด้วย รู้สึกซาบซึ้งใจในทุกสิ่งที่พี่ตั๊กทำ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่พิเศษมากๆ ค่ะ

Love with Respect

สำหรับเคล็ดลับการครองคู่ให้ยืนยาว คุณป๊อกบอกว่าง่ายมาก “ด้วยความที่คู่เราต่างเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่แรก จึงเห็นกันมาทุกมุม ทำให้ยอมรับนิสัยได้ ไม่ต้องฝืนเปลี่ยนแปลงตัวเอง ที่สำคัญคือการเคารพในพื้นที่ของกันและกัน อย่างพี่ตั๊กไม่เคยห้ามอะไรเลย เขาให้อิสระป๊อกได้ทำในสิ่งที่ชอบ ช่วงหนึ่งเราติดเที่ยว เลิกงานแล้วไม่ยอมกลับบ้าน แต่จะไปนั่งเล่นกับเพื่อน ในขณะที่พี่ตั๊กทำงานเสร็จจะกลับบ้านเลย พอเขาโทรมาถามว่าอยู่ไหน ถ้าอยู่ข้างนอกก็จะมาหาเราทันที และมานั่งคุยด้วยกันอย่างสนุกสนาน พี่ตั๊กไม่เคยโกรธป๊อกเลยสักครั้งค่ะ ถ้าจะโกรธส่วนใหญ่จะหงุดหงิดเรื่องนอกบ้านมากกว่า แต่เขาก็ไม่เคยนำอารมณ์มาลงที่เรา หากเห็นเขาอารมณ์ไม่ดี ป๊อกจะกอดเขาเพื่อให้อารมณ์ดีขึ้น

“นอกจากนี้การพูดจาที่ดีก็ช่วยให้ความสัมพันธ์เฮลตี้ เวลาเขาทำอะไรไม่เรียบร้อย เราก็จะหาวิธีการพูดให้น่าฟัง เช่น เวลาพี่ตั๊กหยิบเสื้อออกจากไม้แขวน แต่ไม่ยอมหยิบไม้แขวนใส่ตะกร้า แทนที่จะพูดว่า ‘ทำไมไม่วางไม้แขวนในตระกร้า’ ก็จะเปลี่ยนเป็น ‘ป๊อกวางตะกร้าไว้ใกล้แค่นี้เอง ที่รักหยิบไม้แขวนไปใส่นิดเดียว สะดวกที่สุดเลย เชื่อป๊อก’ เราจะบอกแบบนี้ ไม่เริ่มด้วยคำตำหนิ เพราะเราเองก็ไม่ชอบให้ใครมาว่า เพราะฉะนั้นต้องนึงถึงใจเขาใจเรานะคะ

“อีกเรื่องคือคู่ไหนที่แต่งงานกันแล้ว แม้เราจะไม่คาดหวังเรื่องเซอร์ไพรส์ แต่ก็ควรมีเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างเป็นของตาย การทำกิจกรรมร่วมกันจะช่วยให้ความสัมพันธ์มีชีวิตชีวามากขึ้น อย่างคู่เรายกให้งานเป็นที่หนึ่ง พี่ตั๊กจึงหาวิธีแก้ ด้วยการทำรายการท่องเที่ยวในยูทูป (@offthemap) ชื่อว่า ‘นอกแผนที่’ ซึ่งทำให้เราได้ไปเที่ยวและทำงานพร้อมกันไปด้วย ชอบที่สุดคือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สวยเกินคาด ทะเลก็เงียบสงบ ภูเขาก็สวย เหมือนได้รีเฟรชชีวิตคู่ไปในตัว”

ถัดมาที่คุณตั๊ก “สำหรับผม เรื่องความสัมพันธ์ไม่มีกฎตายตัว แต่ถ้าให้แนะนำ เวลามีปัญหาเกิดขึ้น ต้องถามและเปิดใจคุยกันแทนที่จะเก็บจนกลายเป็นเครียด ถ้าคนหนึ่งร้อน อีกคนต้องเย็นเพื่อปรับสมดุล อย่างเวลาป๊อกมีเรื่องหงุดหงิด ผมจะเงียบและรอให้เขาอารมณ์สงบลง แค่ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นค่อยมาคุยกันเพื่อหาทางออก เพื่อให้เขาไม่จมอยู่กับความรู้สึกนั้นนานเกินไป นอกจากนี้ควรใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของอีกฝ่าย อย่างเวลาผมเผลอหลับที่โซฟา ป๊อกจะนำผ้ามาห่มให้เสมอ เป็นเรื่องที่น่ารักมากนะครับ ทำให้เรารู้ว่า อีกฝ่ายยังมองว่าเราเป็นคนสำคัญไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม”

Message To You

ก่อนจบเรื่องราวความรักแสนอบอุ่น แพรวขอให้ทั้งคู่ฝากข้อความถึงกันในวันนี้ “ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน จนกระทั่งได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความรักที่ผมมีให้ป๊อก เขาทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตคู่ อยากให้เรามีกันและกันแบบนี้ตลอดไป”  

ด้านคุณป๊อกยิ้มอย่างเขินอาย พร้อมบอกว่า “ป๊อกรู้สึกโชคดีมากที่มีพี่ตั๊กในชีวิต อย่างช่วงแผ่นดินไหวในไทยที่ผ่านมา ตอนนั้นเรากำลังถ่ายคอนเทนต์ในห้างสรรพสินค้า พอตึกเริ่มโยก เขาก็เข้ามาประคองเรา ตอนแรกป๊อกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นคลิปที่ถ่ายไว้ ได้เห็นอีกมุมที่เขารีบพุ่งเข้ามาชาร์จตัวเราเป็นอันดับแรก ทำให้เห็นว่า เขารักเราแค่ไหน ขอบคุณทุกสิ่งที่พี่ตั๊กทำให้ อยากให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ป๊อกไม่อยากรับบทเป็นเมียหลวงนะคะ (หัวเราะ)

“สุดท้ายนี้ก็รักเหมือนเดิมนะ”


เรื่อง Prince  ภาพ วรสันต์