Stay in Macau…เยือน 3 โรงแรมหรู เปิดมิติการพักผ่อนที่แตกต่าง
แตกต่างตามคาแร็คเตอร์! แพรว ชวนพักผ่อนไปกับ 3 โรงแรมหรูมาเก๊า Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau แห่งอาณาจักร SJM Resorts
เมื่อเดินทางเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของ 2025 เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเหนื่อยล้าจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต คงถึงเวลารีบูสต์พลังกายและใจอีกครั้ง เพื่อให้มีแรงใช้ชีวิตต่อในช่วงเวลาที่เหลือของปี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด อาจเป็นการหลีกหนีจากบรรยากาศเดิมๆ ไปพักผ่อนสักพัก เราจึงอยากแนะนำ 3 โรงแรมหรูที่สามารถเดิมเชื่อมถึงกันได้อย่าง Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau ภายใต้อาณาจักร SJM Resorts, S.A. ที่จะช่วยเพิ่มความอภิรมย์ พร้อมเติมเอเนอจี้ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งแต่ละโรงแรมจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างไร แพรว เล่าให้ฟังค่ะ!
Grand Lisboa Palace Macau

แลนด์ดิ้งถึงมาเก๊าทั้งที เราควรได้สัมผัสถึงรากเหง้าที่แท้จริงกับ “Grand Lisboa Palace Macau” ด้วยการออกแบบที่ผสานความงดงามระหว่างศิลปะตะวันตกและตะวันออกไว้อย่างลงตัว ซึ่งสังเกตได้จากห้องพักสไตล์ Chinoiserie ร่วมสมัย ที่มีการนำลวดลายมรดกของมาเก๊ามาตีความใหม่ และนำเสนอผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุอย่าง ไม้พอร์ซเลน และแล็กเกอร์สีสดซึ่งช่วยสร้างมิติให้บรรยากาศภายในห้องดูมีชีวิตชีวา


นอกจากนี้ภายในห้องพักยังประดับด้วยภาพทิวทัศน์ที่สะท้อนเมืองมาเก๊าในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนสไตล์ยุโรป “Jardim Secreto” ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของโรงแรม หากใครมีโอกาสมา มุมนี้ต้องถ่ายรูปเก็บไว้นะคะ!



สำหรับสายช้อป บอกเลยว่า โรงแรมนี้เติมเต็มความฟินได้ดีสุดๆ เพราะนอกจากจะเป็นโรงแรมให้เราได้พักผ่อนแล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับลักชัวรี่ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สโตร์ไว้กว่า 100 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 25,000 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองชั้น โดยมี Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau ภายใต้อาณาจักร SJM Resorts, S.A.
Palazzo Versace Macau



ใครที่อยากเสพความอลังการของ House of Versace ที่แห่งนี้ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ สำหรับ Palazzo Versace แห่งแรกในเอเชีย เพราะแค่เดินเข้ามาเห็นผนังล็อบบี้ก็ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับศิลปะกระเบื้องโมเสกที่วางด้วยมือทีละชิ้นกว่า 80,000 อัน โดยชิ้นงานนี้ได้ Fantini Mosaici ช่างโมเสกชาวมิลานมารังสรรค์ผลงาน ซึ่งองค์ประกอบภายในโรงแรมยังเต็มไปด้วย ลวดลายหัวเมดูซ่า, ลวดลาย Greca แบบเรขาคณิต และลายพิมพ์ Barocco ที่สะท้อนถึงสัญลักษณ์ประจำแบรนด์



ส่วนห้องพักได้รับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปูที่นอนจากผ้าไหม 100 เปอร์เซ็น, เบาะบุพนักเตียง, งานศิลปะ รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารก็จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับโรงแรม นอกจากนี้บริเวณโถงทางเดิน หรือพื้นที่ส่วนกลางยังคงเอกลักษณ์พื้น Terrazzo สไตล์อิตาลีและโมเสกไว้อย่างสวยงาม
The Karl Lagerfeld Macau

ปิดท้ายกันที่ The Karl Lagerfeld ที่มาเก๊า ซึ่งมีแห่งเดียวในโลก โดยโรงแรมแห่งนี้ได้นำบุคคลระดับตำนานของโลกแฟชั่นอย่าง Karl Lagerfeld มาเป็นสัญลักษณ์ในการออกแบบ ทำให้การตกแต่งเป็นการผสมผสานระหว่างความงดงามแบบจีนและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน หากสังเกตจะเห็นว่ามีการใช้สีแดง สีทอง สีขาว และสีดำเป็นส่วนประกอบ



สำหรับล็อบบี้ของโรงแรมเรียกว่าก็อลังการไม่แพ้อีกสองแห่ง ด้วยผนังล็อบบี้ที่ประดับด้วยกุญแจกว่าหนึ่งพันดอก โดยเรียงเป็นรูปดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ อีกทั้งภายในอาคารยังตกแต่งด้วยเครื่องลายครามสไตล์จีนที่สั่งปั้นด้วยมือจากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น (Jingdezhen) โดยแจกันใบที่สูงสุดตั้งอยู่บริเวณหน้าล็อบบี้มีขนาดถึง 3.5 เมตร ซึ่งสัดส่วนที่เกินความจริงนี้ เปรียบเหมือนกับจินตนาการอันซับซ้อนของ Karl Lagerfeld และยังสะท้อนชนชาติจีนได้เป็นอย่างดี



ภายในห้องพักยังเต็มไปด้วยด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำพิเศษ โดยมีชิ้นไฮไลท์เป็นฉากกั้นห้องทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากประตูพระจันทร์แบบโบราณของจีน อีกทั้งการตกแต่งยังได้รับอิทธิพลจากสไตล์ Chinoiserie เช่น การผสมผสานผนังดอกซากุระเข้ากับองค์ประกอบแบบอาร์ตเดโคตะวันตก
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? มีลิสต์โรงแรมไหนในใจบ้างหรือยัง ถ้าใครยังเลือกไม่ได้ แนะนำว่าจองเป็นทริป 3 คืน แล้วเปลี่ยนโรงแรมคืนละหนึ่งแห่งเพื่อรับประสบการณ์ที่แตกต่างไปเลยค่ะ
ภาพ SJM Resorts