วันแม่แห่งชาติ

ย้อนรอยจุดเปลี่ยนสำคัญ วันแม่แห่งชาติ  จาก ๑๕ เมษายน สู่ ๑๒ สิงหาคม

วันแม่แห่งชาติ ของประเทศไทย ที่กำหนดให้ตรงกับ วันที่ ๑๒ สิงหาคม ของทุกปี ถือเป็นวันรวมใจของคนไทยทั้งชาติเพื่อรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของแม่ผู้ให้กำเนิด และเทิดพระเกียรติ ในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” แต่ความจริงแล้ว วันที่ ๑๒ สิงหาคม ไม่ใช่วันแรกที่ถูกกำหนดให้เป็นวันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ

จุดเริ่มต้นที่ไม่ยั่งยืน “วันแม่แห่งชาติ”

ความพยายามในการกำหนดวันเพื่อยกย่องแม่ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศรับรองให้กำหนด วันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ “แม่” แต่ทว่าการจัดงานในวันที่ ๑๕ เมษายน ไม่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและขาดความสนใจจากสาธารณะเท่าที่ควร เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว ตรงกับเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาวในฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่มีภารกิจเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือพักผ่อน ทำให้กิจกรรมรำลึกถึงแม่ไม่ได้รับการเน้นย้ำในฐานะวาระสำคัญของสังคม

จุดเปลี่ยนแห่งประวัติศาสตร์

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการกำหนดวันแม่แห่งชาติขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความหมายลึกซึ้งในระดับชาติอย่างแท้จริง นั่นทำให้คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับเปลี่ยนและประกาศให้ วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็น วันแม่แห่งชาติ เพราะตรงกับ วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักยิ่ง และได้รับการยกย่องในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนวันหยุด แต่เป็นการผสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและความจงรักภักดีเข้าด้วยกัน ทำให้วันแม่แห่งชาติกลายเป็นวาระที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงในความรู้สึกของคนไทย

พระราชกรณียกิจเพื่อ “แม่และสตรีไทย”

การกำหนดวันที่ ๑๒ สิงหาคม เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง เพราะพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของ “แม่” ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ สตรีและแม่ในชนบท ผ่านการก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มและสนับสนุนการสร้างอาชีพเสริมให้แก่สตรีในชนบท โดยเฉพาะการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ผ้าไหม มัดหมี่ ทำให้แม่บ้านมีรายได้เสริมในช่วงว่างจากการเกษตร และสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างมั่นคง

วันแม่แห่งชาติ

สัญลักษณ์แห่งความรักอันบริสุทธิ์

เพื่อเสริมความหมายอันบริสุทธิ์ของความรัก การกำหนดให้ ดอกมะลิ เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ก็ยังคงอยู่ ดอกมะลิมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ และออกดอกได้ตลอดปี เปรียบได้กับ ความรักอันบริสุทธิ์และมั่นคง ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย

การเปลี่ยนวันแม่แห่งชาติจาก ๑๕ เมษายน มาเป็น ๑๒ สิงหาคม ถือเป็นการผสานความกตัญญูของลูกต่อแม่เข้ากับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้วันนี้เป็นวันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความหมายที่ยิ่งใหญ่ของชาติไทยอย่างแท้จริง