เจ้าชายแอนดรูว์ อาจย้ายออกจาก Royal Lodge เพื่อปกป้องพระธิดาทั้งสอง

แม้จะทรงพำนักอยู่ที่ Royal Lodge พระราชวังกลางสวนอันร่มรื่นในวินด์เซอร์มาตั้งแต่ปี 2004 แต่สถานะการอยู่อาศัยของ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก อาจไม่มั่นคงอย่างที่หลายคนคิด เมื่อกระแสข่าวเริ่มหนาหูว่า พระองค์อาจต้องย้ายออกจากคฤหาสน์แห่งนี้ในไม่ช้า

เจ้าชายแอนดรูว์อาจย้ายออกจาก Royal Lodge เพื่อปกป้องพระธิดาทั้งสอง

ตามรายงานของ The Times สัญญาเช่าที่พักดังกล่าวทำขึ้นตั้งแต่ปี 2003 และมีอายุยาวถึงปี 2078 โดยระบุว่าเจ้าชายแอนดรูว์ไม่ได้จ่ายค่าเช่ารายเดือน แต่ได้ชำระเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าเพื่อสิทธิการอยู่อาศัยตลอดอายุสัญญา ทำให้การขอให้พระองค์ย้ายออกไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ แอนดรูว์ เลานี (Andrew Lownie) ผู้เขียนหนังสือ Entitled: The Rise and Fall of the House of York ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ Right Royal Podcast ว่า สิ่งเดียวที่อาจทำให้เจ้าชายแอนดรูว์ยอมออกจาก Royal Lodge ด้วยพระทัยของพระองค์เอง คือ ความห่วงใยต่อพระธิดาทั้งสองพระองค์ เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจีนี

(Photo by Mark Cuthbert/UK Press via Getty Images)

“หากมีแรงกดดันหรือผลกระทบที่ส่งถึงพระธิดาทั้งสอง ไม่ว่าจะต่อภาพลักษณ์หรืออนาคตของพวกเธอ นั่นอาจเป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่พระองค์จะยอมถอย” – แอนดรูว์ เลานี กล่าว

แอนดรูว์อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาพลักษณ์ของ “สมาชิกราชวงศ์ที่ไม่มีภารกิจสาธารณะ แต่ยังอาศัยอยู่ในคฤหาสน์กว่า 30 ห้อง” เป็นสิ่งที่สร้างแรงกดดันไม่น้อยต่อสถาบันกษัตริย์และพระธิดาทั้งสอง ซึ่งแม้จะไม่ได้ทรงปฏิบัติภารกิจในฐานะ “ราชวงศ์ประจำ” เต็มตัว แต่ทั้งคู่ต่างทำงานในภาคเอกชนและดำรงตำแหน่งอุปถัมภ์องค์กรการกุศลหลายแห่ง

ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาเช่า เจ้าชายแอนดรูว์จะได้รับเงินชดเชยราว 558,000 ปอนด์ (ประมาณ 24 ล้านบาท) หากทรงตัดสินใจคืนสิทธิ์การอยู่อาศัยก่อนกำหนด พร้อมค่าชดเชยเล็กน้อยเพิ่มเติมจนถึงปี 2028

(Photo by Max Mumby/Indigo/Getty Images)

กระแสเรื่องการย้ายออกยังเกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าชายแอนดรูว์ประกาศ งดใช้พระอิสริยยศ “ดยุกแห่งยอร์ก” หลังมีการหารือกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากประเด็นอื้อฉาวในอดีตที่ยังคงส่งผลต่อชื่อเสียงของราชวงศ์

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางกฎหมายหรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและการรักษาภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษในยุคใหม่อีกด้วย