5 เทคนิค เก็บเงินเกษียณ ยังไงให้รอด ถึงอายุ 90 ปี
หากคุณต้องมีชีวิตอยู่ยาวถึง 90 ปี จะอยู่อย่างไรให้รอดในยุคที่มีแต่ความท้าทาย คุณก้อย-วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ นักการเงินที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเงินการลงทุนมายาวนาน จะมาแนะนำ 5 เทคนิค เก็บเงินเกษียณ ยังไงให้อยู่
ข้อที่ 1.การเก็บเงินเกษียณขึ้นกับไลฟ์สไตล์ของคนนั้นว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรยังไง ต้องถามว่าจะใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่นานแค่ไหน โดยดูจากบรรพบุรุษว่าส่วนใหญ่มีอายุขัยเท่าไหร่ จากนั้นให้บวกเพิ่มไปอีก 10 ปี เพราะการแพทย์ปัจจุบันก้าวหน้ามากกว่าแต่ก่อน
ถ้าถามประสบการณ์ส่วนตัวจะเก็บเงินตั้งแต่เดือนแรกที่ทำงาน และเก็บเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น อาจจะเพิ่มจาก 10% เป็น 12-15% ถ้ามีรายได้เยอะ อาจจะออม 50-60% ของรายได้ก็ได้ เป้าหมายของคนอายุยืนถึง 90 ปี ต้องมีเงินออมประมาณ 10 ล้านบาท จึงจะอยู่ได้ไม่ลำบาก
ข้อที่ 2 .เงินจะโตเร็วหรือโตช้าขึ้นกับ 3 ปัจจัย คือ เงินที่ออม ออมเยอะจะมีเงินก้อนใหญ่ สอง ระยะเวลา ถ้าเริ่มออมเร็ว เงินจะโตได้เยอะ ถ้าออมช้า เงินจะโตน้อย สามคือ ผลตอบแทน ถ้าเงินที่ออมได้ผลตอบแทนเยอะก็จะทำให้เงินโตเร็ว
ข้อที่ 3. นำเงินออมไปลงทุน การจัดพอร์ตลงทุน แนะนำตามความสามารถในการรับความเสี่ยงโดยขึ้นกับหลายปัจจัย คือ อายุ ความมั่งคั่งโดยรวม ความมั่นคงของอาชีพ ภาระทางการเงินที่มี ระยะเวลาลงทุน และความวิตกกังวลส่วนบุคคล ในปัจจัยทั้งหมด อายุจะเป็นปัจจัยที่แยกความสามารถในการรับความเสี่ยงของคนทั่วไปได้ดี
โดยในวัย 20-30 ยังมีศักยภาพในการหาเงิน รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ลงในพวกตราสารทุน เช่น หุ้น ในสัดส่วน 50% อย่างปีนี้จะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นไทย 10% และหุ้นต่างประเทศ 40% อย่างอื่นที่น่าลงทุนก็จะมี ทองคำ 5% อสังหาริมทรัพย์ 10% พันธบัตรหุ้นกู้ 20% ที่เหลืออยู่ในตลาดเงิน เงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงินประมาณ สัก 10%
สำหรับคนที่อยู่ในวัยเกษียณ หากวันนี้อยากได้ดอกเบี้ย 4% พอร์ตที่แนะนำคือ การลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 50% ลงทุนในตลาดเงินหรือเงินฝากประมาณ 20% ลงทุนในหุ้น 18% โดยเน้นหุ้นต่างประเทศ (13%) มากกว่าหุ้นไทย (5%) ทองคำ 3% แล้วก็อสังหาริมทรัพย์ 8% พอร์ตนี้ก็จะให้ผลตอบแทนประมาณ 4.58%
ข้อที่ 4 . นอกจากการ ออมเงินที่สม่ำเสมอ และนำเงินออมไปลงทุนแล้ว จะเกษียณอย่างสบายใจต้อง มีที่อยู่อาศัยบ้านเป็นของตัวเอง ถ้าวันหนึ่งเงินหมดแล้วใช้วิธีเช่ามาตลอด วันหนึ่งเงินหมดแล้ว เราคุณจะไม่มีที่อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ยังทำงานให้กัดฟันซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งยุคนี้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยบ้านอยู่ราวๆ 7-8% และควรซื้อบ้านให้สมฐานะเท่าที่ผ่อนไหว รวมถึงต่อมาคือ ดูแลสุขภาพให้ดี ควรจะซื้อประกันสุขภาพไว้ เพราะหากถ้าป่วยขึ้นมา ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตอาจจะหายไปในพริบตา
ข้อที่ 5 .ระวังกับดักการใช้เงิน กับดักข้อแรกอย่ากับดักข้อแรกคือ ตามใจตัวเองมากเกินไป ถามตัวเองก่อนซื้อว่าของชิ้นนี้คือสิ่งที่ต้องมี (must) หรือ หรือเพียงอยากได้ (want) และอย่าใช้ชีวิตแบบที่มีเงินเฟ้อจากไลฟ์สไตล์ (แบบ lifestyle inflation) หรือเงินเฟ้อจากไลฟ์สไตล์ ถ้าใช้เงินแบบฟุ้งเฟ้อตามกระแส แก่ตัวลงจะลำบาก
กับดักข้อที่สอง อย่าคือการซื้อตามแรงกระตุ้นลดแลกแจกแถม ต้องตั้งสติ ให้คิดว่าซื้อแล้วจะได้ใช้ไหม มีที่เก็บรึเปล่า และจะเอาของชิ้นนี้ไปแทนชิ้นไหน เทคนิคคือ กลับไปคิดก่อน ถ้าอยากได้จริงค่อยกลับมาซื้อใหม่
กับดักข้อที่ 3 การไม่ยอมเสี่ยงเลยคือความเสี่ยงอย่างหนึ่ง อย่ากลัวความเสี่ยงจากการลงทุนมากเกินไปนัก เพราะการนำเงินไปฝากไว้ในที่ปลอดภัยเกินไป จะทำให้เงินไม่โตและทุกๆ ปีจะมีเงินเฟ้อ 2-จะขึ้น 3% เพราะฉะนั้นเงินเฟ้อจะทำให้ค่าของเงินลดลง หดหาย แนะนำว่าควรมีพอร์ตการลงทุนที่ผสมผสาน ไม่กระจุกอยู่ในอย่างใดอย่างหนึ่ง