สภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย องค์กรแห่งน้ำใจ

ในเวลาที่ประเทศลําบาก เรามักเห็นเครื่องหมาย กาชาดที่เป็นกากบาทสีแดงบนพื้นสีขาวของเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน สภากาชาดไทย องค์กรการกุศลที่ก่อตั้งขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ 5 จากจุดเริ่มต้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประ สบภัยในสงคราม ได้ขยายความช่วยเหลือให้กว้างขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ บริจาคโลหิต และงานส่งเสริม คุณภาพชีวิต ซึ่งในปีนี้โครงการแพรวแชริตี้จะร่วมมอบเงินบริจาคให้ทางสภากาชาดไทยด้วย

“คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย” รองผู้อํานวยการ สํานักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย หรือ Donation HUB จะมาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของสภากาชาดไทย ที่เราอาจไม่เคยรู้

พันธกิจเพื่อสังคม

“ต้องเล่าย้อนว่าจุดประสงค์แรกของการก่อตั้งสภากาชาดไทยคือการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ จากการสู้รบในเหตุการณ์ รศ. 112 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ขณะนั้นไทยกับฝรั่งเศสมีข้อพิพาทเรื่องชายแดน บริเวณแม่น้ําโขง โดยฝรั่งเศสเข้ามาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เหตุการณ์ครั้งนั้นนําไปสู่การสู้รบกัน ทําให้ทหาร และประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจํานวนมาก สถานการณ์ไม่ต่างจากกรณีชายแดนไทย – กัมพูชาในปัจจุบัน เลยค่ะ ความต่างคือยุคนั้นไม่มีองค์กรเข้าไปช่วยเหลือ

“ในช่วงเวลานั้นเอง ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ได้รวบรวมเงินจากสุภาพสตรีและข้าราชบริพาร ที่มีจิตศรัทธา แล้วกราบบังคมทูลต่อรัชกาลที่ 5 ขอก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อนําเงินจํานวนนี้ไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชดําริให้จัดตั้ง สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” และเมื่อเหตุการณ์สู้รบสงบลง สภา อุณาโลมแดงแห่งชาติสยามยังคงอยู่ และได้เปลี่ยนชื่อเป็นสภากาชาดสยาม ก่อนจะมาเป็นสภากาชาดไทย ในปัจจุบัน นอกจากการทํางานภายในประเทศ เรายังเข้าร่วมองค์กรระดับนานาชาติอย่างคณะกรรมการกาชาด ระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อปกป้องและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในสงครามด้วย

“สภากาชาดไทยไม่ได้ดูแลเฉพาะยามสู้รบอย่างเดียว ในยามบ้านเมืองสงบ เรายังทํากิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ และเป็นที่มาของพันธกิจที่สองคือ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย ที่หลายคนอาจไม่รู้คือโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์เป็นโรงพยาบาลในสังกัดของสภากาชาดไทย หลังจากที่รัชกาลที่ 5 สวรรคต รัชกาลที่ 6 ทรงดํารงตําแหน่งองค์พระบรมราชูปถัมภกของสภากาชาดไทย องค์ต่อมา พระองค์ท่านได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรงานของสภากาชาดญี่ปุ่น ซึ่งมีบริการทางการแพทย์และมีโรงพยาบาลของตัวเอง จึงมีพระราชดําริให้สร้าง โรงพยาบาลในสภากาชาดไทยขึ้น แห่งแรกคือโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี อีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ได้รับพระราชทานเพื่อเป็นอนุสรณ์ ของพระราชบิดา ก็คือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่เกิดจากการ เรี่ยไรเงินจากข้าราชบริพาร รวบรวมเงินได้ประมาณ 120,000 กว่าบาท นอกจากนี้ เรายังมีศูนย์แพทย์ย่อย ๆ อีกหลายแห่ง เช่น ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่สมุทรปราการ เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สถานเสาวภาที่ทํางานวิจัย ทางการแพทย์ในการผลิตเซรุ่ม วัคซีนต่าง ๆ รวมถึงศูนย์รับบริจาคอวัยวะและ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

“พันธกิจที่ 3 คืองานบริการโลหิต ซึ่งเราได้รับมอบหมายตรงจากรัฐบาล ให้เป็นศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ในแต่ละวันเราต้องมีโลหิตสํารอง 2,000 ยูนิต ต่อวันเพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ จึงอยากรณรงค์ให้มาบริจาคต่อเนื่องทุก 3 เดือน ในอนาคตเราจะสร้างภาคบริการโลหิตที่ลพบุรี เพื่อให้คนไปบริจาดง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังต้องระดมทุนอยู่

“สําหรับพันธกิจสุดท้ายคืองานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ยากไร้ เราจะ ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปรักษาผู้ป่วย เช่น ผ่าตัดต้อกระจก รวมถึงมีหน่วยแพทย์ ออกไปรักษาโรคพาร์กินสัน บริการตัดแว่นให้กับเด็กที่ขาดแคลนทุน รวมถึงส่งครูอาสา ไปสอนหนังสือในชนบท

รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย

“ในบรรดาพันธกิจทั้ง 4 ด้าน เรามุ่งไปที่งานช่วยเหลือผู้ประสบภัยและงาน รักษาพยาบาลเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาเราเจอเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เยอะ เช่น น้ําท่วมหรือโรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ทําให้ความช่วยเหลือที่เราส่งออกไปสวนทาง กับเงินบริจาคที่มีเข้ามาน้อยลง เราเห็นตัวอย่างของสภากาชาดในต่างประเทศ มีการทํากองทุนสํารองฉุกเฉินไว้เลย จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกองทุน โครงการ เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย” เมื่อมีภัยมา เงิน ส่วนนี้จะนําไปช่วยเหลือได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอเงินบริจาค “โดยทั่วไปแล้วภัยพิบัติจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับแรกคือผู้ที่ได้รับความ เดือดร้อนไม่เกินร้อยครัวเรือน เช่น เหตุการณ์น้ําท่วมตามธรรมชาติที่มาแล้วไป เราจะส่งชุดธารน้ําใจไปช่วยเหลือ ส่วนระดับที่สองคือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เกินร้อย แต่ไม่ถึงพันครัวเรือน เรามีสถานีสภากาชาดประจําอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ 14 แห่ง สถานีกาชาดเหล่านั้นจะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไปประเมินสถานการณ์ ถ้า ชุดธารน้ําใจไม่พอ เราก็จะเติมเข้าไป หรือถ้าบางพื้นที่ต้องทําครัว เราก็จะท่าครัว เคลื่อนที่ น่าอาหารปรุงสุกไปมอบให้

“ระดับสามคือมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่าหมื่นครัวเรือน เช่น สถานการณ์น้ําท่วมที่จังหวัดน่าน นอกจากให้ทุ่งธารน้ําใจ ทําครัวเคลื่อนที่ เรายัง ส่งเรือท้องแบนไปช่วย น่าหน่วยแพทย์ออกตรวจ และมีหน่วยรถผลิตน่าดื่มสะอาด ซึ่งกลุ่มบริษัทดาว ประเทศไทย ได้มอบรถคันนี้ให้เรา สามารถใช้น้ําที่ท่วมในพื้นที่ มากรองเป็นน่าสะอาดแล้วนําไปดื่มหรืออาบได้เลย ซึ่งตอนนี้มีรถเพียงคันเดียว ถ้ามีผู้ร่วมบริจาคอีกก็จะมีประโยชน์มาก เพราะรถหนึ่งคันสามารถท่าน้ําสะอาดใช้ได้

ทั้งหมู่บ้าน

“ระดับที่ 4 คือเหตุการณ์ที่สร้างความรุนแรงระดับชาติ เช่น เหตุการณ์ที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งนี่คือพันธกิจหลักของเราในการบรรเทาความเดือดร้อน จากเหตุการณ์สู้รบ ทุกวันนี้เงินในกองทุนฉุกเฉินได้ถูกนําไปใช้ในเหตุการณ์ นํ้าท่วมที่น่านและที่ชายแดน โดยเราจะทํางานร่วมกับเหล่ากาชาดในแต่ละจังหวัด เน้นบรรเทาทุกข์ผู้เปราะบาง เรามีแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ “พ้นภัย อาสาสมัครในพื้นที่ สามารถปักหมุดพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือในแอพ เช่น ผู้ป่วยติดเตียงท่านนี้ อาศัยอยู่จุดไหน แล้วเราจะเข้าพื้นที่ไปช่วยต่อเลย

“สําหรับสถานการณ์ชายแดน เราทํางานร่วมกับหลายหน่วย และมี เหล่ากาชาดจังหวัดเป็นเจ้าภาพดูแลศูนย์อพยพใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และตราด นอกจากท่าศูนย์พักพิง เราแจกจ่าย ชุดธารน้ําใจ หมอนมุ้ง อุปกรณ์ทําครัว ฯลฯ ขณะเดียวกันทางสํานักงาน บรรเทาทุกข์ก็ได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อประเมินสถานการณ์และเข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้น รวมถึงเราได้ส่งทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปเสริมทัพดูแลผู้ป่วย

“สิ่งสําคัญของภารกิจนี้คือการบริจาคโลหิต ต้องบอกว่าคนไทยใจดี เราได้นํา โลหิตที่ท่านบริจาคไปให้ทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และเนื่องจากเรามีหน่วย บริการโลหิตที่จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี คนไทยก็ไปบริจาคที่นั่นเยอะ ทําให้ โลหิตของเราไม่ขาดแคลนค่ะ

สภากาชาดไทย

หวังพึ่งธารนํ้าใจ

“132 ปีทีผ่านมาเราต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยเหลือตลอด เพราะ ถ้าไม่มีเงินบริจาค สภากาชาดไทยก็คงขับเคลื่อนภารกิจไม่ได้ ซึ่งมีบางช่วงเหมือนกัน ที่เงินบริจาคหยุดชะงัก เช่น โควิด เพราะทุกคนลําบาก แต่ ณ วันนี้หลาย ๆ โปรเจ็กต์เริ่มกลับมาหาต่อและยังรอคอยความช่วยเหลือ หากสนใจอยากร่วม ทําบุญ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน www.donationhub. or.th ซึ่งเรามีการระดมทุนทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และยังมีแพลตฟอร์มสําหรับ องค์กรที่อยากร่วมทําบุญกับเราด้วยที่ www.redcross.org

“สุดท้ายต้องขอบคุณนิตยสาร แพรวมาก ๆ ที่เห็นประโยชน์จากโครงการ ที่สภากาชาดท่า สาหรับการจัดโครงการแพรวแชริตี้ที่จะน่าเงินสมทบทุนใน โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย

“เงินทุกบาทจะถูกส่งไปช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนไปตามวัตถุประสงค์”