นางเอกตลอดกาล “เพชรา เชาวราษฎร์” แม้หมดหวังที่จะมองเห็นแต่ขอทำประโยชน์ให้สังคม

อดีตนางเอกขวัญใจมหาชน “เพชรา เชาวราษฎร์” ในวัย 72 ปี กับการเปิดใจครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่เธอห่างหายจากวงการบันเทิง ได้เปิดใจให้กับทีมงานแพรวพร้อมเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปพร้อมๆ กับที่ต้องสูญเสียการมองเห็น

“หลังจากโฆษณามิสทินเมื่อปี 2552 แล้ว ดิฉันใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ อย่างดีก็ไปทำบุญที่ระยองไม่ได้เปิดตัวเสียทีเดียว ครั้งนี้ที่ตอบรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไม่เกี่ยวกับเงินทอง แต่ดิฉันอยากทำเพื่อผู้ป่วยโรคตับจริง ๆ ได้ยินข่าวคนในวงการบันเทิงเสียชีวิตด้วยโรคตับหลายคน เช่น คุณดอน จมูกบาน คุณสายัณห์ สัญญา และคุณยอดรัก สลักใจ อย่างน้อยดิฉันก็ถือเป็นบุคคลในวงการบันเทิงจึงอยากรณรงค์ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของตับ ที่สำคัญคือ อยากตอบแทนที่เมื่อหลายสิบปีก่อน หากดิฉันไม่ได้คุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาจไม่มีเพชราในวันนี้

“ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2520 ดิฉันผ่านความเจ็บป่วยที่สุดจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ดิฉันมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง ผมร่วง ตัวบวม หายใจลำบาก ขนาดน้ำยังกลืนไม่ได้ พยายามบริหารร่างกาย ว่ายน้ำ แต่แทนที่ร่างกายจะแข็งแรงกลับหนักกว่าเก่า หมอบอกว่าต้องรอระยะเวลา 7 เดือนหรือ 1 ปีจึงจะหาย ปรากฏว่าอาการมีแต่ทรงกับทรุด ทรมานมาก รำพึงถึงคนนั้นคนนี้ตามประสาคนป่วยที่อยากหาคนปลอบใจ ให้กำลังใจ เพราะ ณ เวลานั้นดิฉันอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวเลยพร้อมกับตาที่ค่อย ๆ มืดลง ระหว่างนั้นก็ฟุ้งซ่านว่า หากคนรอบข้างรับเราไม่ได้ แล้วจะอยู่อย่างไร อย่าว่าแต่เพื่อนฝูงเบื่อเลย (หัวเราะ) กระทั่งดิฉันยังรับตัวเองไม่ได้แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การฆ่าตัวตายเป็นบาปทางเดียวก็คือ ต้องรักษาให้ถึงที่สุด ดิฉันจึงมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากที่ไปทุกโรงพยาบาลทุกคลินิก หมอไม่ให้ความหวังเลย แต่ที่นี่คุณหมอพยายามรักษาเต็มที่ แม้ต้องใช้เวลานานเกือบ 20 ปีคุณหมอให้กำลังใจและไม่เคยทอดทิ้ง สุดท้ายก็หาย

“ขณะเดียวกันดิฉันไม่เคยหมดหวังที่จะมองเห็นเพื่ออยากกลับไปออกงานสังคมอีกครั้ง แต่เช็กครั้งสุดท้ายพบว่าชาตินี้หมดหวังที่จะมองเห็นได้อีก ก็ทำใจ ดิฉันยังโชคดีที่มีคนให้กำลังใจ ยังมีที่อยู่อาศัย มีหลักกำบังแดดฝน ให้ความอบอุ่น คุณชรินทร์ นันทนาคร ก็ดูแลเป็นอย่างดี

4

“ในเมื่อยังไม่ถึงที่ตายก็ตั้งใจว่าอยากทำประโยชน์ให้สังคม หรือที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดิฉันมีความในใจติดอยู่ตั้งแต่คุณชรินทร์ปรารภว่า จะเปิดมูลนิธิดวงตาเพชรา เชาวราษฎร์ แต่ก็ไม่สำเร็จสักที ในความเป็นจริงมีกระบวนการมากมายในการจัดตั้งมูลนิธิ พอมีคนถามมาก ๆ ดิฉันก็อาย (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเมื่อเครื่องสำอางมิสทินติดต่อให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยจะสนับสนุนเกี่ยวกับมูลนิธิที่เกี่ยวกับดวงตา ดิฉันตอบตกลงทันที โดยนำเงินค่าตัวบริจาคให้มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 5,000,000 บาท

“เช่นกันกับครั้งนี้ที่ดิฉันรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ ‘ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์’ ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทูลเกล้าฯถวายพวงมาลัย พระองค์ตรัสถามสารทุกข์สุกดิบ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนักขอบคุณคุณหมอปิยะวัฒน์ (ผศ. นพ. ดร.ปิยะวัฒน์  โกมลมิศร์) หัวหน้าศูนย์โรคตับ หมอ พยาบาล รวมทั้งคนไข้โรคตับที่มารอพบดิฉัน พวกท่านยังนับว่าโชคดีที่มองเห็น มีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีศูนย์โรคตับ และมีชมรมคนรักษ์ตับเป็นที่พัก ที่รักษาที่ปลอบใจ เป็นที่พึ่งทุก ๆ เรื่อง เพราะดิฉันเข้าใจจิตใจคนไม่สบายเลยว่า ตอนที่อาการแย่มาก ๆ เราอยากพบอยากคุยกับผู้ที่มีความรู้ที่สามารถแนะนำวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าต้องหายแน่นอน

“ที่สำคัญ ขอบคุณทุกท่านที่ยังไม่ลืมเพชราเชาวราษฎร์ ยังให้กำลังใจทุกครั้งที่เจอกัน ดิฉันอยากเห็นหน้าคนที่รักกันทุกคนเลย ดิฉันพยายามไม่ทุกข์แล้วละให้กำลังใจตัวเองอยู่ตลอดเหมือนกัน ด้วยการไหว้พระสวดมนต์ แล้วฆ่าเวลาด้วยการฟังสารคดี รายการละคร รวมทั้งฟังข่าว ทั้งข่าวสารการเมือง ข่าวบันเทิงข่าวชาวบ้าน กระทั่งสภาพอากาศ (หัวเราะ) ฟังหมดค่ะแล้วเราก็นั่งจินตนาการไปตามเรื่องราว รู้สึกมีชีวิตชีวาเหมือนเราได้เห็นภาพจริง ๆ

“อย่าลืมรักษาสุขภาพ เพราะทำให้ชีวิตมีความสุขหลายอย่าง ดูแลคนในครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเราอย่าลืมดูตัวเองด้วยว่ารับไหวไหม หากประมาทจะเหมือนเพชรานี่ละ (หัวเราะ) ที่ยังฝืนรับงานทั้งที่ร่างกายไม่ไหวด้วยความเกรงใจผู้สร้างหนังมากกว่ารักตัวเอง จนต้องสูญเสียดวงตาและไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก

“หากเจ็บป่วยก็รักษาไปตามโรคที่เป็น อย่าท้อถอยท้อแท้ อย่าหมดอาลัยตายอยาก กำลังใจสามารถสร้างขึ้นเองได้ เหมือนอย่างที่เพชราทำมาตลอดชีวิต”

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 892

ภาพ : [email protected]

keyboard_arrow_up