เคลียร์ชัดกับ เอสเธอร์ นางเอกนิสัยดี งานรุม รักรุ่ง ชีวิตตอนนี้แฮปปี้คูณสอง

เคลียร์ชัดกับ เอสเธอร์ นางเอกนิสัยดี งานรุม รักรุ่ง ชีวิตตอนนี้แฮปปี้คูณสอง
เคลียร์ชัดกับ เอสเธอร์ นางเอกนิสัยดี งานรุม รักรุ่ง ชีวิตตอนนี้แฮปปี้คูณสอง

ขึ้นแท่นเป็นนางเอกสุดฮ็อตทั้งเรื่องงานและเรื่องความรัก สำหรับนางเอกหน้าหวานขายาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ตอนนี้กำลังตกเป็นข่าวดังกุ๊กกิ๊กกับพระเอกฝั่งวิกสามพระรามสี่

เห็นหน้าตาสวยใสเด่นเข้าตาตั้งแต่แสดงซีรีส์ละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ กับบทบาทนางร้าย วิไลรัมภา เทวพรหม ซึ่งกระแสเธอในตอนนั้น มาแรงไม่แพ้เหล่านางเอกเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นข่าวถอดตัวจากการเป็นนักแสดงช่อง 3 ก็ทำให้ใบหน้าของเธอห่างหายไปจากหน้าจอพักใหญ่ จนกระทั่ง เธอกลับมาดังเปรี้ยงปร้างกับบท หนูเคท ในละครเล่ห์รตี ทางช่อง ONE เกิดกระแสคู่จิ้นคุณเสกข์หนูเคทหนักมาก กับพระเอกที่แสดงคู่กันอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ

เส้นทางสายงานของเอสเธอร์เริ่มก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งมีผลงานทั้งละคร ซีรีส์ ถ่ายแฟชั่น งานอีเว้นท์ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม หลายคนจึงได้เห็นผลงานเบื้องหน้า และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธอมากขึ้น ซึ่งแต่ละก้าวการทำงานนั้น สาวเอสเธอร์ก็มีผู้ช่วยคู่ใจคือ คุณแม่ ดูแลอยู่ข้างกายตลอดเวลา Exclusive Talk วันนี้ จึงจะพาไปนั่งทำความรู้จักพูดคุยกับเธอมากขึ้น ซึ่งเธอก็ได้ส่งรอยยิ้มสดใสทักทายเรามาเป็นอันดับแรก

เอสเธอร์

ย้อนไปสมัยเข้าวงการ เมื่อตอนอายุ 12 ปี กับการถ่ายแบบ จนตอนนี้ได้เป็นนางเอกเต็มตัวที่มีชื่อเสียง มองตัวเองเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไรบ้าง

เอสเธอร์ : จริงๆ แล้ว ถ้าพูดถึงในเรื่องของด้านการทำงานนะคะ รู้สึกว่า เราโตขึ้นจากเมื่อก่อนตอนเด็กๆ อย่าง การเล่นละครคืออะไร เรายังไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ให้มานั่งร้องไห้ หัวเราะหน้าจอ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ แล้วก็ทำไมเราต้องตื่นเช้า รู้สึกว่ามีความบ่น ความเหนื่อยอย่างนี้นะคะ แต่พอเราทำไป เรารู้สึกว่า เราพัฒนาขึ้นในเรื่องของความคิด เรารู้สึกว่า โอเค เรารับผิดชอบมากขึ้น ตรงต่อเวลามากขึ้น มนุษยสัมพันธ์ดีขึ้นจากเมื่อก่อน จากที่เป็นคนค่อนข้างไม่กล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้า หรือว่าคุยกับผู้ใหญ่สักเท่าไหร่ แต่ด้วยอาชีพนี้ ทำให้กล้าคุยเป็นมิตรมากขึ้นค่ะ

เอสเธอร์ช่วงที่ผ่านมา เอสเธอร์มีกระแสข่าวทั้งด้านบวกและด้านลบ เราให้กำลังใจตัวเองอย่างไรบ้าง

เอสเธอร์ : จริงๆ แล้ว กระแสทางด้านบวก เราก็ขอบคุณ รู้สึกว่า มันเป็นอีกแรงใจหนึ่ง เหมือนเป็นแรงผลักดันให้เราทำงาน อยากทำผลงานออกมาให้ดีเรื่อยๆ แต่พอด้านลบเนี่ย บางทีเราก็เอ๊ะ เรารู้สึกว่า ทำเต็มที่แล้ว แต่พอบางทีความคิดของคน มันหลายความคิด เราก็จะอยากให้เขามาชอบในทุกๆ ด้าน มันไม่ได้หรอก แต่ก็โอเค รับฟัง นำมาปรับปรุงพัฒนาตัวเองค่ะ

ครอบครัวของเอสเธอร์ สมาชิกแต่ละคนมีใครบ้าง คุณพ่ออคุณแม่เลี้ยงมาแบบไหน

เอสเธอร์ : ครอบครัวของเอสคือมีกัน 5 คน พ่อ แม่ มีพี่น้อง 3 คน เอสเป็นคนโต มีน้องชายคนกลาง และน้องสาวคนเล็ก ซึ่งจะเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างสบายๆ การเลี้ยงดูของพ่อแม่คือ โดนตีนะคะตอนเด็กๆ ไม่ว่าลูกจะทำอะไรผิดหรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสมเนี่ย แม่ก็จะตี พอเริ่มโตขึ้น เขาก็จะเปลี่ยนวิธี หมายถึงพูด สอนในการพูดมากขึ้น ให้คิดตามว่าทำไม อะไร เราถึงทำแบบนี้ ให้รู้จักว่า อะไรดีเราก็ควรทำ อะไรไม่ดีเราก็ไม่ควรไปยุ่ง ไม่ควรไปทำ

เอสเธอร์

ปกติสนิทกับคุณแม่มากไหม และมีโมเมนต์ที่เอสเธอร์เคยทำให้คุณแม่เสียใจหรือเปล่า

เอสเธอร์ : มีค่ะ มี คือเอสสนิทกับแม่มาก ครอบครัวเราค่อนข้างสนิทกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะกับพ่อ กับแม่ ก็มีบางเรื่องค่ะ ที่เราทำให้เขาเสียใจ ก็เป็นปกติ

ในฐานะเอสเธอร์เป็นพี่คนโต เป็นคนเปิดเผยที่จะแสดงความรักต่อคุณแม่อย่างไรบ้าง

เอสเธอร์ : เราเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดเผยในเรื่องของการแสดงออก แสดงความรัก อย่างเช่น เราจะเข้าไปกอดเขา ก็เข้าไปกอดเลย เราจะเป็นคนไม่ค่อยกล้าพูด ถ้าพูดอะไรจริงจังอย่างเช่น หนูรักแม่นะ หนูขอโทษนะ อะไรที่ค่อนข้างเซ้นซิทีฟ เราจะไม่ค่อยกล้าพูดสักเท่าไหร่ จะแสดงออกทางกระทำมากกว่าค่ะ

เอสเธอร์

มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้เอสเธอร์ประทับใจ และรักคุณแม่มากๆ ไหม

เอสเธอร์ : อืม จริงๆ ก็รักทุกวัน อาจจะไม่ได้มีเจาะจงเป็นพิเศษ แต่เรารู้สึกว่า เขาค่อนข้างรักเรามาก ทุ่มเวลากับเรามาก คือแม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เรามากๆ ในเรื่องของความรัก ในเรื่องของการทำงาน คือแม่สอนเราหลายอย่างมาก เขาสอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็ก สอนให้เรารู้จักคิด เราก็จะรู้สึกว่า แม่เป็นเหมือนฮีโร่ของเราเลย

ผู้หญิงอย่างเอสเธอร์ เมื่อคิดจะมีความรัก มีมุมมองในการเลือกหนุ่มๆ ที่เข้ามาด้านไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า

เอสเธอร์ : อืม สำหรับตัวเอส เอสรู้สึกว่า ก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปแหละ เราก็ต้องการผู้ชายที่ให้เกียรติเรา นิสัยดี คบด้วยแล้วเรารู้สึกว่า เราสบายใจ ไม่ใช่คบด้วยแล้วเรารู้สึกพากันไปทำในสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้องอย่างนี้อะค่ะ

เอสเธอร์เอสเธอร์

แล้วกับพระเอก (เคน ภูภูมิ) ที่เป็นข่าวด้วยตอนนี้ ถือว่าสนิทที่สุดไหม คุณแม่ไฟเขียวหรือเปล่า

เอสเธอร์ : ก็… อย่าเรียกว่าไฟเขียวเลย เรียกว่า มันเหมือนเป็นการคุยกัน ศึกษากันไปเรื่อยๆ มากกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่รู้อะค่ะ ก็ให้มันเป็นไปในเรื่องเวลา โอกาส หลายๆ อย่างค่ะ

เอสเธอร์ถือว่าเป็นไอดอลของผู้หญิงหลายคน ในเรื่องรูปร่างดี ผิวพรรณดี มีเคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

เอสเธอร์ : ก็ปกติเลยค่ะ พยายามควบคุมอาหาร มื้อเย็นก็พยายามไม่ทานแป้ง ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้ามีเวลาปุ๊บเราก็จะเข้าไปออกกำลังกาย เล่นเวทสลับกับพิลาทิส เราเป็นคนชอบเล่นพิลาทิสอยู่แล้ว

เอสเธอร์อย่างเราจะเห็นเอสเธอร์ชอบเต้นเป็นประจำ และเรื่องเต้นก็เป็นความฝันหนึ่งของเอสด้วย

เอสเธอร์ : ใช่ค่ะ เต้นก็เป็นงานอดิเรก แล้วเราเคยเต้นตอนเด็กๆ ก็พยายามไม่อยากจะทิ้งมัน เพราะอุตส่าห์เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะชวนเพื่อนๆ ไปเต้นกัน เป็นการออกกำลังกายและเบิร์นไปในตัวด้วยค่ะ

มองตัวเองกับวงการบันเทิงไว้อย่างไรบ้าง เพราะเด็กรุ่นใหม่ก็มีเข้ามาเรื่อยๆ

เอสเธอร์ : ก็รู้สึกว่า วงการนี้ให้อะไรเราหลายอย่างมาก แล้วเรารู้สึกชอบในเรื่องของการแสดง ก็คิดว่าอยากจะแสดงไปเรื่อยๆ รับอีกในหลายบทบาท จนเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราคิดว่า เราน่าจะเปลี่ยนบ้าง อีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะทำคือ งานเบื้องหลัง รู้สึกชอบสนุกดี และเราเองก็เรียนนิเทศศาสตร์มาด้วยค่ะ

เอสเธอร์

นอกจากซีรีส์ U-Prince ที่เอสเธอร์เล่นเป็นพริกแกง คู่หนุ่มพุฒ พุฒิชัย ตอนนี้ จะมีผลงานอื่นๆ ให้เราได้ติดตามอีกไหม ช่วยฝากผลงานหน่อยค่ะ

เอสเธอร์ : ค่ะ ก็อยากฝากให้ติดตาม เงาอโศก ทางช่อง ONE ก็จะเป็นพีเรียด เป็นความรักแบบพีเรียดสมัยก่อน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่น่ารัก มีครบทุกรสชาติเลย ดราม่า โรแมนติกคอมเมดี้ ซึ่งถ้าใครคิดถึงหนูและพี่ฌอห์ณ ก็ต้องดูเรื่องนี้เลยค่ะ

ทิ้งท้ายฝากผลงานด้วยเสียงหวานๆ แบบนี้ แฟนคลับสาวเอสเธอร์ ก็คงต้องรอติดตามชมกันแล้วล่ะค่ะ

เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
สถานที่ : งาน SK-II Dream Again สยามพารากอน
ภาพ : Icycool Sroisuwan, IG @esthersupree

keyboard_arrow_up