หน้ากากปลาคาร์ฟ! อ๊อฟ-ปองศักดิ์ ปลดเปลื้องเรื่องทุกข์ สุขให้มากกว่าดราม่า

อ๊อฟ-ปองศักดิ์
อ๊อฟ-ปองศักดิ์

ปลดเปลื้องเรื่องทุกข์ สุขให้มากกว่าดราม่า “หน้ากากปลาคาร์ฟ” อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ เปิดหมดเปลือก ความรักจะ “Stupid Game” เหมือนชื่อเพลงใหม่ของเขาหรือไม่?

อ๊อฟ-ปองศักดิ์

เผยโฉมกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ “หน้ากากปลาคาร์ฟ” โดยผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้ก็คือ อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ นักร้องเสียงดีของวงการเพลงเมืองไทย ซึ่งกำลังมีผลงานเพลงล่าสุดก็คือ “Stupid Game” เพลงรักช้ำๆ ที่มีความพิเศษคือไม่ได้ร้องแค่คนเดียวแล้ว แต่ครั้งนี้เขาฟีเจอริ่งกับวง Tattoo Colour ซึ่งแม้จะมีสไตล์ที่ต่างกันแต่เมื่อผสมผสานกันแล้วกลับลงตัว ซึ่งเป็นสีสันใหม่ที่เขาอยากนำเสนอ และแน่นอน! ไม่ใช่แค่เรื่องเพลงเท่านั้นที่หนุ่มคนนี้มาเปิดใจกับ “แพรวดอทคอม” เพราะเขายังได้เผยเรื่องของหัวใจให้เราได้ฟังอีกด้วย ส่วนจะว่าอย่างไรไปติดตามกันเลยดีกว่า

หน้ากากปลาคาร์ฟ

กระแสตอบรับและการทำงานร่วมกับ Tattoo Colour

“สำหรับเพลงนี้กระแสตอบรับดีครับ แต่ในยุคนี้มันค่อนข้างยากตรงที่ ด้วยวิธีการฟังเพลงของคนมันก็เปลี่ยน แล้วก็อะไรที่มันนานเกินไปคนก็จะลืม ซึ่งสำหรับอ๊อฟมองว่าผลตอบรับของการปล่อยเพลงนี้มาตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ถือว่าโอเคเลยนะ สำหรับเพลง “Stupid Game” เป็นเพลงฟีเจอริ่งระหว่างศิลปินที่มีความแตกต่างกันมากๆ มาทำงานร่วมกัน สิ่งที่ยากคือมันจะร้องออกมายังไงให้ไม่ดูเหมือนร้องจีบกันอยู่ เราก็เลยต้องหาว่าจะนำเสนอเรื่องอะไรดี ก็เลยคิดว่าเอาเรื่องของความรักแล้วกัน แต่เป็นรักในมุมที่ยอมเจ็บ”

เพลง Stupid Game นี้มีคำอธิบายว่า “สภาวะโง่แบบเต็มใจเพราะรัก” คงเกิดขึ้นกับหลายคนรวมถึงตัวอ๊อฟเอง จากประสบการณ์สามารถบอกเป็นวิทยาทานแก่คนอื่นได้ว่าฉลาดรักต้องเป็นอย่างไรบ้าง

“จริงๆ มันพูดยากครับ คือเมื่อมันถึงจุดหนึ่งที่เป็นเรื่องของตัวเองมันจะพูดยาก แต่เมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องของคนอื่น เราจะสามารถพูดได้ ก็เอาเป็นว่าขอพูดในมุมคนอื่นที่มองความรักก็แล้วกัน อ๊อฟมองว่าความรักมันเป็นเรื่องที่ดี เราใช้ใจรักก็จริงแต่อย่าลืมใช้สมองด้วย สมมุติเราใช้ใจ 80 % อีก 20 % ก็อยากให้ใช้สมองชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันเป็นอย่างไร เพราะถ้าตราบใดที่เราไม่ใช้สมองบ้างเลย มันก็ทำให้ความยับยั้งชั่งใจมันไม่มี อีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเรารักใครสักคนหนึ่งเราอย่าไปอยากเป็นเจ้าของเขาคือเราต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราคือหนึ่งในพื้นที่ของเขา”

หน้ากากปลาคาร์ฟ

สิ่งที่ค่อนข้างเซอร์ไพร้ส์คือตอนนี้เป็นศิราณีด้านความรักด้วย ไม่ใช่แค่กับเพื่อนๆ แฟนคลับหรือคนที่ชื่นชอบอ๊อฟก็ส่งมาขอคำปรึกษาผ่านทางอินสตาแกรมเยอะมาก

“หลายคนไม่รู้ว่าคนที่มีปัญหาความรักส่วนใหญ่ส่งข้อความมาหาอ๊อฟเยอะมาก แล้วเราเป็นประเภทที่ว่าฟังเรื่องของเขาแล้วเราก็เอามาสอนตัวเองด้วย เหมือนเรื่องของเขาเป็นครูให้เรา ปัญหาที่เราอาจจะไม่เคยเจอ พอเราให้คำปรึกษาเขาไป พอผ่านไปวันหนึ่งพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราก็สามารถนำมาเตือนตัวเองได้ อีกอย่างเราก็ไม่ได้วางตัวเองว่าตัวเองเป็นศิลปิน  เราวางตัวเป็นเพื่อนเขา ถ้าเกิดว่าเมื่อไหร่ที่เขากล้าเล่าเรื่องราวต่างๆ แสดงว่าเขาไว้ใจ เมื่อเริ่มไว้ใจเขาจะรู้สึกรักเราไปเอง”

หน้ากากปลาคาร์ฟ

ในขณะที่หลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอ๊อฟคือนักร้องมืออาชีพ แต่อ๊อฟกลับมองว่าตัวเองคือนักร้องที่โชคดีมากกว่า

“เราก็คงมองว่าเขาเป็นศิลปินที่โชคดีที่ได้รับโอกาสที่ดีมากมาย แต่ละปีมันมีเจเนอเรชั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ยังสามารถสร้างผลงานมีคุณภาพต่อไปในมุมอื่นๆ อีก บางครั้งในแต่ละปีเพลงมันอาจจะไม่มา แต่ว่ามันยังโชคดีที่ได้โอกาสจากผู้ใหญ่ให้ไปทำอย่างอื่น ขึ้นคอนเสิร์ต พิธีกร จึงบอกว่าศิลปิน “อ๊อฟ-ปองศักดิ์” เป็นศิลปินที่โชคดีเพราะเขาได้ทำในสิ่งที่ชอบ”

อีกหนึ่งอย่างศิลปินหนุ่มคนนี้รู้สึกโชคดีก็คือ การได้พบความรักแบบต่างๆ แม้บางครั้งจะบาดเจ็บแต่นั่นก็คือประสบการณ์ เมื่อเจ็บบ่อยๆ หัวใจของเขาก็จะเข้มแข็งขึ้น

“อีกหนึ่งเรื่องที่เรารู้สึกว่าตัวเองโคตรโชคดีเลย ที่ได้มีโอกาสเจอเรื่องราวเยอะแยะมากมาย ทำให้ชีวิตเราแข็งแกร่งขึ้น ทำให้เรามีประสบการณ์ดีๆ อีกหลายอย่าง ที่ถ้าเราไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เราคงไม่ได้เจอ ยกตัวอย่างเช่นชีวิตความรัก การเป็น “อ๊อฟ-ปองศักดิ์” มันรุนแรงกว่าตอนที่เป็นอ๊อฟธรรดา หนึ่งคือมีคนเข้ามาเยอะ แล้วก็สองคือมีคำว่าชื่อเสียง พอมีคำว่าชื่อเสียงเราเองก็จะคิดเยอะ พอเราคิดเยอะเราเจอคนที่เขาตั้งใจที่จะเข้ามาหลอกเราจริงๆ เขาจะมีวิธีการปฏิบัติกับเราดีมาก จนเราลืมข้อจำกัดตัวเองไป ก่อนหน้าที่จะเจอแฟนคนนี้เราก็ค่อนข้างกลัวแต่ก็ไม่ได้ปิดตัวเองนะ แต่มันเหมือนกับว่าเรื่องต่างๆ มันเป็นกำแพงให้เรา ถ้าเจอคนลักษณะแบบนี้เรารู้แล้วว่าเขาจะมาทิศทางไหน และจะพยายามกันเขาออกไปจากชีวิต”

“ถามว่าความไว้ใจน้อยลงไหมกับคนที่จะเข้ามา อ๊อฟคิดว่าไม่เพราะคิดเสมอว่าแต่ละคนที่เข้ามา มาในรูปแบบที่แตกต่างกัน บางคนมาแบบจริงใจสุดๆ บางคนมาแบบแค่คุยเล่นๆ เพราะคิดว่าเราไปสนุกสนาน ไม่ได้เป็นคนซีเรียสจริงจังใดๆ สำหรับคนที่เข้ามาเพื่อหลอก อันนี้รู้เลยว่าเขาจะมาเพื่ออย่างนั้น เพราะด้วยความที่เป็นข่าว คนก็จะรู้สึกว่าเราหลอกง่าย มันก็จะมีกลุ่มคนที่พอฟังข่าวเรื่องเราแล้วแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมถึงไม่รู้เลย แล้วโง่หรือเปล่าที่เอาเงินให้เขานั่นนู้นนี่ พอเป็นแบบนั้นก็จะมีคนเข้ามาหลอกมาซ้ำเติมเราอีก ซึ่งพอเรามีประสบการณ์ปุ๊บ เราก็จะกันคนเหล่านี้ออกไปได้เลย แต่ไม่ใช่ว่าเราฉลาดแล้วเราจะไม่โง่เรื่องเดิมนะ มันก็จะมีเจ็บซ้ำสองบ้างกับเรื่องเดิม แต่พอเรามีประสบการณ์มากๆ เราก็จะไม่มีทางโง่เกี่ยวกับเรื่องเดิม แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ถูกหลอกในเรื่องอื่นไง ประสบการณ์มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

หน้ากากปลาคาร์ฟ

ชีวิตที่ไม่ปูด้วยพรมแดง ยิ่งเป็นคนสาธารณชนก็มักจะถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่คนก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คนดังหลายคนเลือกที่จะไม่ตอบโต้ แต่อ๊อฟขอเลือกในอีกเส้นทางเพราะเขารู้สึกว่าเรามีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง

“อ๊อฟมองว่าเพราะทุกคนคิดถึงแต่สิทธิ์ของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ คือถ้ามองในมุมของเรา เราเองก็เคยเป็นกลุ่มคนที่นั่งคอมเม้นต์ และเราก็รู้สึกว่ามันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะสามารถพูดได้ แล้วทำไมถึงต้องมานั่งบ่น แต่พอตัวเองได้มาเป็นดาราได้มาเป็นศิลปิน เราจะรู้สึกว่ากลุ่มคนพวกนี้ เหมือนเราเคยผ่านเป็นคนที่นั่งคอมเม้นต์แล้ว เราจะเข้าใจว่ามันก็เป็นธรรมดา และรู้ว่าคอมเม้นต์ต่างๆ มันคือการกระทำของเรา สิ่งที่คนด่า สิ่งที่คนคิด มันเป็นผลจากการกระทำของเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องยอมรับ แต่ไม่ใช่ว่าจำนน อันไหนที่เป็นเราจริงๆ ที่คุณด่าเรายอมรับ แต่อันไหนที่คุณด่าเพราะอคติเราก็ต้องด่ากลับไปเพราะมันเป็นสิทธิ์ที่เราต้องปกป้องตัวเราเองเหมือนกัน”

ความรักที่ดีจะนำพาชีวิตของเราให้ดีขึ้น

“ความรักดีมากครับ อ๊อฟว่าพอเราโตขึ้นพอเรามีประสบการณ์มากขึ้น มันทำให้เรารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ความรักเป็นไปได้ยาวนานที่สุด ที่ผ่านมาเราไม่เคยปิดบังเรื่องความรักเลย แต่ที่ไม่พูดเพราะว่ามันยังไม่มี หรือว่าเราไม่สามารถเรียกว่าเป็นแฟนได้ แต่กับครั้งนี้เขาเรียกเราว่าเป็นแฟนและเราเองก็ตกลงเป็นแฟนเขาแล้ว ไม่ใช่ว่าเราขี้ตู่ไปคนเดียว มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าเราน่าจะให้เกียรติกันและกัน เพราะว่าการคบกันแบบปิดบังหรือหลบซ่อนมันไม่ใช่การให้เกียรติกันเลย เราก็พยายามทำตัวธรรมดาเหมือนคู่อื่นๆ ที่เป็นแฟนกัน”

“ถ้าเราเป็นแฟนกับใครสักคนหนึ่งและคนนั้นสามารถทำให้เราเป็นตัวเองที่ดีขึ้นได้มันจะดีมาก และจะบอกว่าคนนี้เป็นคนที่ทำให้แอตติจูดหลายอย่างในชีวิตเราดีขึ้น เป็นความรักที่เจอกันตรงกลาง อย่างทางบ้านเขาครอบครัวเขาเลี้ยงดูกันมาอีกแบบหนึ่งและบ้านเราเลี้ยงดูกันมาแบบลุยๆ สนุกสนาน มันก็เลยทำให้มีข้อแตกต่างกัน ซึ่งการที่เราจะไปเจอหรืออยู่กับเขาได้มันก็ต้องลดความเป็นตัวเองลงไป แต่เป็นการลดในจุดที่เราสามารถยังทำได้และมีความสุขอยู่ และมันก็จะทำให้เป็นผลดีกับชีวิตเรา อันนี้มันเป็นข้อดีของการเป็นแฟนกับเขา ทำให้มุมมองในการทำงานเปลี่ยนไปด้วย คือบางทีเมื่อก่อนเราอาจจะมี 30 วันเราทำงานไป 32 แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราสามารถเลือกได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่มีอะไรมากระทบกับเราเราจะสะบัดทันที แต่ตอนนี้เขาทำให้เรารู้สึกว่าเรามีความสุข พอเรามีความสุขปุ๊บต่อให้อะไรมากระทบ เราก็แค่ดีดทิ้งไม่ถึงขั้นสะบัด”

หน้ากากปลาคาร์ฟ

สุดท้ายคำคมสำหรับความรักของพี่อ๊อฟ

“เอาจริงๆ ก็เคยพูดไว้แล้วว่าความรักก็เหมือนกับกางเกงในถ้าเกิดซื้อกางเกงในที่ไซส์ไม่พอดีตัวมันก็จะอึดอัด แต่ถ้าซื้อที่มันใหญ่เกินไป แม้จะใส่นอนสบายแต่ว่าใส่เดินก็คงลำบาก อะไรก็ตามความรักถ้าเราเจอคนที่ใช่มันจะทำให้เรารู้สึกสบายตัวและเป็นตัวเอง พอเราเป็นตัวเอง เขาก็จะเป็นตัวเอง แฟนเหมือนกันเจอบ้างไม่เจอบ้างก็ได้ แต่ขาดไม่ได้”


 

keyboard_arrow_up