เพลน-ปวิตรา

ทำงานด้วยระบบ เติบโตด้วยหัวใจ มุมมองธุรกิจอาหารของ เพลน-ปวิตรา

เส้นทางธุรกิจอาหารของ คุณเพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ จากความรักในการทำอาหาร สู่การสร้างอาณาจักร F&B (Food and Beverage) ที่เติบโตอย่างมีหัวใจ

หากพูดถึงผู้หญิงรุ่นใหม่ที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจอาหารหลายแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ คุณเพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ ผู้ประกอบการหญิงที่ก้าวเข้าสู่วงการ F&B ที่มีแบรนด์อาหารสุดชิค อาทิ Kay’s, Kanori และ Kayaki จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในครอบครัว ก่อนจะค่อย ๆ สร้างเส้นทางของตัวเองด้วยความตั้งใจ ความรักในอาหาร และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง

ทำงานด้วยระบบ เติบโตด้วยหัวใจ มุมมองธุรกิจอาหารของ เพลน-ปวิตรา

คุณเบ๊นซ์-ปณิธาน, คุณโบ๊ท-ปณิธิ และ คุณเพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ

จุดเริ่มต้นจาก “ครอบครัว” และโต๊ะอาหารเช้า

“จริง ๆ จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวค่ะ เราเป็นครอบครัวที่ชอบทานอาหารอยู่แล้ว และตัวเพลนเองก็ชอบทำอาหารมาตลอด”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพี่ชายของเธอเริ่มต้นทำบูทีคโฮเทลขนาดเล็ก แต่กลับได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าว่าอาหารเช้ายังไม่ตอบโจทย์ ในช่วงเวลานั้นคุณเพลนเพิ่งเรียนจบ เธอจึงตัดสินใจลองเข้ามาช่วยดูแลครัวอาหารเช้าอย่างจริงจัง

“พอลองทำไปแล้ว กระแสตอบรับดีเกินคาด เราเลยรู้สึกว่า เออ…นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เราทำได้ดี และสนุกกับมันจริง ๆ จากนั้นก็เลยตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจ F&B เต็มตัว”

ไม่ได้จบตรงสาย แต่ใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์

แม้จะไม่ได้เรียนด้านอาหารโดยตรง แต่คุณเพลนจบการศึกษาด้านบัญชี ขณะที่พี่ชายเรียนด้านมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

“ถึงจะไม่ได้เรียนทำอาหารมาโดยตรง แต่สิ่งที่เรียนบัญชีช่วยมากในเรื่องการคุมต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจ ร้านอาหารถ้าคุมตัวเลขไม่อยู่ ต่อให้อาหารอร่อยแค่ไหนก็ไปต่อยาก”

ความรักในการทำอาหารจึงเดินคู่กับความเข้าใจเรื่องระบบและการบริหาร ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

เมนูแรกที่สร้างความมั่นใจ

เมนูที่คุณเพลนยังจดจำได้ดี และถือเป็นจุดเริ่มต้นความมั่นใจ คือ Ultimate French Toast เมนูซิกเนเจอร์ที่ยังคงมีขายอยู่ที่ Kay’s จนถึงปัจจุบัน

“ตอนแรกทำกินกันเองที่บ้าน เอานู่นเอานี่มาลองผสมกัน เป็น French Toast ไส้กล้วย มี Almond Cream แล้วท็อปด้วย Bacon Bits ปรากฏว่าที่บ้านชอบมาก เราเลยรู้สึกว่า เออ…เราน่าจะเปิดร้านได้” ซึ่งร้านแรกในเครือก็คือ Kay’s สาขารางน้ำ ซึ่งวันนี้เดินทางมาครบรอบเกือบ 10 ปีแล้วค่ะ

ทีม คือหัวใจของการไปต่อ

แม้จะผ่านความท้าทายมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้คุณเพลนยังสนุกกับการทำงานจนถึงวันนี้ คือ “ทีม”

“เราทำงานกับพี่ชายทั้งสองคน ซึ่งแต่ละคนมีสไตล์ต่างกันมาก แต่พอคุยกันแล้ว เรามีจุดแข็งคนละด้าน มันเลยทำให้ไปต่อได้ ถึงจะเจอปัญหา เราก็ยังกล้าลอง กล้าทำ”

สำหรับเธอ เสน่ห์ของธุรกิจอาหารคือการได้ทดลองสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา และความสุขที่สุดคือการได้เห็นลูกค้ามีความสุขกับอาหารตรงหน้า

บริหารงานและชีวิต ด้วยวินัยและการดูแลตัวเอง

ในฐานะผู้หญิงที่ต้องดูแลหลายบทบาท คุณเพลนให้ความสำคัญกับการบาลานซ์ชีวิตอย่างจริงจัง เธอมีรูทีนที่ชัดเจน ตื่นเช้าตั้งแต่ 6.30 น. เพื่อออกกำลังกายและทำสมาธิ ก่อนเริ่มงาน

“ช่วงไหนงานหนัก เราจะยิ่งต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น ไม่งั้นมันจะเสียสมดุล”

เธอเชื่อในการ work on myself มากกว่าการพึ่งทางลัด และเลือกเลิกงานไม่ดึก เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

จากออฟฟิศ สู่หน้าร้าน: บทบาทที่แตกต่างแต่ต้องบาลานซ์

นอกจากธุรกิจร้านอาหาร คุณเพลนยังดูแลงานของครอบครัวด้านการเงินและบัญชี รวมถึงธุรกิจโรงแรม ทำให้แต่ละวันต้องสลับบทบาทอยู่ตลอด

“ตอนเช้าอาจจะเข้าออฟฟิศดูเรื่องบัญชี พอตอนบ่ายก็ออกไปเช็คสาขา ดูโอเปอเรชั่น คุยกับพนักงาน ดูลูกค้า เนเจอร์ของงานมันต่างกัน แต่เราพยายามบาลานซ์ให้ได้ในแต่ละวัน”

แตกต่างด้วยการ “อะแดป” ไม่ใช่ลอกเลียน

ในยุคที่ร้านอาหารเปิดใหม่แทบทุกวัน คุณเพลนมองว่าความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่การทำตามเทรนด์ แต่คือการ อะแดป ไอเดียจากทั่วโลกให้เข้ากับบริบทของคนไทย

หนึ่งในตัวอย่างคือร้าน Kanori Hand Roll ที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ช่วงเรียนที่อเมริกา นำคอนเซ็ปต์เทมากิแบบถือทานง่าย มาผสมกับรสนิยมของคนไทย จนกลายเป็นร้านที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากบอกอะไรกับตัวเองในวันนั้น

คำตอบของคุณเพลนเรียบง่าย แต่ชัดเจนว่า “Just do it เลยค่ะ เพราะทุกอย่างมันไม่เคยเป็นไปตามแพลนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการปรับตัว”

โดยเธอย้อนเล่าถึงช่วงเริ่มต้นที่ต้องทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่แคชเชียร์ ปิ้งขนมปัง ไปจนถึงรับมือกับการไม่ถูกยอมรับเพราะอายุยังน้อย แต่ทั้งหมดกลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่หล่อหลอมให้เธอแข็งแรงขึ้น

สไตล์ที่มั่นใจ แบบไม่ต้องฝืน

ในวันที่ต้องวิ่งหลายสาขา คุณเพลนเลือกแต่งตัวแบบคล่องตัว เน้นความสบายเป็นหลัก เป็นไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของผู้หญิงทำงานที่มั่นใจในแบบของตัวเอง “รองเท้าต้องเดินได้จริง เพลนไม่ค่อยใส่ส้นสูง เพราะต้องอยู่หน้างานตลอด”

ก้าวต่อไป กับธุรกิจที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

สำหรับแพลนในอนาคต คุณเพลนเผยว่าเธอกำลังสนใจเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น

“พอเราทำร้านอาหาร เราจะเห็นภาพซัพพลายเชนทั้งหมด และรู้ว่าเราส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมยังไง เลยอยากลองทำอะไรที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับโลกมากขึ้น” แม้คอนเซ็ปต์จะยังอยู่ในขั้นพัฒนา แต่เพลนก็ตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นในปีหน้าให้ได้ค่ะ