รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

อึด ฮึด สู้! เบื้องหลังชีวิตที่ไม่ตลกของ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงผู้มากด้วยรอยยิ้ม

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น
รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

ถึงใบหน้าของ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น จะเปื้อนรอยยิ้มเสมอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีแต่ความสุขตลอด เพราะกว่าที่จะมาเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ก็ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจมาสาหัส แต่ทว่ากลับยังยิ้มสู้และใช้ชีวิตได้อย่างสง่างาม

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

มองผิวเผินอาจจะดูดุนิดๆ แต่ด้วยนิสัยที่มักมีรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอที่เป็นจุดเด่น ทำให้ใครๆ ก็อยากใกล้ชิดกับ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงสายฮาวัย 34 ปี ซึ่งโด่งดังจากบท “เอ็นจอย” ในซีรีส์ Club Friday To Be Continued ตอน “เพื่อนรัก เพื่อนร้าย” ซึ่งจากการแจ้งเกิดในครั้งนี้ ทำให้เขาได้มีผลงานอีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

นอกเหนือจากผลงานทางการแสดงที่ทำให้เราได้รู้จักกับรัศมีแขมากขึ้นแล้ว เรื่องน้ำใจนั้นก็ไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่ากับเพื่อนที่สนิทหรือคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์ที่รัศมีแขถูกทายาทธุรกิจดัง แชมป์ -จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ทำร้ายร่างกาย ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีคนที่รักดาราคนนี้มากขนาดไหน

ถึงใบหน้าของรัศมีแขจะเปื้อนรอยยิ้มเสมอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีแต่ความสุขตลอด เพราะกว่าที่จะมาเป็นรัศมีแขอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เขาถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจมาอย่างสาหัส แต่กลับยังยิ้มสู้และใช้ชีวิตได้อย่างสง่างาม

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น

อึด!

พูดถึงวัยเด็ก คนมักจะนึกถึงความสนุกสนานการได้โลดโผนไปในแต่ละวัน แต่กับบางคนไม่ได้เป็นแบบนั้น หนึ่งคนนั้นก็คือรัศมีแขที่ถูกเลี้ยงมาแบบโดนทำร้ายร่างกายตั้งแต่เด็ก

รัศมีแขเกิดที่จังหวัดภูเก็ตในตอนนั้นใช้ชื่อว่า “อัครพงษ์ วงศ์อินทร์” เนื่องจากแม่แต่งงานใหม่แล้วย้ายไปอยู่ที่ประเทศสวีเดน ดังนั้นจึงถูกส่งไปอยู่กับพี่เลี้ยงที่จังหวัดเชียงราย โดยมีแม่เป็นคนส่งเงินกลับมาดูแลโดยที่ไม่เคยรับรู้ว่ามันมันมีสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น! พี่เลี้ยงที่แม่ไว้ใจได้ทำร้ายร่างกายและจิตใจรัศมีแข เช่นการบังคับไม่ให้ออกไปไหน บางครั้งก็ตีด้วยหัวเข็มขัดโดยไม่มีเหตุผลอะไรเลย ซึ่งตอนหลังแม่รับรู้เพราะรัศมีแขเล่าให้ฟังทั้งหมด ต่อมาก็ได้ย้ายไปอยู่กับแม่ที่กรุงสต็อกโฮล์ม และเปลี่ยนชื่อเป็น “เจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์ฟ”

เจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์ฟ
ภาพจาก : ผู้จัดการสุดสัปดาห์

ฮึด!

ส่วนสำคัญที่ทำให้รัศมีแขสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนได้เสมอก็คือการมีทัศนคติในเชิงบวก โดยรัศมีแขเคยให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่เจอมาตลอดก็คือคำดูถูก เนื่องจากรูปลักษณ์ไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เพราะเป็นลูกครึ่งแอฟริกา-อเมริกัน จึงมักจะเจอกับคำเสียดสี แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกที่จะไม่ให้คำพูดนั้นทำร้ายจิตใจตนเอง และเปลี่ยนให้เป็นพลังที่ใช้ผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าดีกว่า

“จริงๆ นะ แขจะบอกเสมอว่าทุกวันนี้ แขขอขอบคุณ ขอบคุณคนที่เคยว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำแบบนิโกรบ้าง ข้าวนอกนาบ้าง ดำตับเป็ด ขวานฟ้าหน้าดำ  ตุ๊ด กะเทย ทุกวันนี้ขอบคุณมากเลยที่เขาใช้คำพวกนี้กับเรา เพราะคำพวกนี้แหละมันทำให้เรามีความรู้สึกอยากสู้เป็นอินสปายให้เรา จนกลายมาเป็นเราในทุกวันนี้  ที่อยู่ในรายการและสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน”

“ถ้าเจอกับพวกที่ถูกบลูลี่นะ 1.ตั้งสติ 2. บอกตัวเองว่าเราไม่ใช่คนโง่ คนพยายามจะทำให้เราเป็นถังขยะและเอาขี้เอาทุกอย่างมาเทใส่ถังขยะที่เขาจะสร้างให้เราเป็นอยู่ คุณอยากเป็นไหมละ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำตัวเองให้เป็นถังขยะ  เขามาบูลลี่ว่าอีอ้วน ก็ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่าพอดีทานเยอะไปค่ะ ด่าว่าอีดำ ก็บอกไปว่า พอดีโดนแดดเยอะ ช่วงนี้แดดแร๊งแรง แค่นี้พอจบ ให้อยู่ในมาตรฐานที่ทำให้เขารู้ว่าเราไม่ได้สนุกไปกับตรงนี้นะ อย่าเป็นคนที่ฉลาด อย่าไปเสพอะไรที่นำพาให้เราเป็นทุกข์ เสพอะไรที่ทำให้เรามีความสุขดีกว่า”

“และสิ่งที่สำคัญที่สุด คนเราต้องรักตัวเอง แล้วก็ให้โอกาสตัวเอง แล้วการที่แขให้โอกาสตัวเองมาอยู่เมืองไทยก็เป็นการมาพิสูจน์ แล้วพอพิสูจน์แล้ว ความประพฤติของแข การทำงานของแข มันส่งผลให้แขเป็นแขอย่างในทุกวันนี้  คือได้ทำงานในวงการบันเทิง แล้วก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก”

เจมส์ ฟอเกอร์ลุนด์ฟ

สู้!

สุดท้ายที่สิ่งสะท้อนคำว่า “สู้” ได้เป็นอย่างดีของนักแสดงคนนี้ ไม่ใช่การต่อยตีแต่เป็นการลุกขึ้นสู้กับความไม่ยุติธรรมในสังคม จากกรณีที่ถูกหนุ่มคนสนิทของดาราสาว “น้ำหวาน รักษ์ณภัค” ก็คือ แชมป์ -จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ลูกชายของ “ดร.วรชาติ เพชรนันทวงศ์” และ “อำไพพรรณ พันธุคงชื่น” ทำร้ายร่างกายที่เมืองพัทยา

และแม้ว่าหนุ่มคนดังจะออกมาขอโทษโดยอ้างว่าเกิดจากความเข้าใจผิด แต่รัศมีแขเชื่อว่าสังคมมีคดีทำร้ายร่างกายมากเกินไป ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น

“แขมีความรู้สึกว่าคนเรามันมีสิทธิ์ที่จะสามารถใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัยและไม่ควรถูกกระทำอย่างที่แขโดน ซึ่งบ้านเมืองของเรามันมีกกฎหมายดังนั้นจึงอยากทำให้สิทธิ์ตรงนี้มันถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำร้ายภายในครอบครัว หรือตามสถานที่ต่างๆ แขอยากให้เคสของแขเป็นเคสตัวอย่าง และเป็นเคสสุดท้าย เพราะแขไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก”

“เรื่องแบบนี้มันควรหยุดได้แล้ว มันไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่อยากให้ไปทำใครก็ได้ แค่ออกมาขอโทษแล้วจบ”

“คนเราถ้ารู้ว่าตัวเองออกไปข้างนอก และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ อยู่บ้านครับ อยู่บ้านไปเลย เพราะว่าคุณคือคนอันตรายของสังคม คุณสามารถที่จะออกไปทำร้ายใคร ด้วยอารมณ์ของตัวเองที่คุณควบคุมไม่ได้ ถ้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แล้วรู้ว่าตัวเองทำแบบนี้บ่อยๆ หรือเราเป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ อยู่ในโซนของตัวเอง อย่าออกมาใช้ชีวิตในสังคม เพราะว่าคุณคือคนอันตรายต่อคนอื่น”


ข้อมูล : จากกรมสุขภาพจิต , IG @rusameekae

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ดราม่าข้าวนอกนา หัวเราะร่า น้ำตาร่วง ‘สีสันชีวิต รัศมีแข’ ดาวเด่นหน้าใหม่ ผู้ชายนะคะ!

เส้นทางสู่แชมป์ไม่ง่าย แมมมอธ วัย 18 ปี ลายมือสวยขั้นเทพ มุ่งฝึกฝนจนเป็นที่หนึ่ง

สวยไม่ได้จำกัดแค่ขาว! Samina ขอพิสูจน์ ค่านิยมความงาม เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง?

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!