พ่อรอง เค้ามูลคดี

“ฉันคือร่างกาย เธอคือหัวใจ” 52 ปี แห่งความรัก แม่ทุม & พ่อรอง เค้ามูลคดี

พ่อรอง เค้ามูลคดี
พ่อรอง เค้ามูลคดี

“ฉันคือร่างกาย เธอคือหัวใจ” 52 ปี ความรักอันยิ่งใหญ่ของคู่รักคู่ชีวิต แม่ทุม & พ่อรอง เค้ามูลคดี วันนี้จากกันเพียงกายแต่หัวใจผูกกันเสมอ

พ่อรอง เค้ามูลคดี

หลังจากที่ใช้ชีวิตที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน 52 ปี วันนี้ความรักของ พ่อรอง เค้ามูลคดี  กลับเหลือเพียงแค่ความทรงจำ เมื่อ แม่ทุม-ปทุมวดี โสภาพรรณ  ภรรยาสุดที่รักจากไปด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ และโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ( ALS) ภายหลังต่อสู้กับโรคนี้มานานถึง 8 ปี  สร้างความเสียใจให้กับครอบครัว “เค้ามูลคดี” โดยเฉพาะพ่อรองคู่ชีวิตที่รู้สึกยากจะทำใจกับเรื่องนี้ 

โดยสัมภาษณ์ล่าสุดของพ่อรองได้พูดถึงแม่ทุมว่า ตั้งแต่รู้เรื่องก็ทำอะไรไม่ถูก แม้จะเตรียมใจมาพอสมควรแล้ว แต่หวังลึกๆ ให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แต่ทว่าใครก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

แม้วันนี้แม่ทุมจะจากไปแต่หัวใจของพ่อรองยังผูกพันกับภรรยาผู้เป็นที่รักเสมอในงานพิธีรดน้ำศพพ่อรองยังคงจ้องร่างไร้วิญญาณของคู่ชีวิตอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้เราได้รับรู้ถึงพลังความรักของทั้งคู่มันมากมายแค่ไหน

พ่อรอง เค้ามูลคดี

โดยพ่อรองได้เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Secret ถึงความรักที่หล่อหลอมให้คนสองคนกลายเป็นเหมือนเป็นคนคนเดียวกันนั้นยิ่งใหญ่เพียงไร

พ่อรองได้ย้อนเล่าถึงสัญญารักที่ให้ไว้กับแม่ทุมตอนขอแต่งงานว่า“ผมกับทุมจะแยกกันต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งอยู่บนเมรุ” นั่นเป็นคำพูดที่ทำให้ทั้งสองได้เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แม้ว่าจะไม่ได้มีเงินไปสู่ขอแต่ครอบครัวของแม่ทุมก็ไม่ได้รังเกียจ พ่อรองยังยอมรับว่าก่อนที่จะกลายเป็นแฟมิลี่แมนอย่างทุกวันนี้ก็เคยเจ้าชู้มาก่อน ด้วยความที่แต่งงานตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยจุดเปลี่ยนก็คือรู้สึกว่าตัวเองสร้างปัญหาให้ครอบครัวเยอะมาก  ลูกเมียไม่มีความสุข

ปทุมวดี โสภาพรรณ 

สิ่งหนึ่งที่กินใจสำหรับคู่รักอมตะคู่นี้ก็คือการที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์รักแท้เมื่อแม่ทุมป่วยด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษ และโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ( ALS) ซึ่งอาการหนักมากๆ พ่อรองบอกว่าตอนที่รู้ถึงกับเข่าอ่อนเลยทีเดียว 

“ช่วงแรกที่รู้ ผมคิดว่ายังไงก็ต้องรักษากันไป แต่วันที่หมอเรียกผมและยุ้ยเข้าไปพบและบอกแนวทางการรักษาว่าคงต้องรอคนไข้เสียชีวิตอย่างเดียว ตอนนั้นเข่าอ่อนเลยนะ ก่อนหน้านี้ตอนที่สูญเสียลูกชายก็หนักหนาสาหัสแล้วนะ ต่อมาก็สูญเสียพ่อกับแม่ นี่มาถึงเมียอีกแล้วเหรอ จะไม่มีใครเหลือแล้วใช่ไหมแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด”

ตอนเขาป่วยเราพูดกับเขาเสมอว่า “แม่อย่าทิ้งพ่อนะ เราเป็นคนคนเดียวกัน พ่อเป็นร่างกาย แม่เป็นหัวใจนะ ถ้าวันหนึ่งหัวใจหยุดเต้น แม่ต้องคิดว่าร่างกายจะอยู่อย่างไร”

ตลอดหลายปีที่รักรักษาตัวสิ่งหนึ่งที่พ่อรองทำเสมอก็คือการไปเยี่ยมแม่ทุมทุกเช้า โดยก่อนหน้านี้พ่อลองได้เล่าถึงช่วงนี้วิตนี้ให้ฟังว่า

“ผมจะเข้าไปหาเขาที่โรงพยาบาลทุกเช้า แต่ถ้ามีงานก็ไปทำงานก่อน แล้วค่อยแวะเข้าไป นี่คือกิจวัตรประจำวันที่ทำไม่เคยขาดคือเข้าไปหอมแก้มแล้วบอกเขาว่า “พ่อรักแม่สุดนะ เราต้องไม่ทิ้งกันนะแม่ เราต้องอยู่ด้วยกัน แม่เก่งที่สุด แม่กำลังจะหายแล้วนี่พ่อทำห้องให้แล้วนะ แม่ต้องกลับไปนอนที่ห้องนะ” เขาก็จะมองเรา บางวันก็ยิ้มให้เท่านี้เราก็ชื่นใจแล้ว

แม่ทุม

จากความรักความผูกพันตลอด 52 ปี ทำให้เชื่อเหลือเกินว่าเรื่องราวของพ่อรองเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าความรักแท้อันยิ่งใหญ่มีอยู่จริง


ข้อมูลจาก : นิตยสาร Secret

สามารถติดตามอ่าบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

จากลูกนายไม่กล้าจีบ สู่คู่รักมาราธอน ” ปิยวดี มาลีนนท์ – มาวิน ทวีผล “

เปิดใจคู่กันครั้งแรก “มาดามแป้ง-อธิบดีเอ” ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!