เปิดใจฮั่น เดอะสตาร์

เปิดใจฮั่น เดอะสตาร์

เปิดใจฮั่น เดอะสตาร์
เปิดใจฮั่น เดอะสตาร์

“สิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นมาตลอดคือ เรารู้แค่ว่า วันนี้เราเป็นใคร เราทำอะไร ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็นและอยากจะทำแค่นั้นก็พอ”

พูดถึงขาแด๊นซ์สุดแซ่บที่ตอนนี้มีขบวนแฟนๆ แห่แหน ไปไหนเฮนั่นต้องยกให้หนุ่มฮั่น เดอะสตาร์ ที่ช่วงนี้มีงานชุก แถมยังกำลังซุ่มถ่ายละครซิทคอมอยู่ด้วยเลยอาจจะทำให้แฟนๆ อาจจะเห็นหน้าค่าตากันน้อยลงมาอัพเดทผลงานของเขากันสักหน่อย

“ช่วงนี้กำลังถ่ายละคร ถ่ายซิทคอม อาจจะออกงานน้อยลงหน่อย เพราะต้องเข้ากองตลอด เล่นเป็นตัวร้าย ชื่อ ราเชน ในคุ้มนางครวญครับ”

บทบาทการเป็นนักแสดงยากขึ้นกว่าการเป็นนักร้องไหม
“มันขัดกันนะ จริงๆ แล้วผมได้รับงานที่เป็นการแสดงเข้ามาพร้อมกัน 2 เรื่อง เรื่องนึงเป็นซิทคอมที่เป็นผู้ชายดีแสนดี อีกเรื่องก็เป็นผู้ชายแสนเลวแต่ว่าก็สนุกดีครับ การเล่นละครถ้าได้เล่นบทร้ายผมว่ามันได้ปลดปล่อยนะ และเป็นการท้าทายความสามารถมากๆ ครับ ตอนแรกเกร็งมากครับ แต่มันดีตรงที่มีตูมตามแล้วก็น้องแกรนด์ด้วย เราก็จะคุยกัน อย่างพิงกี้ผมเคยร่วมงานด้วยตอนสมัยเมื่อนานมาแล้ว ทุกคนก็ให้กำลังใจกันช่วยกันครับ ขอบคุณทุกคนมากๆ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศมันคงจะเกร็งน่าดู”

เตรียมตัวเยอะหรือเปล่า
“ก็เรียนเยอะครับ ทุกครั้งเวลาไปเรียนก็จะเอาบทไป คือปกติครูเค้าจะมีบทเรียนให้อยู่แล้วว่าวันนี้จะเรียนอะไร แต่ว่าบางทีเราก็ขอว่า ครูครับผมเอาบทมาลองเล่นได้มั้ย”

กล้ามเนื้อไหล่ที่บาดเจ็บหายรึยัง
“โอเคขึ้นครับ อาจจะเพราะเราได้พักผ่อนเยอะขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้พักผ่อนน้อย ทำงานทุกวัน ช่วงนี้บางคิวก็เคลียร์ออก เพราะรู้ว่าเราเจ็บให้เราพักผ่อน คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลานานครับกว่าจะหายดี ถ้าผมมีเวลาว่างก็จะไปกายภาพบ้าง และทำทุกอย่างให้มันเซฟ อย่าฝืนตัวเองมากเพราะมันยังใช้ไม่ได้ 100 %”

จะมีถ่ายแฟชั่นอวดหุ่นมั้ย
“ต้องรอดูครับ (หัวเราะ) ต้องดูความพร้อมของตัวเองและโอกาสด้วย และแฟนๆ เรียกร้องมากน้อยแค่ไหนครับ”

เซ็กซี่ได้มากสุดแค่ไหน
“คงจะยังไม่ถึงกับเซ็กซี่มากเกินไป ผู้ใหญ่เค้าก็จะดูด้วย ไม่ให้มันมากเกินไป”

รู้สึกยังไงที่มีคนพูดว่าเราดังเพราะเป้า
“(หัวเราะเขินๆ) คือผมต้องบอกว่าเราไม่ได้อยากจะให้คนคิดแบบนี้ แต่ก็คงเปลี่ยนทัศนคติของคนที่คิดอย่างนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยได้บอกก็ยังดี คือจริงๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าที่ผมทำในวันนั้นเพื่อจะให้ภาพติดมาในวันนี้ เราแค่คิดว่าเราทำเต็มที่ในหน้าที่ของเรา ไหนๆ วันนั้นเราก็คิดว่าน่าจะตกรอบก็ใส่ๆ จัดเต็มไปเลยก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าเค้าจะเซ็นเซอร์หรือเปล่า ผลสุดท้ายมันออกมาเป็นภาพแบบนี้ คนเรียกเป้าภูเขาไฟ ไปงานต่างๆ ก็รีเควสเพลงแบบว่าเอาเพลงที่ฮั่นเต้นเด้งเป้าแบบนั้นได้มั้ย บางงานไม่ร้องก็ขอได้มั้ยอยากเห็นอะไรอย่างเนี้ย “

มันทำให้เราระวังตัวในการแสดงออกมากขึ้นมั้ย
“สำหรับผม ผมคิดว่าผมเป็นแบบไหนก็จะเป็นแบบนั้น เป็นในขอบเขตที่ถูกต้อง มองว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นงาน และผมคิดว่าเด้งเป้าเนี่ย มันคือท่าเต้น และคนหลายๆ คนที่รู้จักผมหรือเพิ่งรู้จักผมก็รู้ว่าคนนี้คือฮั่นอาจเพราะท่าเต้นนั้นด้วย แต่จริงๆผมก็เต้นท่าอื่นก็ได้นะครับ(หัวเราะ) มันคงเป็นฉายาที่ทำให้ใครๆ รู้จักผมมั้งครับ”

ถ้าวันนึงอีก 5 ปีข้างหน้ามีน้องใหม่เข้ามา ได้ฉายาแบบฮั่นจะบอกน้องยังไง
“จริงๆ อย่างรุ่นน้องเข้ามาหลังๆ มีบางคนถามผมว่า พี่ทำยังไงพี่ถึงมีงานเยอะ ผมก็ตอบว่าสิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นมาตลอดคือ เรารู้แค่ว่า วันนี้เราเป็นใคร เราทำอะไร ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็นและอยากจะทำแค่นั้นก็พอ เพราะว่าถ้าเราถูกคนว่าปุ๊บเราก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบนึง เราก็ไม่เจอตัวเราสักที ถ้าเราพยายามจะเหมือนใครแล้ว พอเราเหมือนเค้า คนก็ไม่ได้ต้องการในสิ่งที่อยู่ดีๆ มีสองคน ก็คงเลือกคนออริจินัลอยู่แล้ว เราเป็นตัวเราแบบนี้ดีที่สุดแล้วครับ”

Credit ภาพ :

Praew Recommend