ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา

เคลิ้มหนักกว่าเดิมอีก 10 เท่า !! “ก้อง – สหรัถ สังคปรีชา” สุภาพบุรุษ หล่อ ดี มีอยู่จริง

Alternative Textaccount_circle
event
ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา
ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา

ส่งท้ายปีในเดือนธันวาคม คอลัมน์ Exclusive Talk กับแพรวดอทคอมยังไงก็ต้องมีเรื่องพิเศษๆ มาให้ทุกคนอยู่แล้ว วันนี้เรามาเจอกับหนุ่มในฝันของสาวๆ ทั้งประเทศ “ก้อง – สหรัถ สังคปรีชา”

เรื่องราวของผู้ชายคนนี้ถูกสัมภาษณ์มาแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่การเป็นนักดนตรี พระเอก ไปจนถึงเจาะลึกเรื่องส่วนตัวของเขา แต่เชื่อว่าใครที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้จนจบ มีเคลิ้มหนักกว่าเดิมแน่นอน

ก้อง – สหรัถ สังคปรีชา

อีก 2 ปี อายุขึ้นเลข 5 นำหน้าแล้ว พี่ก้องมีกังวลอะไรบ้างไหม

ก้อง – สหรัถ: ก็ไม่มีกังวลอะไรนะ คือถ้าอายุ 50 แล้วจริงๆ กลัวอย่างเดียวคือ กลัวไม่สนุก คือผมเป็นคนชอบทำกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ ไปเที่ยวป่า ขับรถออฟโร้ด กางเต็นท์ ถ้ามีเวลาก็ยังอยากไปทำ เลยกลัวว่าถ้าเราอายุมากกว่านี้ สังขารเรายังจะไหวไหม ไปที่นั่นที่นี่ หลักๆ คือยังอยากให้ชีวิตสนุกไว้ก่อน

อีกด้านหนึ่งของพี่ก้อง เห็นว่าชอบไปช่วยเหลือคนที่ลำบากอยู่บ่อยๆ ด้วย

ก้อง – สหรัถ : ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันนะ และส่วนตัวเองรู้สึกว่าเราก็ได้รับมาเยอะจากสังคม ได้ความรัก ความเอ็นดูจากประชาชน ชื่อเสียง เงินทอง ทุกอย่างก็ได้จากคนไทยนี่แหละ เหมือนเรามีกับข้าวอยู่เต็มโต๊ะ ก็แบ่งให้คนอื่นกินบ้างก็ได้ มันก็มีความสุขอีกแบบ กินคนเดียวก็คงไม่หมดหรอก เลยรู้สึกว่าชีวิตมันก็ต้องแบ่งปันบ้าง เราอยู่ในจุดที่มีทุกอย่างสบายๆ แบ่งบ้างก็น่าจะดี

ความคิดแบบนี้พี่ก้องก็ได้มาจากคุณพ่อด้วยใช่ไหม

ก้อง – สหรัถ : จริงๆ ก็ทุกเรื่องที่ทำให้เป็นผมอย่างทุกวันนี้นะ เรื่องของการช่วยเหลือผู้อื่น ดูแลผู้อื่นนี่ท่านจะย้ำมาก เพราะผมเป็นพี่ชายคนโต มีน้องชาย และก็มีน้องสาวอีก 2 – 3 คนที่เป็นลูกน้า ลูกป้า ตอนเด็กๆ ก็มีแกล้งน้อง พ่อก็จะตี และจะพูดเลยว่าเราเป็นผู้ชาย เราต้องดูแล ไม่ใช่ไปแกล้งน้อง เราต้องปกป้องคุ้มครอง คือผมก็จำได้ว่า เออ เราเคยแกล้งน้อง ไม่ดีเลย โดยเฉพาะในเมื่อเราเป็นพี่ชายคนโต เราต้องดูแลผู้ที่ด้อยกว่า

ดูให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แบบนี้เวลาเห็นข่าวคนที่อ่อนแอกว่าถูกทำร้าย อย่างเด็กและผู้หญิง ส่วนตัวรู้สึกอย่างไรบ้าง

ก้อง – สหรัถ : ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คงต้องกลับไปแก้ที่ต้นตอของปัญหาการทารุณเด็กๆ ก็เกิดมาจากผู้ใหญ่ ถ้าจะดูแล้ว ส่วนใหญ่ที่ทำร้ายเด็กก็คือคนที่ติดยาเสพติด เมายาก็ทำร้าย คือคนมันมีอารมณ์ Aggressive ส่วนใหญ่ก็คือใช้ยาเสพติด ถ้าจะย้อนไปอีกคงต้องพูดเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเลยดีกว่า ปัญหาความรุนแรง ปล้นจี้อะไรต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมาจากเรื่องนี้ ผมรู้สึกหดหู่ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวว่า เออ…ทำไมบ้านเราถึงมียาเสพติดเยอะขนาดนี้ จริงๆ คือผมจะมองไปถึงต้นขั้วของปัญหาไง ทำไมผู้ชายคนนี้ตีเด็ก เขาตีทำไม ก็เขาบ้าไง ตีผู้หญิง ทำร้ายตัวเอง ก็เป็นปัญหายาเสพติดทั้งนั้นนะส่วนใหญ่

ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา

แล้วส่วนตัวพี่ก้องเองเคยโกรธ โมโหใครบ้างหรือเปล่า

ก้อง – สหรัถ : ก็เคยมีโกรธนะ ผมว่าทุกคนมีทั้งนั้นแหละ เรายังไม่ใช่อรหันต์นี่ เพียงแต่ว่าพอเกิดอารมณ์เหล่านี้ต้องทำความเข้าใจกับมัน ก่อนที่เราจะโกรธ เราต้องเรียนรู้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก่อนด้วย คือผมก็ไม่ใช่คนที่ถึงกับวางเฉยได้ทุกเรื่อง แต่ต้องเข้าใจกับมันให้มากก่อน

ระงับอารมณ์ความโกรธแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะศึกษาธรรมะด้วยหรือเปล่า

ก้อง – สหรัถ : ผมก็มีอ่านหนังสือธรรมะ แต่ไม่ทุกวันหรอก เดี๋ยวนี้เขามีซีดีธรรมะ เราก็เปิดฟัง รายการวิทยุ ในยูทูบต่างๆ ที่เป็นเรื่องธรรมะ พระอาจารย์ดีๆ ท่านมาเทศน์เราก็ฟังได้ตลอด จริงๆ ผมก็ไม่ได้ถึงขั้นศึกษานะ ฟังไปเรื่อยเปื่อยน่ะแหละ ไม่ได้คิดว่าจะเอามาศึกษาอะไรจริงจัง ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปมากกว่า วันนึงได้แผ่นซีดีของท่าน ป.อ. ปยุตฺโตมาก็เปิดฟัง ก็ได้อะไรดีๆ เยอะ วันนี้มีแฟนคลับคนนี้เอามาให้ เราก็อ่าน มันก็ได้อะไร หรือเราไปเจอใครมา ที่พอเราพูดคุยกันมันได้แง่คิด เราก็รู้จักที่จะนำมาใช้อบรมตัวเองบ้าง ไม่ได้ถึงขนาดว่าเปิดธรรมะฟังทุกวันหรืออ่านหนังสือทุกวัน ผมไม่ได้ถึงขั้นเพ่งอะไรขนาดนั้น

ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของธรรมะแบบนี้ เลยส่งผลมาถึงความรักด้วยหรือเปล่า เพราะไม่เคยมีข่าวเรื่องเจ้าชู้เลย

ก้อง – สหรัถ : ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่นำมาปรับใช้ได้กับทุกเรื่องนะ แต่ถ้าไม่เยอะ มันก็ไม่ทุกข์นะ (ยิ้ม)

ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา

พี่คิดว่าข้อดีของการเป็นคนที่รักเดียวใจเดียวคืออะไร

ก้อง – สหรัถ : ก็ไม่เหนื่อยไง (หัวเราะ) มีเยอะมันก็เหนื่อย ไม่อยากเหนื่อยก็อย่าไปเยอะ ผมว่าทุกอย่างเลยนะ เยอะไปมันจะเหนื่อย ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรอก ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งเหนื่อย มีบ้านหลายหลังก็เหนื่อย รถหลายคันก็เหนื่อย มีทรัพย์สินเยอะก็เหนื่อย ทุกอย่างเป็นพันธะ เป็นโซ่ที่มันมาคล้องเราไว้ ทำให้เราไม่มีอิสระในชีวิต เรามีรถ 5 – 6 คัน วันว่างก็ต้องเอามันไปล้าง วันไหนสตาร์ตไม่ติดก็ต้องเอาไปเปลี่ยนแบต และถ้ามีเยอะแบบนั้น คุณคิดดูว่าต้องดูแลตั้งเท่าไหร่ มีบ้านต่างจังหวัดภาคเหนือหลังนึง อีสานหลังนึง คอนโดอีกที่นึง วันๆ ไม่ต้องทำอะไร ก็ต้องคอยไปดูแก้ปัญหาทุกอย่าง คือเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่มีอิสระในชีวิต แต่ถ้าเรามีบ้านหลังเดียว มีรถสองคัน พอวันว่างทำไรล่ะ ก็ออกไปเที่ยว มันก็เกิดอิสระในชีวิต ต่างจากคนที่มีบ้านรถหลายคัน ว่างปุ๊บก็ต้องไปดูแลทรัพย์สมบัตินู่นนี่ และถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็จะเป็นทุกข์อีก กับคนที่ไม่มีก็ไม่ทุกข์ มันเหนื่อย อย่าเยอะ (เสียงย้ำหนักแน่นมาก) น้อยๆ ไว้ดีที่สุดครับ

ก้องนูโว

ขอย้อนกลับไปถามเรื่องงานต่อ เคยมีข่าวว่าถ้าอายุ 50 พี่จะเบาเรื่องงานละครแล้ว

ก้อง – สหรัถ : ก็อย่างที่บอกไปแต่แรกว่าเรากลัวไม่สนุก และกลัวว่าสังขารเราจะทำในสิ่งที่รักไม่ไหว ก็อาจจะเบาลงนะ แต่ถ้าอายุขึ้นไปถึง 60 ปีคงจะพักผ่อนแล้วมั้งครับ (หัวเราะ) จริงๆ ที่ตั้งใจไว้คือก็ยังคงเล่นดนตรี คงไม่ทำอะไรที่เหนื่อยหนักหนาแล้ว อย่างละครเป็นงานที่ค่อนข้างหนักเหมือนกัน และไม่ใช่ตัวตนเราจริงๆ เพราะผมเป็นนักดนตรี ผมคงเล่นไปจนถึงวันที่เล่นไม่ไหว นักดนตรีที่เป็นไอดอลผมอย่างอีริค แคลปตัน ยังออกอัลบั้ม เดอะโรลลิงสโตนส์ ทุกคนก็ 60 – 70 ปี หรือเอลตัน จอห์น ก็อายุ 60 กว่าแล้ว คือทุกคนก็ยังเล่นดนตรี ยังเวิลด์ทัวร์อยู่ ผมรู้สึกว่าดนตรีไม่มีข้อจำกัด แต่ถ้าวันนึงกำกีตาร์ไม่ไหว มือสั่นแล้ว ก็คงต้องหยุด (ทำท่ามือสั่นกำกีตาร์ให้ดู)

ตั้งใจว่าจะเบาเรื่องงานละครให้น้อยลง แบบนี้ยังมีบทบาทไหนหรือเรื่องอะไรที่อยากท้าทายตัวเองอีกบ้างไหม

ก้อง – สหรัถ : ผมก็เฉยๆนะ จริงๆ ละครนี่เล่นมาเยอะแล้ว ก็ใกล้เลขห้าแล้ว ตั้งใจไว้แล้วด้วยว่าเลขห้าก็คงเบางานที่ไม่ใช่ตัวตนของเราจริงๆ ไป มีเวลาให้ตัวเองบ้าง ก่อนที่มันจะแก่ไปกว่านี้แล้วสังขารไม่ไหว ผมอยากจะใช้ชีวิตให้มีความสุขสนุกสนาน เพราะเลขหกกว่าๆ มันก็คงจะต้องพัก

ก้องนูโว

ฟังคำตอบเรื่องการทำงาน แฟนๆ ที่ติดตามอาจจะมีหวิวกันบ้าง ถ้าวันนึงพระเอกขวัญใจมหาชนคนนี้จะขอปลีกตัวไปเล่นดนตรีที่เขารักมากกว่างานแสดงละคร แต่กว่าจะถึงวันนั้น ตอนนี้เขาก็มีผลงานให้ติดตามอีกเพียบ ทั้งรายการเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 5 ภาพยนตร์ที่เล่นกับสาวใหม่ – ดาวิกา ซึ่งกำลังฉายในโรงอยู่ตอนนี้ รวมไปถึงซีรี่ส์เรื่องเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลย โปรเจ็กต์ที่นำชื่อเพลงมาขยายเป็นซีรี่ส์ทางช่อง GMM 25 ยังไงเราก็คงได้เห็นหน้าพี่ก้องอีกนาน แต่ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ ก็เชื่อว่าแฟนๆ คงตามไปดูพี่ก้องดีดกีตาร์ร้องเพลงเหมือนเดิมแน่นอน

 

เรื่อง : SRIPLOI

ภาพ : กฤตธี ผ่องเสรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up