หม่อมเจ้าองค์สุดท้ายแห่งราชสกุล จิตรพงศ์ หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์

หม่อมเจ้าองค์สุดท้ายแห่งราชสกุล จิตรพงศ์  หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์
หม่อมเจ้าองค์สุดท้ายแห่งราชสกุล จิตรพงศ์  หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์

 

เมื่อวันเสาร์ที่5 มีนาคม2559 ที่ผ่านมาเป็นวันพระราชทานเพลิงพระศพหม่อมเจ้ากรณิกาจิตรพงศ์ณเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส

เจ้านายพระองค์นี้ทรงเป็นพระธิดาองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  ประสูติแต่หม่อมราชวงศ์โต  จิตรพงศ์  ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และเป็นพระอนุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ทรงนับถือ

พระองค์ประสูติเมื่อวันที่11 ธันวาคมพ.ศ.2459 และสิ้นชีพิตักษัยด้วยอาการพระหทัยล้มเหลวเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมพ.ศ. 2558สิริชันษา98 ปีและทรงเป็นหม่อมเจ้าองค์สุดท้ายของราชสกุลจิตรพงศ์

แพรวดอทคอมได้รับเกียรติจากคุณติ๋ว (หม่อมหลวงจุลลา  งอนรถ) ญาติผู้น้องของท่านหญิงและคุณโอ๊ค (โลจน์  นันทิวัชรินทร์)กรรมการผู้จัดการบริษัทSWAT จำกัดซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของท่านมาบอกเล่าถึงเกร็ดพระประวัติอันทรงคุณค่าของท่านเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระเกียรติคุณโดยคุณติ๋วเป็นผู้เริ่มเล่าก่อนว่า

0002

“หม่อมเจ้ากรณิกาหรือที่พวกเราขานพระนามลำลองว่า “ท่านหญิงไอ” มีความสัมพันธ์กับพวกเราคือมารดาของท่าน-หม่อมราชวงศ์โต  นั้นเกิดในราชสกุลงอนรถ  และมีน้องชายหนึ่งคนคือพันเอก(พิเศษ)หม่อมราชวงศ์เล็กงอนรถซึ่งเป็นคุณพ่อของดิฉันมีศักดิ์เป็น “น้าเล็ก” ของท่านหญิง  และด้วยคุณพ่อรับราชการทหารจำต้องไปปฏิบัติราชในพื้นที่เสี่ยงเสมอ พวกเราที่เป็นลูกๆยังเล็กท่านหญิงไอจึงทรงเกรงว่าอาจจะไม่ปลอดภัยจึงทรงขอพวกเราให้มาอยู่ที่วังปลายเนิน  เพื่อทรงช่วยอุปการะ  พวกเราพี่น้อง3คนคือหม่อมหลวงจ้อย  หม่อมหลวงกิ่งก้อยและดิฉันจึงเข้ามาอยู่ที่ตำหนักท่าน  ภายใต้พระบารมีของ สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

“ท่านหญิงทรงเข้าเรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอี  รับสั่งเสมอว่า ท่านเรียนได้ดีเพราะน้าเล็กสอนภาษาอังกฤษถวาย  พอทรงศึกษาจบแล้ว ท่านก็ทรงเป็นครูสอนภาษาไทยต่อที่โรงเรียนมาแตร์ฯ ท่านเป็นคนเก่ง มีฝีพระหัตถ์มากในด้านการฝีมือ และการตัดเย็บเสื้อผ้า โดยที่ท่านไม่ได้ทรงเรียนจากที่ไหน  ทรงฝึกหัดเอง จนทรงเคยเปิดห้องเสื้อชื่อว่า “กรณิก” ท่านบอกว่า สมัยก่อนคนดัง ๆ หลายคน ต่างก็เป็นลูกค้าของท่าน

“ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการได้เชิญเสด็จ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน ทุกคนก็ตามเสด็จไปหมด เหลือท่านหญิงไอเฝ้าวังเพียงองค์เดียว ในตอนนั้นท่านก็ทรงไปเป็นอาสากาชาด ทรงทำโน่นทำนี่เพื่อช่วยรักษาทหารที่บาดเจ็บ นี่เป็นเกร็ดที่ท่านทรงเล่าให้ฟัง”

0001

คุณโอ๊คซึ่งเป็นบุตรชายคนเล็กของหม่อมหลวงจ้อยงอนรถนันทิวัชรินทร์ได้เล่าเสริมว่า ” แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อแม่เข้ามาอาศัยอยู่ที่วังปลายเนิน  อยู่ที่ตำหนักที่ประทับของท่านหญิงอามและท่านหญิงไอ (หม่อมเจ้าดวงจิตรและหม่อมเจ้ากรณิกาจิตรพงศ์) ทั้งสองพระองค์ทรงเคี่ยวเข็ญแม่ให้หัดเรียนรู้ในวิชาการเรือนอย่างกุลสตรีชาววังทั้งร้อยมาลัยเป็นกระแตเวียนหัดปอกมะปรางริ้วรีดกลีบบัวเพื่อทำพระโอสถมวนถวาย สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ตลอดจนทำพานพุ่มจากเทียนหยดเป็นต้นแต่แม่ก็ทำไม่ได้ดีมีที่พอจะรอดตัวได้คือการรีดกลีบบัวเพื่อทำพระโอสถมวนถวาย สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของแม่…

“ตอนที่ท่านหญิงทรงเปิดห้องเสื้อก็ทรงพยายามสอนแม่ในเรื่องการฝีมือเย็บปักถักร้อยตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นอย่างการสนเข็มการเนาการด้นถอยหลังการเย็บฝีเข็มและฝีจักรในรูปแบบต่างๆจนกระทั่งการหัดร้อยลูกไม้เย็บจับจีบหลากหลายรูปแบบ  แม่ไม่ได้บอกว่าผลงานที่แม่ทำออกมานั้นเป็นที่พอพระทัยหรือเปล่าแต่ท่านก็ประทานเงินค่าแรงให้เพิ่มเติมจากค่าขนม เมื่อแม่สามารถช่วยท่านเย็บลูกไม้ขอบเสื้อชั้นในหรือกระโปรงซับในถวายท่านได้สำเร็จ ถือเป็นการถวายงานช่วยเพียงเล็กๆน้อยๆเพื่อผ่อนพระภาระเรื่องนี้เป็นกุศโลบายที่ท่านทรงสอนให้รู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อย่าอยู่เฉยๆทำอะไรได้ก็ทำ  เพื่อช่วยผู้ใหญ่  ได้ฝึกหัดฝีมือและถ้าทำได้ดีก็จะได้รับค่าแรงพิเศษด้วย”

0003

คุณโอ๊คเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กในยามที่ต้องเฝ้าท่านหญิงว่า  “ตอนที่ยังเด็กมากๆการไปเฝ้าท่านถือเป็นเรื่องใหญ่และเกร็งมาก  ทั้งที่ท่านพระทัยดีมากแต่ผมคิดว่าเป็นเพราะผมเกรงพระบารมีอีกอย่างคือการใช้ราชาศัพท์อันกระท่อนกระแท่นทำให้ผมประหม่า  ซึ่งแม่สอนไว้ว่า“ขึ้นก็กระหม่อม ลงก็กระหม่อมจำไว้ ง่ายๆ” และผมก็ยึดหลักนี้เสมอเวลากราบทูลท่าน แต่ท่านไม่ทรงถือสาอะไรเลย เมื่อผมทูลอะไรผิดๆ ถูกๆ เวลาผมคลานเข้าไปกราบที่พระบาทหรือที่พระหัตถ์จะทรงพระสรวลทักทายเสมอ

“จนช่วงที่ผมโตขึ้นและอาการเกร็งราชาศัพท์ลดลงไปมากจนกล้าพอที่จะกราบทูลถามเรื่องราวเก่าๆที่อยากรู้ก็ทรงพระเมตตามาก  เวลาไปกราบทูลถามก็ทรงพระกรุณาเล่าเรื่องที่ผมสอบถามได้อย่างสนุกสนานท่านทรงมีความจำแม่นยำมาก ทรงเป็นเหมือนสารานุกรมเคลื่อนที่ทีเดียว”

0006

ในพระฐานะพระอนุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ท่านหญิงเคยเสด็จแทนพระองค์ในงานพระราชพิธีบ่อยครั้งทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธินริศรานุวัติวงศ์ซึ่งทุกๆปีจะมีพิธีมอบรางวัลนริศให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาที่มีผลงานดีเยี่ยมด้านศิลปไทยในช่วงงานวันนริศเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ผู้ทรงเป็นนายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกนอกจากนี้ยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการมูลนิธิสิรินธรโดยทรงออกแบบห้องพยาบาลของมูลนิธิดังกล่าวพร้อมกับส่งบุรุษพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลทำการรักษาภิกษุและสามเณรที่วัดไผ่ดำจังหวัดสิงห์บุรีและยังทรงดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ

0004

หากผู้ที่เคยชมการถ่ายทอดการทรงดนตรีไทยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีย่อมจะเคยเห็นท่านหญิงประทับทรงเล่นดนตรีอยู่ข้างๆ ซึ่งคุณติ๋วเล่าถึงพระปรีชาทางด้านนี้ว่า

“ท่านหญิงไอทรงมีพระปรีชาทางด้านการดนตรีมาก  เครื่องดนตรีที่ทรงคือ ระนาดทุ้ม และทรงเป็นผู้เล่นหลักพระองค์หนึ่งของวงดนตรีบ้านปลายเนิน….

“ท่านทรงทุ้มอย่างต่อเนื่องจนพระชนม์กว่า90 ชันษาอย่างคล่องแคล่วไม่เคยทรงลืมเลยที่สำคัญคือทรงเพลงที่ยากๆได้ทั้งหมดทรงเชี่ยวชาญจนทรงดนตรีประกอบในการแสดงโขนหลายวาระบางครั้งก็ตามเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนฯเพื่อทรงดนตรีที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  โรงละครแห่งชาติจนกระทั่งต่างประเทศ ประทับทรงทุ้มด้วยทุกปีไม่ได้ขาดมาทรงเลิกเมื่อพระชนม์93 ชันษาเพราะประทับนั่งนานๆไม่ถนัดเหมือนเมื่อก่อน “

นับเป็นความสูญเสียเจ้านายผู้ใหญ่ผู้ทรงมีพระปรีชาและพระจริยวัตรงดงามไปอีกท่านหนึ่ง

ขอบคุณพระรูป : หม่อมราชวงศ์ประวีระ  ประวิตร

เรื่อง : ชวัลณัฏฐ  ชัยนันทพัทธ์

 

keyboard_arrow_up