ธรรมดาที่ไหน! ‘ไอซ์ พาริส’ ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี ฝันอยากเป็นศิลปินเดี่ยว

‘ไอซ์ พาริส’
‘ไอซ์ พาริส’

‘ไอซ์ พาริส’ ฝันอยากเป็นศิลปินเดี่ยว ทำเพลงเอง เพราะชื่นชอบและหลงใหลในเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ เจ้าตัวเผยรู้สึกสนุกทุกครั้งเมื่อได้อยู่กับเสียงดนตรี

 ‘ไอซ์ พาริส’โด่งดังมาจากบท ‘ฉี’ ในละคร ‘เลือดข้นคนจาง’ สำหรับ ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต ที่ถึงแม้ละครจะจบลงไปแล้ว แต่กระแสตอบรับก็ยังแรงไม่ตก แถมไปไหนมาไหนมีแต่คนตะโกนเรียก “ฉี” เต็มไปหมด เพราะบทนี้ส่งให้หนุ่มไอซ์ดังเป็นพลุแตก แถมมีงานอย่างต่อเนื่อง เพราะกำลังซุ่มถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่อีกเรื่องอยู่

นอกจากนี้ ‘ไอซ์ พาริส’ ยังมีงานเพลงให้แฟนๆ ได้ติดตามกับการรวมตัวของ 9 หนุ่มหล่อ ในโปรเจ็กต์ NINE BY NINE ที่ปล่อยเพลง NIGHT LIGHT มาให้สาวๆ ได้กรี๊ดกันแล้ว ซึ่งกระแสตอบรับยังดีสุดๆ สำหรับหนุ่มไอซ์ผู้ที่หลงใหลในเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ เปิดใจกับ แพรวดอทคอม ว่าพอทราบว่าจะได้มาทำเพลงในโปรเจ็กต์นี้ รู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นความฝันตั้งแต่เด็กที่อยากจะเป็นศิลปิน และถ้ามีโอกาสก็อยากจะเป็นศิลปินเดี่ยวอีกด้วย

ละครจบไปแล้ว แต่กระแสของไอซ์ยังไม่ตกเลย

“กระแสตอบรับมันก็ดีมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว พอจบไปก็ยังมีกระแสที่ดีมากด้วย ที่ตอนจบมันเป็นแบบนี้ๆ มันก็มีทั้งคนชอบทั้งคนติ แต่ว่าผมรู้สึกว่ามันก็เป็นอะไรที่ดีนะ ที่มีคนสนใจเยอะมาก แล้วก็รู้สึกดีใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในผลงานดีๆ ที่แบบเกิดขึ้นในเมืองไทย”

เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนเลยไหม หลังละครเรื่องนี้จบ

“เปลี่ยนครับ เพราะมันก็เหนื่อยขึ้นเยอะเลย ช่วงนี้ก็เหมือนมีงานเข้ามามากขึ้น รู้สึกว่าเราแบบโชคดีที่ได้โอกาสนี้มา ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามด้วย”

บท “ฉี” เป็นบทที่ค่อนข้างซีเรียสนะ

“ผมว่าซีเรียสทุกคนเลย ทั้งเรื่องด้วย”

‘ไอซ์ พาริส’พอรู้ว่าจะได้เล่นกับ พี่แหม่ม, พี่แท่ง, พี่เจี๊ยบ,พี่อุ๋ม  แต่ละคนเก่งๆ และคร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน รู้สึกตื่นเต้นไหม

“คือตอนแรก เรากลัวครับ ด้วยความที่มันเป็นพี่ย้ง กำกับ แค่นั้นเราก็กลัวแล้ว แล้วพี่ย้งก็จะมาบอกว่าเนี่ยมีนักแสดงผู้ใหญ่เขาเล่นกันดีๆ นะ พวกแกเล่นกันดีๆ นะ แล้วที่หนักสุดคือพี่ๆ ใน NINE BY NINE เนี่ยแหละครับ ทั้งพี่ต่อ พี่เจ พี่เจมส์ ก็จะชอบมาขู่ ว่าเนี่ยนักแสดงผู้ใหญ่เขาทำการบ้านกันมาดีนะ ถ้าเล่นไม่ได้นี่ แย่นะ ก็จะมาพูดกรอกหูเราอยู่แบบนี้ทุกวันเลย เราก็กลัวนะ กลัวมาก แต่พอเราได้ออกกองไปเจอนักแสดงผู้ใหญ่จริงๆ เจอพี่ย้งปรากฏว่ามันไม่ใช่อะไรอย่างนั้นเลย ทุกคนน่ารักมาก ทุกคนพยายามช่วยเรา แนะนำเรา ทุกคนดูอยากให้งานออกมาดี ตั้งใจ มันกลายเป็นการทำงานที่สนุก เพราะเราก็ตั้งใจมาก เพราะกลัวจะไปเป็นตัวถ่วงเขา เหมือนต้องตั้งใจมาก เราก็อยากให้มันออกมาดี ปรากฏว่าพอเราไปถึงจริงๆ ทุกคนน่ารัก น่ารักมาก เราก็เลยรักพี่ๆ ทุกคนไปเลย ทำงานด้วยกันมันก็สนุกไปเลย”

ก่อนหน้านี้เคยมีผลงานมาก่อนแล้วด้วย 1 เรื่อง

“เรียกว่าเป็นนักแสดงสมทบใน ซีรีส์ SOS คือรับเชิญแค่นิดเดียว ยังไม่ได้มีบทจริงจัง”

เลือดข้นฯ จบไปแล้ว มีละครเรื่องใหม่หรือยัง

“ตอนนี้ก็กำลังถ่ายเรื่องต่อไปอยู่ครับ ก็ต้องบินไปถ่ายที่เชียงใหม่ทุกวีค เป็นซีรีส์แฟนตาซีหน่อยๆ เป็นแนวจิกหมอน เขินๆ หน่อย”

‘ไอซ์ พาริส’ในส่วนของงานเพลงล่ะ

“ตอนนี้เราออกเพลงแรกมาแล้ว คือเพลง NIGHT LIGHT ส่วนเพลงที่ 2 เราก็อัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมที่จะปล่อย เดี๋ยวใกล้ๆ จะไปถ่ายเอ็มวีภายในเดือนนี้แหละครับ ก็จะเตรียมปล่อยเดือนหน้า”

เพลงแรกกระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง

“กระแสตอบรับค่อนข้างดี ใน Line TV วิวก็พุ่งเยอะมาก เป็นกระแสตอบรับที่ดี วันเปิดตัวที่พาร์ค พารากอน ก็มีคนมาเต็มลานเลย ก็รู้สึกดีใจ อยากจะขอบคุณที่ค่อยซัพพอร์ตเรา เราทำเพลงออกมาเป็นแนวเพลงที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมี หรือมีน้อย ก็มีความกลัวอยู่นิดนึงว่าคนจะชอบไหม แต่พอกระแสออกมาดีรู้สึกดีใจ ภูมิใจ”

ชอบไหมกับการเป็นนักร้อง

“ชอบครับ ผมเป็นคนที่ชอบเสียงดนตรีมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมเริ่มจากการทำวง ผมมีวงกับน้องแจ๊คกี้มาก่อน เป็นคนที่หลงใหลในเสียงดนตรีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอได้มาทำตรงนี้รู้สึกสนุกและเอ็นจอยมาก”

ระหว่างการแสดงกับนักร้อง ชอบงานไหนมากกว่ากัน

“มันตอบยากว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน ผมว่าถ้าเกิดต้องให้เลือกจริงๆ ผมเลือกดนตรีเพราะว่ามันไม่ใช่ว่าเราชอบมากกว่านะ แต่เราอยู่กับมันมานานกว่า เราเลยรู้สึกว่าเราถนัด เรามีความผูกพันกับมันมากกว่า แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ มันก็เลือกไม่ได้ เพราะเราชอบทั้งคู่ อยากจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป”

‘ไอซ์ พาริส’มีแพลนในอนาคตหรือยัง ว่าอยากจะทำอะไรในวงการบันเทิงอีก

“ที่อยากทำเลยคืออยากมีเพลงเป็นของตัวเอง ทำเพลงเอง เราไม่รู้เราทำได้ดีแค่ไหน เรามีการวางแพลนไว้เหมือนกันว่าจะทำเพลงเดี่ยวเป็นของตัวเอง แต่ด้วยความที่ช่วงตรงนี้มันยังยุ่งมาก ก็เลยยังไม่ได้ทำอะไรลงลึกมาก”

แสดงว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นไอซ์เป็นศิลปินเดี่ยว

“มันเป็นความฝันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คือผมเริ่มเล่นดนตรี เริ่มเล่นกีต้าร์ตอน ม. 2 เพราะว่าช่วงนั้น เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไป Big Mountain แล้วได้ไปเห็น บอดี้สแลม เห็นพี่ยอดมือกีต้าร์ บอดี้สแลม ผมยาวๆ สะบัดผม ผมเขาปลิว แล้วมีแสงอยู่ข้างหลัง แล้วมีคนเป็นแสน เราเห็นในจอตอนที่เขาฉายพี่ยอดฉายพี่ยอดจากข้างหลัง ผ่านคนดู ผมรู้สึกผมเห็นแล้ว ผมต้องอยู่จุดนั้นให้ได้อ่ะ มันเป็นอะไรที่ตรึงตรา ตรึงใจเรามาก มันเกินคำบรรยาย ณ โมเม้นต์นั้น คือผมตายไปเลยขอนอนอยู่ตรงนั้นไปเลย มันเหมือนเป็นพลังที่เราต้องการในชีวิต เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อน แล้วก็เลยกลายเป็นความฝันตั้งแต่ตอนนั้นมา และความฝันนั้นก็ยังอยู่ เราก็เลยอยากทำให้มันสำเร็จ ถามว่าเราอยากเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างเดียวเลยใช่ไหม มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้น เพราะพอเราได้มาทำงานแสดง เราก็ตกหลุมรักงานแสดงมากๆ เหมือนกัน ตอนนี้ก็ทำให้มันแคบลงมาแล้ว รู้ว่าเราชอบอะไร แต่มันอาจจะยังไม่เป๊ะ เพราะเหมือนตอนนี้เราสามารถตัดออกไปได้แล้วว่าสิ่งที่เราไม่ชอบคืออะไร แต่ว่าเรายังหาไม่ได้เป๊ะๆ ว่าเราชอบอะไร อยากจะลองทำไปก่อน แต่ความฝันที่จะเป็นศิลปินเราก็ยังไม่ทิ้งนะ เพราะเราตั้งเป้ามานานแล้ว ความฝันจริงๆ คืออยากจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ แบบบอดี้สแลมอะไรอย่างนี้ คือเห็นพี่ตูนบนคอนเสิร์ตแล้วเขาบอกให้ทุกคนกระโดด แล้วทุกคนก็สนุกไปกับพี่เขา เห็นแล้วเราจะร้องไห้เลย มันตื้นตันมาก เป็นความฝันของเราเลยครับ”

keyboard_arrow_up