หล่อ เก่ง ถ่อมตน “ต่อ-ธนภพ” ผมไม่ใช่คนเก่งที่สุด ไม่มีวันหยุดพัฒนาตัวเอง

ต่อ-ธนภพ
ต่อ-ธนภพ

ชั่วโมงนี้ถ้าจะบอกว่า “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” คือพระเอกดาวรุ่งพุ่งเบอร์แรงที่ฮ็อตสุดๆ เชื่อว่าก็คงจะไม่มีใครเถียง เพราะที่ผ่านมาเขาได้พิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็นกันแล้วผ่านหลากหลายผลงาน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมาการันตี ส่วนตอนนี้ก็กำลังเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆ และแม่ยกทั่วบ้านทั่วเมือง ในบทบาทของ “เฮียอี้” ที่เท่ละลายใจซะเหลือเกิน วันนี้ แพรวดอทคอม  จึงจะพาไปพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ถึงความสำเร็จและอัพเดทผลงาน บอกเลยว่าคนอะไรก็ไม่รู้ทั้งหล่อ เก่ง แนวคิดดี ควรค่ากับความสำเร็จที่ได้รับจริงๆ

ต่อ-ธนภพ

เรียกว่าประสบความสำเร็จสุดๆ กับบทบาทของ “พี่ยิม” จากซีรีส์ Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ จนสามารถคว้ารางวัลนาฏราช สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาครอง ถือเป็นหนึ่งเรื่องพีคที่สุดในปีนี้

“ใช่เลยครับ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้รางวัล วันงานผมติดถ่ายละครเรื่อง เลือดข้นคนจาง ยังบอกพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับ) ว่าผมอาจจะไม่ไปงาน เพราะกังวลกับละครที่ถ่ายติดพันอยู่ ทั้งๆ ที่เตรียมชุดไว้แล้วนะ แต่พี่ย้งบอกว่า ‘ไปเถอะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยากให้ไป ถ้าไม่ได้รางวัลก็กลับมาถ่ายละครต่อ’ ผมเชื่อพี่ย้งก็เลยไป

ต่อ-ธนภพ

“วินาทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง บอกเลยว่าเหวอมากครับ เพราะเคยเข้าชิงหลายรอบแต่ไม่เคยได้ ปีนี้ผมคงดวงดีด้วยมั้ง (ยิ้ม) ผมรู้สึกภูมิใจนะ ที่จริงแค่ได้เข้ารอบก็รู้สึกฟินแล้วนะ เพราะทุกคนที่ได้เข้าชิงคือคนที่ถูกเลือกมาแล้ว ผมดีใจแทนผู้กำกับ (นฤเบศ กูโน) สมกับที่เขาทุ่มเททำงานหนัก สำหรับตัวเอง แม้จะดีใจที่ได้รางวัล แต่ก็รู้สึกว่ารางวัลไม่ใช่ทุกอย่าง มันไม่ได้บอกว่าวันนี้ผมเก่งที่สุด เพราะหลังจากได้รับรางวัล วันถัดๆ ไปที่ผมกลับมาถ่ายละครต่อ ได้เจอนักแสดงที่เก่งกว่าผมเพียบ นั่นคือยังมีคนที่เก่งกว่าผมอีกมากมายที่เขาไม่เคยได้รางวัล เพราะฉะนั้นคำว่ารางวัลไม่ได้เท่ากับเก่งเสมอไป และไม่ได้การันตีว่าคุณได้รางวัลปีนี้แล้วปีหน้าจะต้องได้อีก สุดท้ายรางวัลก็คือรางวัล มันก็ดีที่เรามีติดบ้าน แต่ต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะผมที่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องพัฒนา

ต่อ-ธนภพ

“ความท้าทายเรื่องหนึ่งของการเป็นนักแสดงคือ การเปลี่ยนคาแร็คเตอร์ให้ไกลจากตัวเอง ซึ่งต้องทำงานด้วยความยากลำบากและเหนื่อยมาก พอทำได้ก็จะรู้สึกว่าเข้าถึงคาแร็คเตอร์ที่ต้องแสดงได้แล้ว แต่สุดท้ายทุกคนจะติดหลุมเหมือนกันหมด คือติดคาแร็คเตอร์การเป็นตัวละครตัวนั้น ตอนแสดงเป็นพี่ยิม ผมตั้งใจว่าถ้าจะติดคาแร็คเตอร์นี้ก็ติดให้พอเลยนะ ซึ่งพอถึงจุดที่ต้องวกกลับมาเป็นตัวเอง มันยากกว่าตอนเริ่มมากครับ คนรอบตัวยังทักผมว่าพี่ยิมตลอด การล้างพี่ยิมออกจึงยากและท้าทายมาก”

อีกกระแสความฮ็อตของต่อคือการรับบทเป็น “อี้” ในละคร เลือดข้นคนจาง ทางช่อง one ด้วยเนื้อหาเข้มข้นและทิ้งปมปริศนาไว้มากมายทำให้ผู้ชมเกิดกระแสตั้งคำถามในโซเชียลว่า ใครคือคนฆ่าเฮียประเสริฐ

“อย่าว่าแต่ผู้ชมเลย ตอนอ่านบทเรื่องนี้ไปได้ 2 ตอน ผมและน้องๆ ที่เล่นด้วยกันก็เดากันใหญ่ว่าใครฆ่าเฮียประเสริฐ แล้วผมก็เดา
พลาดไปหลายรอบมาก เพราะนึกไม่ถึงเลยว่าเขาขมวดบทสรุปไว้แบบนี้ (ยิ้ม) การที่เราเล่นอะไรแล้วแฟนๆ ชอบ มันทำให้หายเหนื่อยเลยนะ เรื่องนี้สะท้อนครอบครัวในหลายๆ แง่ ผมเล่นเองก็อินเอง เพราะผมก็มาจากครอบครัวไทยเชื้อสายจีนเหมือนกัน ได้เรียนรู้ความรู้สึกใหม่ๆ อย่างเรื่องหลานนอกกับหลานใน ผมชินกับการเป็นหลานใน เพราะชีวิตจริงใช้นามสกุลของตระกูล แต่ในบทอี้ ผมเป็นหลานนอกตระกูล เนื่องจากต้องใช้นามสกุลของพ่อ เวลาเรียงแถวลำดับเครือญาติก็จะไม่ชินกับความรู้สึกที่เราถูกสั่งให้ไปอยู่ท้ายแถวเรื่อยๆ”

ต่อ-ธนภพ

นอกจากการเป็นนักแสดงแล้ว ต่อยังเริ่มบทบาทใหม่ของตัวเองด้วยการจับไมค์ร้องเพลงครั้งแรกด้วย  

“สำหรับ Into the Light ออนแอร์ทางช่อง LINE TV ทุกวันพฤหัสบดี (เพิ่งจบไปสดๆ ร้อนๆ) เป็นโปรเจ็กต์เกี่ยวกับการร้องเพลงครับ คล้ายๆ รายการเพลงของต่างประเทศ สมมติว่าวันนี้เป็นธีมอากาศหนาว เราก็เลือกเพลงที่มีความสอดคล้องมาร้อง บางวันก็เปลี่ยนไปเล่นเกมหรือคุยขำๆ บ้าง ผมว่าการร้องเพลงยากนะ แต่พอมาเรียนแล้วรู้สึกอินมาก จนอยากจะเอาดีทางนี้เลย ไม่ได้ถึงขั้นอยากเป็นนักร้อง แค่ผมชอบคนเสียงเพราะ มันเท่อะ (หัวเราะ) แล้วผมค่อนข้างโชคดีที่หูดี ไม่มีปัญหาเรื่องร้องเพี้ยน มีแค่ร้องเสียงสูงเกินโน้ต แล้วพบว่าตัวเองชอบร้องสไตล์ดรามาติกแบบ Sam Smith ผมชอบพลัง ความเสียงสูงโหยหวนของเขา แค่ยืนนิ่งๆ ก็ส่งพลังไปได้ทั้งฮอลล์ ยากมาก สิ่งที่ท้าทายในการร้องเพลงคือการสะบัดลูกคอ เช่น เวลาจะร้องคำว่า ‘ลา’ ก็จะต้องสะบัดลูกคอให้ต่อเนื่องเป็น ‘ลา…ลา…ลา…ลา’ กว่าจะทำได้ต้องฝึกสะบัดนานมาก”

ต่อ-ธนภพ

สำหรับในปีหน้า หนุ่มคนนี้ก็ยังฮ็อต คิวงานแน่นต่อเนื่อง

“ปีหน้ามีละครและซีรี่ส์ให้ได้ชมกันแน่ๆ ครับ พร้อมกับคอนเสิร์ต 9 × 9 (ไนน์ บาย นาย) ช่วงมีนาคม และที่เป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่สุดสำหรับผมคงเป็นการได้อ่านเรื่องราวของพระมหาชาดกในโครงการ ‘บารมีดีที่ต้น’ ที่จะบันทึกเสียงเล่านิทานของศิลปินหลายๆ ท่าน ซึ่งผมได้อ่านตอน อุเบกขาบารมี เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นพญากระบือ สอนเกี่ยวกับความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ผมภูมิใจมากนะ เพราะเด็กรุ่นใหม่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าศาสนาเป็นเรื่องเชย แต่ผมว่าศาสนาช่วยขัดเกลาจิตใจ ซึ่งผมได้รับเรื่องนี้เต็มๆ ช่วงที่บวชเณร จึงอยากบอกหลายคนว่า ถ้าคุณเปลี่ยนความคิดสักหน่อย จะรู้ว่ายังมีคนไม่เชยอีกหลายคนที่เข้าวัดครับ”

ต่อ-ธนภพ


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 939

ภาพ : @thanapob_lee

keyboard_arrow_up