วิธีการเลี้ยงลูกสามัคคีสไตล์ แหม่ม-คัทลียา ยอดคุณแม่ทั้งในจอและนอกจอ

แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช
แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช

ล้วงชีวิตสไตล์การเลี้ยงลูกของนักแสดงสาวมากฝีมือ แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ยอดคุณแม่ที่เลี้ยงลูกได้ดีทั้งในจอและนอกจอ

 แหม่ม-คัทลียา

นอกจากละครเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” จะมีเนื้อหาชวนติดตามแล้ว เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่ได้ชมก็อยากต่อคิวกรอกใบสมัครเป็นลูกสะใภ้ของ “ภัสสร” รับบทโดย แหม่ม-คัทลียา แต่ไม่ใช่เพราะมรดก 200 ล้านบาทนะคะ แต่ลูกๆ 4 ยอดกุมารนั้น ขอบอกเลยว่างานดีทุกคนไม่ว่าจะเป็น “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” รับบท “อี๋”, “กัปตัน- ชลธร คงยิ่งยง” รับบท “เอิร์น”, “เติร์ด-ลภัส งามเชวง” รับบทโดย “เต๋า”และ “แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย ” รับบท “เต้ย” ทั้ง 4 รักใคร่และสามัคคีกัน น่ารักซะขนาดนี้ไม่แปลกใจที่สาวๆ จะเทใจให้หนุ่มๆ บ้านนี้กัน

 แหม่ม-คัทลียา แหม่ม-คัทลียา

ไม่ใช่แค่ในละครเท่านั้น เพราะหากมองไปในชีวิตจริง คุณแม่คนสวยสามารถเลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี เพราะจากที่ติดตามผ่านอินสตาแกรม ก็เห็นว่าเธอได้ปลูกฝังความรักและสามัคคีให้กับลูกๆ ตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนหลายคนประทับใจ ทว่ากว่าที่เหล่าจอมซนจะเติบโตและมีนิสัยน่ารักได้นั้นคุณแม่ก็ต้องอบรมสั่งสอนพอสมควร ซึ่งครั้งหนึ่งเธอได้เปิดเผยวิธีการเลี้ยงลูกสไตล์เธอ ให้ได้ทราบกันด้วย

 แหม่ม-คัทลียา

เธอเผยว่าสิ่งสำคัญในการเลี้ยงลูกมากที่สุดก็คือการได้ใกล้ชิดกับลูก เรื่องไหนที่เธอสามารถทำเองได้ก็อยากจะทำ เช่นการพาลูกๆไปส่งโรงเรียน จริงๆ ใครทำแทนก็ได้แต่ทว่าเธอไม่อยากสูญเสียเวลาที่มีค่า การเล่านิทานให้ลูกๆ ฟังก่อนนอน บางครั้งก็เป็นนิทานที่แต่งขึ้นเองเพื่อสอน อย่างวันไหนที่ลูกๆทะเลาะกัน เธอก็จะแต่งเรื่องประมาณว่า “แม่ก็เล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกชายสองคน มีอยู่วันหนึ่งพี่ชายทะเลาะกับน้องแล้วบอกว่าไม่รักน้องแล้ว” ซึ่งบางครั้งลูกๆ ก็จับได้ว่าเรื่องที่เล่าไปมันเป็นเรื่องของพวกเขาเองไม่ใช่นิทานแต่อย่างใด

 แหม่ม-คัทลียา

หากพูดถึงในละคร “เลือดข้นคนจาง” ต้นเหตุของเรื่องเกิดจากการแสดงความรักของพ่อแม่ต่อเด็กๆ ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่แค่ในละครเท่านั้น ในชีวิตจริงหลายครอบครัวก็พบเจอกับปัญหานี้ เมื่อย้อนกลับไปอ่านใน นิตยสารแพรว ฉบับ 831 ก็พบว่าเธอให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดเลยทีเดียว

 แหม่ม-คัทลียา

เด็กๆ มีรุมแย่งคุณแม่กันบ้างไหมครับ?

“มี…(แหม่มตอบพร้อมร้องโอ้โฮแบบยาวเหยียด) อย่างล่าสุด เริ่มจากคินเดินจูงมือแม่ไปเล่นเครื่องบินในห้องรับแขก โดยให้แม่เป็น ผู้โดยสารจากนั้นแมคปรี่เข้ามาบอกให้ดูท่าเทควันโดของเขาหน่อย ตามด้วยเนซซี่ที่เข้ามาจูงมือแหม่มให้เดินไปไหนสักแห่ง ตอนนั้นงงเลย ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ใครก่อน สักพักแมคเริ่มน้อยใจ คินก็ท้วงว่าไหนแม่ บอกว่าจะเล่นด้วย ทั้งที่พ่อกับพี่เลี้ยงอยู่กันครบถ้วนไม่ใช่ว่าเด็กๆ ไม่เอาคนอื่นนะคะ แต่บังเอิญนาทีนั้นต้องการแม่ขึ้นมาพร้อมกัน แต่ครั้งนั้นแหม่มตัดสินใจหันไปหาแมคก่อน เพราะพี่บีบี๋บอกให้สังเกตว่าแมคเสียใจมากกว่าใคร น้ำตาซึมเลย อาจเพราะเขาโตแล้ว ไม่ค่อยเรียกร้องความสนใจจากแม่ สามารถอาบน้ำและกินข้าวเองได้ ฉะนั้นการที่แมคขออะไรสักอย่างแสดงว่าเขาต้องการความสนใจจริงๆ เพราะในรายของคินกับเนซซี่ สักพักก็เริ่มไม่สนใจแม่แล้ว ทั้งหมดนี้เหมือนพ่อแม่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก หลายครั้งเราไม่รู้หรอกค่ะว่าตัดสินใจถูกหรือผิด แต่ก็พยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด”

 แหม่ม-คัทลียา

อย่างไรก็ตาม “พี่แหม่ม” ได้ปิดท้ายไว้อย่างน่าประทับใจเกี่ยวกับเรื่องลูกว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่แหม่มต้องช่วยแมค, คิน และเนซซี่ ให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพไม่เบียดเบียนคนอื่นและไม่ให้ถูกใครเอาเปรียบ เพื่อให้เขาสามารถยืนอยู่ได้ในวันที่ไม่มีเรา ซึ่งคงเป็นความรู้สึกเดียวกับคุณแม่หลายล้านคนในโลกนี้ บอกไม่ได้ว่าตัวเองเป็นแม่ที่ดีแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่กล้าพูดคือแหม่มตั้งใจสุดชีวิตที่จะเป็นแม่ที่ดีให้ได้”

 แหม่ม-คัทลียา


ภาพจาก : ช่องวัย 31 และ IG @mcintosh

keyboard_arrow_up