เปิดบ้าน ชีวิต ธรรมะ และศิลปะ ของ ดุ๊ก ภาณุเดช

“อย่าอยู่ห่างจากวัดมากเกินไป เพราะอย่างไรพระพุทธศาสนาก็เป็นศาสนาของประเทศเรา อย่าให้เสื่อมสลายไปเพราะตัวเราเอง  ถ้าเราไม่ปฏิบัติหน้าที่ของศาสนิกชน เราทุกคนก็มีส่วนทำให้ศาสนาเสื่อมทั้งนั้น อย่าไปโทษพระสงฆ์อย่างเดียวครับ  เพราะพระสงฆ์ มีทั้งดีและไม่ดี พระดีๆ ก็มีอีกเยอะ เพียงแต่บางทีเราไม่ได้เข้าไปหาท่านเท่านั้นเอง” …หนึ่งในประโยคกระแทกใจจากบทสัมภาษณ์ของดุ๊ก ภาณุเดช ที่ได้ให้แง่มุมน่าสนใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา

 แพรวได้มีโอกาสไปอัพเดทชีวิตของนักแสดงรุ่นเก๋าคนนี้ ในหลากหลายบทบาท ทั้งการทำงานเบื้องหลังเป็นปรึกษาให้กับบริษัท ชลลัมพี ในการผลิตละคร พร้อมกับการเปิดบ้านที่ทำเป็นสตูดิโอแสนสวย ในชื่อ Bangkok house of style

   

Bangkok house of style

“นอกจากการพักอาศัยแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านรับแขกครับ เวลานัดเจอเพื่อนก็มักจะมากันที่นี่ จึงเป็นบ้านที่ทำกิจกรรมตลอด พอเข้ามาอยู่สักระยะหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่า ที่นี่สร้างประโยชน์ได้มากกว่าการพักอาศัย แล้วผมก็ชอบการปรับเปลี่ยนลุคบ้านไปเรื่อยๆ ตามแรงบันดาลใจ เกิดไอเดียว่า อยากสร้างบ้านในฝัน ที่ใช้ประโยชน์ได้ จึงคุยกับหลานชายว่า เราน่าจะทำบ้านหลังนี้เป็นสตูดิโอไว้ถ่ายงานควบคู่กันไปเลย เริ่มจากตัวผมเอง ที่ทำรายการ ‘ครัวแล้วแต่คริต’ ก็อยากได้ห้องครัวที่มีการตกแต่งง่ายๆ เหมือนครัวที่ใช้งานจริง ไม่ต้องเป๊ะเหมือนครัวในร้านเฟอร์นิเจอร์  จึงตัดสินใจทำบ้านเป็นสตูดิโอ ในชื่อ Bangkok house of style มีความหมายตรงตัวว่า บ้านที่มีสไตล์และปรับเปลี่ยนได้ไม่รู้จบ สามารถใช้ห้องนั่งเล่น ห้องครัว สวน ไว้ถ่ายงานได้เต็มที่ ซึ่งผมสะสมพร็อบแต่งบ้านไว้เยอะด้วย บ้านนี้จึงได้เปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ที่ได้ออกแบบบ้านใหม่ตลอด (ยิ้ม)”

ชีวิตเกิดใหม่จากการบวช

“ก่อนหน้านี้ผมไม่คิดว่าจะต้องบวช คิดเองว่าไม่จำเป็นต้องพาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับศาสนาก็ได้ เคยเป็นคนหนึ่งที่หลงตัวเองว่าเราดีอยู่แล้ว ช่วงนั้นชีวิตจึงห่างวัดมาก ทำบุญน้อย เพราะรู้สึกว่ามีพระบางรูปที่ทำให้เราเสียศรัทธาในพระพุทธศาสนา กลายเป็นว่า มีช่วงหนึ่งที่ชีวิตหลงไปทำสิ่งที่ไม่สมควร ที่สุดถูกเตือนโดยคนรอบข้าง เลยตั้งสติใหม่ พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า จริงอย่างที่ทุกคนบอก ทำไมตัวเราถึงเป็นไปได้ขนาดนี้ จึงตัดสินใจบวชเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาพร้อมกับอาร์ต พลังธรรม ซึ่งก่อนหน้านั้นผมเคยคุยกับเขามาสักพักแล้วว่า ถ้าจะบวชเราควรบวชเป็นเพื่อนกัน เพราะผมอายุเยอะแล้ว จะได้มีเพื่อนคอยดูแล

“ผมบวชอยู่หนึ่งเดือน ช่วงแรกอยู่ที่วัดราชบพิตร จากนั้นไปอยู่ที่วัดป่าถ้ำขาม ที่จังหวัดสกลนคร การไปอยู่วัดป่า เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียบเรียงวิธีคิดด้วยธรรมะ และทำให้มีสติมากขึ้น เพราะต้องปลีกวิเวก ไปอยู่กุฏิไม้เก่าๆ คนเดียว กลางคืนมืดมาก บรรยากาศหลายอย่างชวนหลอน ทั้งเสียงใบไม้ร่วงตกหลังคา เสียงลมพัดคล้ายคนเคาะประตู เสียงสัตว์เดิน แต่ครูบาอาจารย์ที่วัดราชบพิตรได้เตรียมผมให้จัดการกับสติและวิธีคิดมาบ้างแล้ว ผมจึงเป็นพระที่สำรวม ซึ่งทำให้มีสติที่จะคิด พูด หรือทำ เกิดเป็นปัญญา ทำให้ความคิดดีๆ ที่เคยคิดได้ก็ผุดกลับคืนมาด้วย

“หลังจากสึก ศิษย์วัดราชบพิตรได้รับการสั่งสอนว่า ไม่ใช่แค่บวชจบแล้วจบ แต่ต้องเป็นทิดที่ดีด้วย ซึ่งหมายถึงผู้จบการศึกษาจากการบวชเรียนต้องทำหน้าที่เผยแพร่พุทธศาสนาในมุมของเรา ผมจึงนำสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้มาถ่ายทอดลงในไอจี duke_bhanudej เป็นการเล่าความคิดในแบบฆราวาสที่เข้าใจง่าย พยายามเชิญชวนให้คนกลับมาเข้าวัดอีกครั้ง อย่าอยู่ห่างจากวัดมากเกินไป เพราะอย่างไรพระพุทธศาสนาก็เป็นศาสนาของประเทศเรา อย่าให้เสื่อมสลายไปเพราะตัวเราเอง  เนื่องจากเราทุกคนมีส่วนทำให้ศาสนาเสื่อม ถ้าเราไม่ปฏิบัติหน้าที่ของศาสนิกชน  ก็อย่าไปโทษพระสงฆ์อย่างเดียวครับ  เพราะพระสงฆ์ มีทั้งดีและไม่ดี ผมได้เรียนรู้เรื่องนี้จากการอยู่ในวัด ว่าจริงๆ ยังมีพระที่ดีอีกเยอะ เพียงแต่เราไม่ได้พาตัวเองเข้าไปหา …การบวชทำให้ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้นว่าเราสามารถกลับมาเป็นคนที่ดีได้ ภูมิใจตัวเอง หลังจากที่เคยทำลายความภาคภูมิใจของตัวเองลงไป ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์แล้วบอกว่า ตัวเองเป็นคนดี แต่จะพูดเสมอว่า ผมเป็นคนสีเทา เพราะรู้ตัวว่ามีทั้งดีและไม่ดี และเชื่อว่าไม่มีใครดีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับว่าอะไรเป็นฝ่ายชนะ”

บุญในศิลป์

“หลังจากสึก ผมมีเป้าหมายว่าจะเป็นศิลปินเต็มตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันเพราะชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ตอนนี้จึงขยันวาดรูปใหญ่เลยครับ ตอนนี้ทยอยวาดสะสมผลงานไปเรื่อยๆ  วาดเกือบทุกวันเพื่อพัฒนาฝีมือ และผมได้ใช้งานศิลปะที่ตัวเองรัก มาช่วยเหลือผู้คนด้วย เคยชวนเพื่อนๆ นักแสดงมาวาดรูปในโครงการ ‘ภาพนี้เพื่อน้อง’ หารายได้ไปช่วยเหลือเด็กๆ เคยจัดงานศิลป์ในสวนเพื่อนำรายได้จากการขายรูปไปช่วยเหลือมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส รวมทั้งมีโอกาสเขียนรูปร่วมกับศิลปินชื่อดังหลายท่าน เพื่อนำรายได้ไปช่วยสร้างตึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่โรงพยาบาลมหาราชที่จังหวัดโคราช ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจังที่ได้ทำงานศิลปะแล้วนำไปช่วยเหลือใครได้ ตอนนี้กำลังวางแผนว่า คัดเลือกผลงานดีๆ ไปจัดแสดงช่วงปลายปี นำรายได้ไปช่วยผู้พิการครับ”

ติดตามกันได้เร็วๆ นี้

เรื่อง : Fai ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี  แต่งหน้า ปราชญา แก้วพรม (บี)

 

 

 

 

keyboard_arrow_up