ดราม่าฮอลลีวู้ด ตอนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จนถึงปมชู้สาว ทำคนดัง 5 คู่ ไม่ลงรอยกัน

ดราม่าฮอลลีวู้ด ตอนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จนถึงปมชู้สาว ทำคนดัง 5 คู่ ไม่ลงรอยกัน
ดราม่าฮอลลีวู้ด ตอนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จนถึงปมชู้สาว ทำคนดัง 5 คู่ ไม่ลงรอยกัน

ดราม่าฮอลลีวู้ด ตอนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จนถึงปมชู้สาว ทำคนดัง 5 คู่ ไม่ลงรอยกัน

มีคนรักก็ย่อมมีคนชัง เป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดา วงการบันเทิงก็เหมือนอาชีพสายหนึ่ง ที่ต้องร่วมงานและพบปะผู้คนในแขนงเดียวกันมากหน้าหลายตา มีถูกใจกันบ้างไม่ถูกใจกันบ้าง บางรายเคยคบหาเป็นเพื่อนรัก แต่ความสัมพันธ์กลับแปรผัน ยิ่งนานวันยิ่งเขม่นกันหนักขึ้น บางรายเคยเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่ถึงจุดหนึ่งอาจมีเรื่องเข้าใจไม่ตรงกัน หรือความคิดที่แตกต่าง จนไม่อาจทำงานเข้าขากันได้ ยกตัวอย่างจากคนดัง 5 คู่ ที่ดราม่าเข้มข้นแบบไม่ต้องปิดบังสาธารณชน ประกาศศึกชัดๆ ไปเลยว่า “เราไม่ลงรอยกันนะจ๊ะ”

1.Taylor Swift VS Katy Perry

ดราม่าฮอลลีวู้ด

จากเพื่อนซี้แสนรัก กลายมาเป็นศัตรูคู่กัดแบบ 100% ระหว่างสองนักร้องสาว Taylor Swift กับ Katy Perry
ทั้งสองเริ่มสนิทชิดเชื้อกันในช่วงปี 2008-2011 เมื่อถึงคราออกงาน ทั้ง MTV VMAs, Grammy และงานอื่นๆ อีกมาก ก็มักเห็นโอบเอวควงคู่ถ่ายรูปกันอยู่ไม่ห่าง นอกจากนี้ ยังทวีตข้อความหากันเนืองๆ เธอรักฉัน ฉันรักเธอ “โอ้วสวีตเกิร์ล! ยู อาร์ มาย เบสต์ เฟรน” วันเกิดก็ตามอวยพรกันเสมอ แม้กระทั่งถึงคราเพลงเข้าชิงรางวัลก็ทั้งอวยและสนับสนุนกันเต็มที่

กระทั่งเข้าสู่ช่วงระหองระแหงในปี 2012 เมื่อ Taylor Swift เริ่มเดทกับ John Mayer นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ ที่อายุห่างกับเธอถึง 12 ปี แต่สุดท้ายศิลปินหนุ่มและนักร้องสาวก็มีอันต้องโบกมือบ้ายบายกันไป แต่ๆๆๆ ทว่า ในปีเดียวกัน เพื่อนซี้อย่าง Katy Perry กลับมีข่าวคบหาดูใจกับ John Mayer แทนเสียนี่ ขณะที่ข่าวรายงานด้วยว่า Taylor Swift แต่งเพลงให้กับแฟนเก่าด้วยชื่อว่าเพลง Dear John ซึ่งปรากฎในอัลบั้ม Speak Now ของเธอ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ภาพทั้งสองสาวโอบเอวควงคู่ออกงาน ก็กลายเป็นภาพหายากขึ้นมาทันที และจากการทวีตหวานหากัน ก็กลับกลายมาเป็นทวีตจิกกันไปมาแทน

ศึกระหว่างสองสาวอดีตคู่ซี้ เริ่มคุกรุ่นอีกครั้ง เมื่อ Taylor Swift ออกซิงเกิ้ลเพลงใหม่ Bad Blood ในอัลบั้มล่าสุด 1989 โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ว่า เป็นเพลงที่แต่งถึงเพื่อนนักร้องหญิงคนหนึ่ง ที่พยายามทำลายทัวร์คอนเสิร์ตของเธอ ด้วยการจ้างทีมงานของเธอไป ซึ่งจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก Katy Perry เพราะ Taylor Swift น่าจะแค้นฝังหุ่น จากกรณีแย่งแดนเซอร์เมื่อปี 2013 ความเป็นมาเริ่มจากทีมแดนเซอร์ทีมนี้ เคยทำงานกับ Katy Perry มาก่อน ซึ่งเมื่อ Katy Perry อยู่ระหว่างช่วงพักทำเพลง กลุ่มนักเต้นก็เลยไปร่วมงานทัวร์คอนเสิร์ตกับ Taylor Swift แทน ภายใต้สัญญาที่ว่า สามารถลาออกได้โดยแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือน และพอ Katy Perry ทำอัลบั้มเรียบร้อยแล้ว ทีมแดนเซอร์จะกลับไปร่วมงานกับ Katy Perry เพราะสนิทสนมกันมากกว่า และรู้สึกดีที่ได้ร่วมงานด้วย จึงแจ้ง Taylor Swift ล่วงหน้าตามที่ตกลงกันไว้ แต่นักร้องสาวผู้โด่งดังจากเพลงคันทรี่กลับไม่พอใจและให้ออกโดยทันที จึงกลายมาเป็นเพลง Bad Blood ที่ฮ็อตกระจายในขณะนี้ และแม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้กระทบ Katy Perry แต่หากฟังเพลงและดูจาก MV แล้ว คนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะคิดเป็นอื่นไปได้จริงๆ แถม Taylor Swift ยังขึ้นชื่อเรื่องการแต่งเพลงเหน็บอยู่แล้วด้วย โดยซิงเกิ้ลแต่ละเพลงขอเธอ ล้วนมีที่มาที่ไปจากแฟนเก่าที่เคยคบหาดูใจกันมา หรือเรื่องต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอทั้งนั้น นอกจากนี้ ยังมีข่าวแว่วมาด้วยว่า Katy Perry ก็อาจจะแต่งเพลงออกมาเอาคืนอดีตเพื่อนรักเหมือนกัน งานนี้ดราม่าน่าเดือดปุดๆ แน่นอน

2.Orlando Bloom VS Justin Bieber

ดราม่าฮอลลีวู้ด

สองหนุ่มคนนี้ ไม่ถูกกันจนถึงขั้นวางมวยมาแล้ว! ว่าด้วยเรื่องของสาวๆ และการหยามเกียรติลูกผู้ชาย จุดเริ่มต้นอยู่ที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า นางแบบสาววิคตอเรียซีเคร็ท Miranda Kerr คนรักของ Orlando Bloom (ในขณะนั้น) แอบนอกใจนักแสดงหนุ่ม ไปสนิทสนมกับนักนักร้องวัยละอ่อน Justin Bieber มากเป็นพิเศษ จนเป็นสาเหตุให้ทั้งสองต้องแยกทางกัน ซึ่งในตอนนั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจริงหรือไม่ จนกระทั่งสองหนุ่มบังเอิญมาป๊ะกันที่ร้านอาหาร บนเกาะอิบิซ่า ประเทศสเปน และเกิดการแจกหมัดกันขึ้น จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ข่าวลือดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องจริง

เหตุการณ์ในร้านอาหาร มีผู้ถ่ายคลิปไว้ได้และกระจายในอินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย เห็นชัดเจนว่า Orlando Bloom ท่าทางจะยั๊วะจัด จึงตรงปรี่เข้าไปหานักร้องรุ่นน้อง และเสยหมัดเข้าให้ก่อน ขณะที่สื่อบันเทิงต่างประเทศรายงานด้วยว่า  Justin Bieber เอง ก็ได้พ่นคำสบถใส่ดารารุ่นพี่ตามหลังเช่นกัน

ศึกยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีข่าวด้วยว่า Orlando Bloom โพสต์ภาพร่วมงานปาร์ตี้ใกล้ชิดกับ Selena Gomez แฟนสาวของพ่อหนุ่ม Justin Bieber (ในขณะนั้น) และควงออกเดทหลังจบปาร์ตี้ด้วยเช่นกัน และจึงเหมือนเป็นการแลกมวยคนละหมัด อย่างไรก็ดี สองหนุ่มยังโพสต์ภาพ Instagram เหน็บกันไปมาด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ฝ่ายชายจะปล่อยบึมใส่กันเมื่อปี 2014 แต่ล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2015 ทั้งสองสาว Miranda Kerr และ Selena Gomez ดูเหมือนจะมีสัมพันธ์อันดีต่อกันตามประสาเพื่อนสาว อาจเป็นไปได้ว่า ทั้งสองสาวเลิกรากับทั้งสองหนุ่มไปแล้วทั้งคู่นั่นเอง

คลิปวิดีโอ Orlando Bloom แจกหมัดใส่ Justin Bieber:
https://www.youtube.com/watch?v=0ogCYZTX26U

3.Anne Hathaway VS James Franco

ดราม่าฮอลลีวู้ด

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับเวทีประกาศรางวัล Oscar ที่โดดเด่นไม่แพ้ภาพยนตร์และนักแสดงที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ คือพิธีกรผู้ดำเนินรายการหลักของงาน หากย้อนไปเมื่อปี 2011 ผู้รับหน้าที่ที่ถูกจับตามากที่สุด คือ Anne Hathaway และ James Franco เพราะทั้งสองนับเป็นพิธีกรเวที Oscar ที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันที่น่าสนใจสำหรับปีนั้น

แต่เมื่องานสิ้นสุดลง ปีดังกล่าวกลับกลายเป็นปีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดเกี่ยวกับพิธีกร เนื่องจากเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนของการทำหน้าที่ของทั้งสองคน โดยฝ่ายหญิงพยายามเอนเตอร์เทนคนดูสุดๆ ทั้งร้องทั้งเต้น และสร้างความบันเทิงให้กับงาน ขณะที่ฝ่ายชายกลับนิ่งเฉยไร้ชีวิตชีวา ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำหน้าที่พิธีกรเท่าที่ควร บทสนทนาที่พูดก็ชวนง่วง แถมสนใจแต่ iPhone ในมือตัวเองเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ James Franco ยังไม่ไปร่วมปาร์ตี้หลังจบงานตามธรรมเนียมปฏิบัติอีกด้วย ซึ่งกรณีหลังนี้พิธีกรหนุ่มอ้างว่า มีความจำเป็นต้องกลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่เขากำลังศึกษาอยู่

ทั้งนี้ Anne Hathaway ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ The Tonight Show ด้วยว่า ในชีวิตเธอมีเรื่องน่าอับอายมากที่สุด 2 เรื่อง โดยเรื่องแรก คือช่วงเวลาเป็นพิธีกรร่วมกับ James Franco บนเวทีประกาศรางวัล Oscar ส่วนอีกเรื่องคือ ชุดสุดเห่ยที่สวมออกงานในปี 2014 ซึ่งเรทความอายมากที่สุดนั้นเธอยกให้เรื่องแรกมาวิน อับอายมากถึงระดับ 10 ต่อหน้าคนทั้งโลก อย่างไรก็ดี James Franco ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า นับตั้งแต่จบงาน เขาและ Anne Hathaway ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย

4.Kim Kardashian VS Paris Hilton

ดราม่าฮอลลีวู้ด

ดราม่าเพื่อนหักเหลี่ยมโหด ปมแย่งคนรัก และหน้าที่การงานไม่ลงตัวจากเรื่องด้านบน เปลี่ยนมาเป็นดร่ามาชิงดีชิงเด่นกันบ้าง เป็นที่ทราบกันดีว่า ไฮโซสาวทายาทธุรกิจโรงแรม Paris Hilton เคยเป็นผู้หญิงที่ถูกทั่วโลกจับตามองมากที่สุด ทั้งความสาว ความสวย และความรวย ที่ทำให้เธอใช้ชีวิตเริศๆ เชิดๆ ได้ทุกอย่างที่ต้องการ

ช่วงสิบปีก่อนหน้านี้สาว Paris Hilton เคยเป็นทั้งนักร้อง มีรายการทีวีโชว์ของตัวเอง The Simple Life จุดสนใจทุกอย่างตกมาอยู่ที่ Paris Hilton กระทั่งสาวทรงสะบึม Kim Kardashian เริ่มก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง จากกรณีคลิปหลุดสุดฉาว ขณะที่เธอกำลังร่วมรักกับแฟนหนุ่ม Ray J ระบาดในช่วงปี 2007 นับแต่นั้นเป็นต้นมา Kim Kardashian ก็เริ่มทำทีวีโชว์ของตัวเองในแนวเดียวกับสาว Paris Hilton ในชื่อว่า Keeping Up with the Kardashians และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น และทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ทั้งนี้ สิ่งที่รบกวนใจ Paris Hilton ไม่ใช่เพราะ Kim Kardashian โด่งดังแซงหน้า แต่เป็นเพราะ Kim Kardashian เคยเป็นผู้ช่วยมือขวาส่วนตัว เป็นที่ปรึกษาด้านแฟชั่น และถือเป็นคนสนิทของ Paris Hilton ด้วย ซึ่ง Kim Kardashian เคยปรากฎในรายการทีวีโชว์ของไฮโซสาวด้วยบางตอน โดยช่วงที่ Kim Kardashian ออกอากาศในทีวีโชว์ของ Paris Hilton มักเป็นช่วงที่ถูกทำเธอถูกมองในฐานะลูกจ้างมากกว่าเพื่อนรัก เช่น

ตัวอย่าง 1
Paris: นี่เธอซักเสื้อผ้าของฉันแล้วหรือยัง?
Kim: กำลังจะทำเดี๋ยวนี้แหละ
ตัวอย่าง 2
Paris: อย่าเพิ่งพูดแทรกระหว่างที่ฉันกำลังพูดสิ!
Kim: โอเค

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองสาวไม่พูดคุยกัน อาจจะด้วยความหยิ่งทะนง แต่เมื่อออกสื่อ Kim Kardashian ก็มักตอบเสมอว่า เธอยังคงรัก Paris Hilton เราโตมาด้วยกัน ส่วนไฮโซสาว Paris Hilton ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ด้วยเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า รู้สึกยินดีกับชีวิตของ Kim Kardashian ด้วยเช่นกัน และปลื้มที่ตัวเธอเองเป็นเหมือนต้นแบบให้กับ Kim Kardashian

5.Julia Roberts VS Nicole Kidman

ดราม่าฮอลลีวู้ด

ข้ามมาที่รุ่นใหญ่กันบ้าง คู่นี้ดังเปรี้ยงสูสีกันอย่างยิ่ง โดย Julia Roberts และ Nicole Kidman ถือเป็นดาวค้างวงการทั้งคู่ แถมอายุก็ไล่เลี่ยกัน 47-48 เรียกได้ว่าดีกรีความฮ็อตในวัยมากกระรัตนี้ตีตื้นกันสุดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ที่ว่าดาวค้างฟ้าสองดวงนี้ จะไม่ค่อยกินแหนงแคลงใจกันสักเท่าใดนัก

ล่าสุดทั้งคู่รับเล่นภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน Secret in Their Eyes ซึ่งมีกำหนดฉายที่สหรัฐฯปลายปี 2015 นี้ เป็นภาพยนตร์รีเมกจากอาร์เจนตินา แถมเนื้อหาดีดารานำเด่นจนอาจได้เข้าชิง Oscar ด้วย เรื่องราวภาพยนตร์เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคดีฆาตรกรรมชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับความสัมพันธ์นอกจอของทั้งคู่ สื่อบันเทิงอย่าง National Enquirer ระบุว่า Julia Roberts ขนานนามและเรียก Nicole Kidman ว่า “Her Majesty” หรือ “แม่นางคิดแมน” เนื่องจากนักแสดงสัญชาติออสเตรเลีย ค่อนข้างถือตัวไม่ยอมพูดคุยกับทีมงานที่ฐานะหน้าที่ด้อยกว่าตนเอง

ซึ่งวงในกองถ่ายเผยกับสื่อบันเทิงว่า “Julia Roberts เกลียดวิธีที่ Nicole Kidman ปฏิบัติต่อทีมงานราวกับข้าทาส และมักออกคำสั่งราวกับเป็นนางพญา ขณะที่ Julia Roberts วางตัวตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มักเรียกทีมงานอย่างเป็นกันเอง และเป็นมิตรกับทีมงานมากกว่า”

ตัวอย่างภาพยนตร์ Secret in Their Eyes:
https://www.youtube.com/watch?v=TD_IlSSFVX4

เรื่อง :  Ladyfern

Sources:
www.digitalspy.co.uk
www.popsugar.com
www.theguardian.com
www.mirror.co.uk
www.celebuzz.com
www.hollywoodreporter.com

 

ติดตามอัพเดตเรื่องราวต่างๆจากนิตยสารแพรวให้สนุกยิ่งขึ้นได้ที่

www.facebook.com/praewmagazine

Instagram : @praewmag

และติดตามอ่าน แพรว E-Magazine ได้แล้ววันนี้เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น

  • Praew E-magazine
  • NaiinPann
  • Ookbee
keyboard_arrow_up