17 ปีที่รอคอย และการเริ่มต้นใหม่ของ ธงไชย แมคอินไตย์

17 ปีที่รอคอย และการเริ่มต้นใหม่ของ ธงไชย แมคอินไตย์
17 ปีที่รอคอย และการเริ่มต้นใหม่ของ ธงไชย แมคอินไตย์

แน่นอนว่าชื่อของ ‘เบิร์ด- ธงไชย แมคอินไตย์’ ถูกจดจำในฐานะนักร้องซูเปอร์สตาร์ที่อยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศ จากผลงานระดับเทพต่างๆ มากมาย แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จต้องแลกมาซึ่งความเสียสละอะไรบ้าง และการกลับมาเล่นละครเรื่อง ‘กลกิโมโน’ หลังจากวางมือไปนานกว่า 17 ปี เขาต้องฝ่าฟันกับตัวเองอย่างหนักอย่างไร

Screen Shot 2558-04-17 at 1.39.44 AM

ขออนุญาติถามถึงเหตุผลที่ทำให้พี่เบิร์ดกลับมาเล่นละครอีกครั้งค่ะ

พี่เบิร์ด :
เหตุผลเดียวเลยคือ อยากกลับบ้าน เบิร์ดเกิดจากช่อง 3 หลังจากนั้นก็บินไปเรื่อย จนวันหนึ่งคิดถึงบ้าน คิดถึงชีวิตความเป็นอยู่ในกองถ่าย คิดถึงอาชีพนักแสดง คนเราพออายุประมาณหนึ่งก็เริ่มมองซ้ายมองขวา ถ้าไม่เห็นใครนี่เหงานะ ว่าแต่เบิร์ดเหงาเหรอ เปล่า ออกจะคึกซะด้วยซ้ำ เลยรู้สึกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้แล้ว อีกอย่างคือเบิร์ดสังเกตตัวเองทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไปถ่ายมิวสิควิดีโอ หรือถ่ายแฟชั่นกับแพรว ทำไมมีความสุขจัง ตั้งแต่เช้ายันเย็นไม่มีเหนื่อยเลย ทำให้อยากกลับมาเล่นละครอีก

สำคัญคือรู้สึกว่าทุกคนกำลังเฝ้ารอเราอยู่ ที่ผ่านมาเจอคำถามจากนักข่าวตลอดว่า เมื่อไหร่จะเล่นละครคะ ถามจนกระทั่งรู้สึกว่าไม่เล่นไม่ได้แล้วน่ะ เบิร์ดเลยคุยกับพี่น้อย (นกน้อย-พรพิชิต พัฒนถาบุตร) ว่าที่เราเหนื่อยมาเป็นสิบๆ ปีควรจะพอกันได้หรือยัง ถ้าพอ เบิร์ดจะพาพี่น้อยไปเที่ยว หรือถ้าอยากได้อะไรก็ซื้อ ให้เป็นรางวัลสำหรับความเหนื่อยยากที่เราบากบั่นร่วมกันมา พี่น้อยตอบกลับมาเลยว่า ‘พูดแมวๆ’ นั่นแสดงว่าพี่น้อยไม่อยากหยุดใช่ไหม โอเคงั้นเรามาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ เริ่มจากรับละคร ออกอัลบั้ม ทัวร์คอนเสิร์ต วนใหม่เป็นเซอร์เคิล

IMG_8308

ห่างหายจากจอแก้วไปนานกว่า 17 ปี พอกลับมาเล่นละครครั้งนี้รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

พี่เบิร์ด : นอยด์มาก(ลากเสียงยาว) เพราะถึงบอกตัวเองว่าฉันจะนับหนึ่งแล้วนะ แต่เอาเข้าจริง อย่างช่วงก่อนที่จะตกลงรับเล่นละครเรื่องนี้ เบิร์ดถามคนรอบข้าง ตั้งแต่ผู้บริหารแกรมมี่ไปจนกระทั่งแม่บ้าน และหมอที่มานวดให้ประจำว่าเราจะเล่นดีไหม แล้วจะรอดหรือเปล่า ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่เบิร์ดเล่นได้สบาย ซึ่งเบิร์ดเก็บเอาทุกคำพูดของทุกคนไปบอกตัวเองก่อนนอนว่า เราเล่นละครได้ ไม่ต้องกลัวนะ ละครดัง คือในใจเบิร์ดตอนนั้นมี 2 ฝั่ง หนึ่ง เชื่อมั่นมากว่าต้องเล่นได้อยู่แล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็คอยแย้งขึ้นมาว่าแล้วถ้าเล่นผิดล่ะ เหมือนสองคนคุยกันอยู่ในตัวเอง

อาการนอยด์นี้สะสมมาจนถึงวันเปิดตัวละคร เพราะมีคำถามตลอดว่าจะออกมาดีไหม เขาปิดอะไรเราหรือเปล่า ยิ่งวันแรกที่เข้ากล้อง อารมณ์เหมือนกำลังประจัญบานกับความกลัวของตัวเอง เมื่อไหร่ที่ทีมงานนับ 5 4 3 2 1 เบิร์ดต้องรีบบอก… อย่าเพิ่งๆ! เพราะรู้สึกเสียวไปทั้งตัว เหมือนกำลังขึ้นชิงช้าสวรรค์ยังไงยังงั้น จนพี่น้อยต้องเตือนสติว่า เบิร์ดเป็นคนเล่นละครเก่งมากนะ เราก็ถามกลับไปว่าเก่งอย่างไร เพราะบางทีก็ต้องการมุมมองจากคนอื่นมาพูดถึงตัวเราบ้าง พี่น้อยบอก เบิร์ดได้รางวัลมาหมดแล้ว ก็จริง แต่ว่ามันผ่านมายาวไกลและนานมากแล้ว เราไม่รู้จะกลับไปสัมผัสกับความคิดความรู้สึกตรงนั้นได้ยังไง

แล้วในเรื่องเบิร์ดไม่ได้เล่นเป็นคน แต่เล่นเป็นเทพ ซึ่งเกิดมาเราไม่เคยเป็นเทพนะ ไปปรึกษาครูแอ๋ว(อรชุมา ยุทธวงศ์) ครูก็บอกว่าไม่ต้องคิดหรอกว่าเทพเป็นอย่างไร เพราะเราเป็นอยู่แล้ว ดูแต่ละอย่างที่เบิร์ดทำ ใครเขาทำแบบนี้กันได้บ้าง สมัยนี้เขาเรียกว่าเทพกันไม่ใช่เหรอ ขอบคุณมากนะครับครูแอ๋วสำหรับคำแนะนำ(หัวเราะ)

kolkimono_1

ส่วนชมพู่ อารยา รายนี้พอรู้เรื่องก็บอกเลยว่า ยูจะคิดอะไรมาก ยูชื่อ ธงไชย แมคอินไตย์ ต้องทำได้ทุกอย่าง โอ้… อยากจะหยิกปากชมพู่มาก เพราะพูดแบบนี้ด่ากันดีกว่า

Screen Shot 2558-04-17 at 1.39.35 AM

นับหนึ่งของธงไชยก็สาหัสเอาการนะคะ

พี่เบิร์ด : ใช่ เหมือนคนบ้าน่ะ เชื่อไหมว่าเบิร์ดคิดมากจนฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ ต้องไปหาหมอตรวจร่ายกายว่าตกลงเราเป็นวัยทองหรือเปล่า(หัวเราะ)

แต่จากการคุยกับคนหลายๆ คนก็ทำให้เบิร์ดพบว่าสำคัญสุดคือเราต้องมั่นใจ ซึ่งความมั่นใจสำหรับเบิร์ดจะเกิดขึ้นได้คือเราต้องรู้ก่อนว่าจะเจอกับอะไร เพราะฉะนั้นช่วงถ่ายละคร เบิร์ดจะตั้งหน้าตั้งตารอบทเลย เมื่อไหร่บทจะมาสักทีจะได้เตรียมตัวถูก แต่พอได้บทมากลายเป็นว่ามีเรื่องกังวลใหม่นั่นคือเราไม่รู้ว่าเทพต้องทำเสียงอย่างไร ธรรมดาเบิร์ดพูดเสียงดังมากนะ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดุใคร แต่เราติดออกเสียงแบบนี้มา 30 ปีแล้ว เพราะเวลาเล่นคอนเสิร์ต ร้องเพลงต้องสุด ทุกอย่างต้องสุดหมด เพื่อจะให้คนดูได้ยินไปถึงชั้น 2 ชั้น 3 แล้วพอมาเล่นละครเราต้องพูดเสียงธรรมดา พูดไม่เป็นน่ะ ก็ต้องกลับไปหาครูแอ๋ว ซึ่งครูก็เทสต์เราด้วยการให้เดินไปจับของแต่ละชิ้นในบ้านของแกแล้วให้รู้สึกกับของเหล่านั้นให้ได้ ก็ไปเจอถังไอติม เบิร์ดหยิบขึ้นมากอดแล้วร้องไห้เลย ครูแอ๋วบอก… ถ้าไม่เทพทำไม่ได้นะ มันต้องมีเหตุผลใช่ไหม ใช่เลย เพราะเบิร์ดเคยขายไอติมแท่งตอนเด็กๆ ฉะนั้นพอได้จับจึงปล่อยเต็มที่ ครูแอ๊วถามว่าสบายไหม วันนั้นเบิร์ดตอบกลับไปว่าสบายมาก เพราะเข้าใจแล้วว่าเราแค่ต้องเล่นอย่างที่เราซึ่งเป็นตัวละครตัวนั้นรู้สึก

พอมาเจอผู้กำกับ(อดุลย์ บุญบุตร) เขาถามว่าพูดจาหยาบๆ ได้ไหม เบิร์ดบอกไม่ชอบพูด เดี๋ยวแม่โกรธ ผู้กำกับก็บอกว่าแต่ถ้าเบิร์ดต้องเล่นละครแล้วพูดหยาบคาย ก็ต้องเล่นนะ มันไม่ใช่ตัวเบิร์ดพูดซะหน่อย พูดแบบนี้เบิร์ดยิ่งเข้าใจ อ๋อ… ต้องพูดเป็นตัวละคร คิดเป็นตัวละคร

IMG_8315

แต่ขนาดเข้าใจแล้วนะ ยังมีแบบเล่นไปได้สักพักผู้กำกับก็วอมาเลยว่า เบิร์ดที่พูดอยู่นี่เสียงสอง ไม่ใช่เสียงหนึ่ง เบิร์ดก็ถามกลับไปว่าเสียงสองคืออะไรครับ เสียงสองคือเสียงที่เบิร์ดใช้เล่นละครเวที โอ้โห! อ๋อเลยว่าท่านชายโฮชิต้องพูดอย่างนี้ เขาไม่ต้องเสียงดังแบบเบิร์ด ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือแค่คิดและรู้สึกจริงอย่างท่านชาย ทุกตัวละครล้วนมีเบื้องหลัง หน้าที่เราคือทำให้ตัวละครตัวนี้มีน้ำหนัก มีภูมิหลัง ไม่ว่างเปล่า ซึ่งเรื่องแบบนี้เบิร์ดเคยทำมาหมดแล้ว เพียงแต่มันผ่านมานานมากแล้วจริงๆ

ใช้เวลาในการต่อติดนานไหมคะ

พี่เบิร์ด : แค่สองวันแรกเท่านั้นที่ต้องปรับตัว หลังจากนั้นก็พริ้วเลย เพราะฮอร์โมนในร่างกายเราไม่มีอย่างอื่น ไม่เคยเอ็นจอยอย่างอื่น อย่างช้อปปิ้งก็เพื่อเอามาใช้ในงาน ออกกำลังก็เพื่อมาใช้ในงาน กิน อยู่ก็เพื่อเอามาใช้ในงาน ดังนั้นเวลาทำงานเบิร์ดจึงเอ็นจอยมาก ละครถ่ายวันจันทร์-พุธ ไม่มีวันจันทร์ อังคาร พุธ ไหนที่เบิร์ดไม่มีความสุขเลย ถึงขนาดนอนรอเวลาว่าเมื่อไหร่จะหมดวันอาทิตย์ เพื่อวันจันทร์จะได้ตื่นไปกองถ่ายตอนตี 5 เป็นแบบนี้ตลอด 6-7 เดือน มีความสุขมาก ไปไหนไปกัน ขนาดนั่งท่องบทอยู่ริมน้ำตก แล้วโทรศัพท์ตกไหลไปตามน้ำ ก็ไม่มีเอะอะคว้าจับอะไรเลยนะ โบกมือบ๊ายบาย จนทีมงานต้องหยุดกองแล้วช่วยกันงม น่ารักมาก

IMG_1180(3)

เบิร์ดเปรียบตัวเองเหมือนคนกำลังหัดจักรยาน พอเป็นแล้วก็สนุกเลย คราวนี้แหละแพรวพราวพริ้งพรั้ง ผู้กำกับวอมาเลยว่า โอ้โห! เก่งขึ้นทุกวันเลยนะครับพี่ ที่ตลกคือ จำบทของตัวเองไม่พอ ไปจำให้คนอื่นด้วย ชมพู่ยังบอกเลยว่าอาการพี่เบิร์ดเปลี่ยนไปจากตอนแรกมาก ตอนแรกกลัวใช่ไหม แต่ตอนนี้พี่เบิร์ดต้องลดความคึกลงหน่อยนะ(หัวเราะ)

เห็นว่าไปกราบศาลเจ้าพ่อนกกระเรียนที่ญี่ปุ่นด้วยใช่ไหมคะ

พี่เบิร์ด : ใช่ครับ เทพเจ้าที่อยู่ในเรื่องนี้มีจริงหมด ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือเราต้องไปคารวะก่อนเหมือนเราจะรับบทนเรศวร บุเรงนอง หรือย่าโม ก็ควรไปสักการะท่านสักครั้ง แล้วแฟนเพลงคนญี่ปุ่น คุณมาริก็ให้เครื่องรางมา เป็นเทพเจ้านกกระเรียน ซึ่งเบิร์ดพกติดตัวตลอด


ได้มีโอกาสดูละครที่เล่นบ้างหรือยังคะ

พี่เบิร์ด : ดูตอนไปพากย์เสียงแล้วครับ ขณะกำลังพากย์เราก็ดูไปเรื่อยๆ โอ้โห… ชมพู่เล่นดีมาก อย่านะ กล้องอย่าแพนมาถึงเรานะ กลัวจริงๆ ไม่อยากเห็นตัวเอง คืออาการนอยด์มันกลับมาใหม่(หัวเราะ) ก็อาศัยถามคนใกล้ตัวคือพี่น้อยว่าจะดีไหม

คำพูดของแต่ละคนมีค่ากับเบิร์ดมากนะ การเป็นคนข้างหน้า สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือ กำลังใจ และคำชมเชย ควรติให้น้อยกว่าชม ถึงจะเป็นบวกสำหรับเขา เพราะถ้าเขาแบกแต่คำติมันก็เมื่อยเกินไปที่จะครีเอทสิ่งต่างๆ เพราะใจยังพะวงอยู่กับคำติ บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เบิร์ดอยากจะหาแต่คำชมอย่างเดียว (หัวเราะ) แต่ครั้นจะไปขอให้เขาชม เขาก็ชมตายสิ เสียฟอร์มอีก เลยต้องถามจากพี่น้อยนี่แหละ เพราะเขาเป็นคนที่ถ้าไม่ดีก็จะว่าเลย แต่ถ้าดีเขาก็บอกว่าดี กับเรื่องนี้พี่น้อยก็บอกว่าต้องดีแน่นอน

Screen Shot 2558-04-17 at 1.39.23 AM

ละครออนแอร์ตอนแรกไปแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

พี่เบิร์ด : หลังจากที่ไปออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คุยสดกับคุณสรยุทธ เบิร์ดก็ออกจากช่อง 3 ไปเชียงรายเลย ได้ดูละครตอนแรกไปพร้อมๆ กับคนดูทางบ้านที่นั่น ก็รู้สึกจักกระดึ๋ยนะ เพราะไม่เคยดูอะไรพร้อมคนดูเลย อย่างคอนเสิร์ต เมื่อเล่นเสร็จเบิร์ดไม่เคยกล้าดูเทปพร้อมทีมงานเลยนะ ต้องแอบไปดูคนเดียว ห้ามใครมานั่งดูด้วย เพราะอาย

ในชีวิตการทำงาน เบิร์ดไม่เคยวางใจตัวเอง ไม่เคยมั่นใจว่าตัวเองเก่ง ทุกการทำงานเบิร์ดต้องค้นหาตลอดว่าทำอย่างไรถึงจะถูกใจคนรอบข้าง ซึ่งเบิร์ดรักความรู้สึก ณ โมเม้นต์นี้มาก จึงดีใจที่ความรู้สึกนี้ไม่เคยจางหายไปไหนเลย มันอยู่กับเราตลอด เบิร์ดว่าถ้าเรายังรู้สึกอะไรแบบนี้ มันคือรสชาติ และแรงกระเพื่อมของฮอร์โมน จึงอยากฝากถึงคุณผู้ชมทุกท่าน ละครกลกิโมโน เป็นละครเรื่องแรกที่เบิร์ดหวนกลับมาเล่นครั้งแรกในรอบ 17 ปี กับบ้านหลังแรกที่เบิร์ดเคยอยู่คือช่อง 3 และถึงแม้จะตั้งใจกับการทำงานชิ้นนี้มากเพียงใด เบิร์ดก็รู้ว่าไม่ได้มีแค่บ้านเดียวที่ดูเรา แล้วถ้าบ้านนี้ดูแล้วไม่ชอบ ดูแล้วผิดหวังล่ะ

เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอย่างไรเบิร์ดก็พร้อมยอมรับเสียงวิจารณ์ทั้งในแง่ดี และไม่ดีที่จะเกิดขึ้นตามมาแล้วครับ

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ของ ‘เบิร์ด- ธงไชย’ ตอนต่อไปได้ที่ praew.com รับรองว่าสนุก เพราะพี่เบิร์ดจะมาเล่าถึงนักแสดงทุกคนที่ร่วมงานด้วยในละครเรื่อง ‘กลกิโมโน’ ขอบอกว่า Behind the Scene สุดๆ ห้ามพลาด!

เรื่อง  : apinya

ภาพ : วรสันต์

บทความนี้ถือเป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์แพรว ห้ามผู้ใดนำไปคัดลอก ดัดแปลง หรือทำซ้ำ อนุญาตให้แชร์บทความนี้ได้จากลิ้งค์นี้เท่านั้น

keyboard_arrow_up