เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่

เปิดภาพ ‘ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน’ ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่

เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่
เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาการตั้งถิ่นฐาน อีกทั้งเก็บข้อมูลสังคมพืชป่าชายหาดสันดอนทราย ชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดกระบี่-พังงา พื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ณ บริเวณถ้ำลอด-ถ้ำผีหัวโต อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ โดยมีนายฑีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ต้อนรับท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และคณะ
เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่
ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแพรว ถึงสไตล์การทำงานส่วนตัว ซึ่งชอบลงพื้นที่จริงด้วยตัวเองเอาไว้ว่า “เราใช้วิธีคุยกับคนเยอะๆ อย่างถ้าอยากรู้เรื่องราวของวัดไหน ก็เข้าไปคุยกับพระหรือคนที่ทำงานในนั้น เราชอบออกไปหาข้อมูลด้วยตัวเอง มีครั้งหนึ่งเพื่อนที่กรมศิลปากรให้ดูหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ได้รางวัล เราอ่านเจอเรื่องหอไตร วัดระฆังโฆสิตาราม พออ่านจบก็ตัดสินใจไปดูของจริง ซึ่งสวยมากๆ เขาทำภูมิทัศน์เป็นสวนที่น่านั่ง
เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่
เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่

เปิดภาพ ‘ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน’ ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่

“ข้างในหอไตรมีจิตรกรรมเก่าแก่ ได้เจอคุณป้าที่ดูแลหอไตรมา 30 ปี ก็นั่งคุยกันอยู่เป็นชั่วโมง คุณป้าเล่าให้ฟังถึงความหมายของจิตรกรรมฝาผนัง ประวัติของสถานที่ว่าหอไตรย้ายมาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร สำหรับเรา ความรู้จากประสบการณ์ของคนที่ทำงานตรงนั้นมา 30 ปีสำคัญมาก บางทีการอ่านหนังสือจะได้แค่ข้อมูลเบื้องต้น ข้อมูลที่น่าสนใจคือประสบการณ์ของคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถ้าหายไปก็น่าเสียดาย”

เปิดภาพ 'ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน' ลงพื้นที่ทำงานสไตล์สายลุยที่จังหวัดกระบี่

เมื่อถามว่าเวลาออกไปหาข้อมูลแบบนี้ ไปคนเดียวหรือมีผู้ติดตามด้วย ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ก็ให้คำตอบว่า “มีทั้งสองแบบ บางทีก็ขอไปคนเดียว เพราะเวลาคนเห็นตำรวจเยอะจะกลัว หลายครั้งที่เข้าไปคุย เขาก็ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร เราเองก็ไม่ค่อยคุ้นกับการที่คนเรียกว่าท่านผู้หญิง เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองพิเศษ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้น อาจเป็นเพราะเราโตมาแบบธรรมดาที่เมืองนอก

“บางทีคนที่ทำงานด้วยก็ทำตัวไม่ถูก พอจะมานั่งใกล้ๆ ก็ไม่รู้จะวางตัวอย่างไร เราก็บอกว่านั่งด้วยกันบนเก้าอี้นี่ละ คุยกันปกติ ไม่ต้องกลัว แต่บางครั้งที่อยากไปไหนคนเดียวจริงๆ ก็เคยแอบหนีไปบ้างนะ ไม่อยากให้มีคนติดตามเยอะ แต่ตอนนี้หนีไม่ค่อยเก่งแล้ว” (หัวเราะ)


Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!