เข้มแข็งดุจชายชาติทหาร เหตุผลที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ และเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงร่วมขบวนเสด็จฯ

เป็นภาพที่สร้างความปลื้มปิติและอิ่มเอมใจแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ได้เห็น ในหลวงรัชกาลที่ ๑o เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร อย่างใกล้ชิด แต่นอกจากนั้น อีกภาพที่ทำให้ประทับใจมิรู้ลืมคือภาพของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงร่วมขบวนเสด็จฯ ด้วย ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ (๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒) ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชื่นชมในพระบารมี ซึ่งขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่ผ่านมา

โดย คุณอธิมุติ กาญจนมณี ภริยา พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายนโยบายและแผนปฏิบัติการ ได้โพสต์เล่าเรื่องดังกล่าวไว้ว่า

“…ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเสด็จทางสถลมารค สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปลี่ยนพระทัยจากการรอรับเสด็จในพลับพลาพิธี เป็นเสด็จในขบวนในฐานะพระราชองครักษ์ เพื่อทรงแสดงถึงพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ที่จะทรงปกป้องพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ ร่วมกับข้าราชบริพารและประชาชนทุกคน

ดังนั้น เมื่อก่อนขบวนออก ๒ ชั่วโมงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา จึงทรงตัดสินพระทัยลงตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ โดยทันที แม้ทรงไม่ได้ทรงเตรียมพระองค์มา เช่นเดียวกันกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ

ประชาชนที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญตลอด ๖ ชั่วโมงที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านนั้น ดังมากจนขบวนไม่ได้ยินเสียงกลองที่ให้จังหวะ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ทรงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทรงเปล่งเสียงกลองใหญ่ให้จังหวะกับขบวนด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นข้าราชบริพารและทุกคนจึงช่วยกันให้จังหวะกับกองทหาร

ประเทศเรามีบุญเหลือเกินที่มีพระมหากษัตริย์และเจ้านายที่เข้มแข็งเช่นนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ คงทรงทราบว่า พระราชยานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทรงสุขสบายอะไร เพราะขยับพระองค์ไม่ได้ รอบๆ ก็มีลวดลายแข็งไม่ใช่บุนวม ที่วางพระบาทก็ยังไม่มีที่ขยับเลย ขบวนใช้เวลาเดินถึงแต่ละวัดก็ชั่วโมงกว่า และเมื่อลงพระราชยานก็ทรงปฏิบัติพระราชพิธีอีกเกือบ ๕๐ นาที เป็นเช่นนี้ทั้ง ๓ วัด และเริ่มเวลา ๑๖.๐๐ น เสร็จหมาย ๒๔.๐๐ น.

แต่เพื่อจะได้ให้ประชาชนได้เห็นในหลวงกันทุกคน ท่านจึงทรงทำตามที่พระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน ๆ ได้ทรงปฏิบัติสืบต่อกันมา และนี่คงเป็นเหตุผลที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงตัดสินพระทัยร่วมเสด็จข้างพระองค์ในหลวงตลอดเวลา ด้วยความรัก ห่วงใย และมีน้ำพระทัยที่จะถวายความจงรักภักดีเป็นที่สุด สีเหลือง ๆ ตามข้างทางไม่ใช่ดอกดาวเรือง แต่เป็นสีเสื้อประชาชนที่มาร่วมรับเสด็จชื่นชมพระบารมีกันมืดฟ้ามัวดินเหมือนเช่นเดิม เป็นบุญเหลือเกินที่เกิดมาใต้ผินแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงปกครอง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ…”

 


ข้อมูลจาก : คุณอธิมุติ กาญจนมณี ภริยา พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายนโยบายและแผนปฏิบัติการ
ที่มา : โบราณนานมา
ภาพ : นิตยสารแพรว

 

 

 

keyboard_arrow_up