รวยแสนล้าน! 5 อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2561 เจ้าสัว CP ครองแชมป์อันดับ 1

รวยไม่แพ้ต่างชาติ 5 อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2561 รวยระดับแสนล้าน เจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของอาณาจักร CP ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย

ดึกๆ ไม่รู้จะกินอะไร ต้องไปเซเว่น อยากช้อปปิ้ง ต้องไปเซนทรัล อยากคึกคักต้องดื่มกระทิงแดง อยากแฮงค์เอ้าท์ต้องนึกถึงช้าง หรือ จะช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีต้องไปคิงเพาว์เวอร์ แบรนด์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของ  5 คนไทยที่ถูกจัดอันดับจาก Forbes ว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ

อันดับ 1 (ตระกูลเจียรวนนท์)

5 อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2561
ธนินท์ เจียรวนนท์

สำหรับปีนี้เศรษฐีไทยที่ยังครองแชมป์อันดับ 1 นั้นไม่ใช่ใคร ยังคงเป็นพี่น้องเจียรวนนท์ ซึ่งหนึ่งในนั้นที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือ เจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ซึ่งตระกูลนี้ยังมีธุรกิจในมืออย่างบริษัท ซีพี ออลล์ ที่มีเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม.เป็นธุรรกิจหลัก

หรือจะเป็นบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น เครือข่ายมือถือ และ อินเตอร์เน็ต และ แมคโคร ห้างขายสินค้าส่งขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งหมด ทั้งมวลที่กล่าวมานี้ สร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับตระกูลเจียรวนนท์ โดยทรัพย์สินทั้งหมดที่มีทั้งหมดนั้นรวมมูลค่าแล้วมีมหาศาลถึง 9.7 แสนล้านบาท

อันดับ 2 (ตระกูลจิราธิวัฒน์)

อันดับมหาเศรษฐีไทยปี 256
ทศ จิราธิวัฒน์

อันดับ 2 ตามมาติดๆ สำหรับทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซนทรัลกรุ๊ป กับทรัพย์สินรวมมูลค่า 6.8 แสนล้านบาท ที่มีบริษัท Central Department Store Group (CDG) ซึ่งมีห้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล, โรบินสัน, Zen, Supersports, เซ็นทรัล เอ็มบลาสซี รวมถึงห้างชื่อดังในต่างประเทศที่ทางจิราธิวัฒน์ได้เข้าไปซื้อต่อเพื่อนำมาบริหารต่อ เช่น la Rinascente (อิตาลี), ILLUM (เดนมาร์ก), KADEWE (เบอร์ลิน เยอรมนี), OBERPOLLINGER (มิวนิก เยอรมนี), ALSTERHAUS (ฮัมบูร์ก เยอรมนี) เป็นต้น

จิราธิวัฒน์ไม่ได้เพียงแค่ทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตอย่างเซ็นทารา ที่มีโรงแรมในเครืออีกมากมาย รวมถึง Central Hardline Group กลุ่มสินค้าบ้านและวัสดุก่อสร้าง (Homeworks, baan & BEYOND, Power Buy, ไทวัสดุ) Central Food Retail (Tops Market, Family Mart, Eatthai, ซูเปอร์คุ้ม) Central Restaurant Group (KFC, โอโตยะ, คัตซึยะ ฯลฯ) ปิดท้ายด้วย Central Marketing Group ที่มีสินค้าในเครือมากกว่าร้อยแบรนด์ ซึ่งทางเครือเซ็นทรัลนำเข้ามาขาย

เป็นเวลาถึง 70 ปีมาแล้ว ที่ห้างสรรพสินค้าห้องแถวซึ่งทำมาจากไม้และปูน ที่ตระกูลจิราธิวัฒน์ได้สร้างขึ้น จวบจนปัจจุบันกลายเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีสาขามากมายในประเทศไทย ซึ่งจิราธิวัฒน์ไม่ได้มีเพียงแค่ห้างสรรพสินค้า แต่ยังมีธุรกิจในเครือที่ทำรายได้เป็นกอบ เป็นกำให้กับตระกูลนี้

อันดับ 3 (เฉลิม อยู่วิทยา)

เฉลิม อยู่วิทยา

หากนึกถึงเครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์แรกที่ใครหลายคนคงนึกถึง คงไม่พ้น กระทิงแดง (Redbull) รวมถึงเครื่องดื่มฮ็อตฮิตอย่าง สไป ไว คูลเลอร์ แบรนด์ในเครือ บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด ซึ่งผู้ที่กุมบังเหียนเครื่องดื่มแสนล้านนั้นก็คือ เฉลิม อยู่วิทยา บุตรคนโตของ เฉลียว อยู่วิทยา โดยเขามีทรัพย์สินในครอบครองมากถึง 6.4 แสนล้านบาท

กระทิงแดง หรือ Redbull ไม่ได้มีชื่อเสียงจนเป็นตำนานแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เฉลิม อยู่วิทยา ยังได้นำกระทิงแดงส่งออกมากว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีบริษัท เรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นฐานที่ตั้งสำหรับดูแลตลาดในโซนยุโรปทั้งหมด

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Redbull นั้นเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบความท้าทาย ซึ่งกระทิงแดงนั้นยังเป็นผู้บุกเบิก และ ยังเป็นสปอนเซอร์ให้กับกีฬาเอ๊กซ์ตรีมมากมาย อย่างกีฬาแข่งรถ เป็นต้น

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระทิงแดง ถึงสร้างเม็ดเงินได้มหาศาลขนาดนี้ แน่นอนล่ะว่ากระทิงแดงไม่ได้ทำเงินแค่ในประเทศไทย แต่แบรนด์ไคคอนนิคนี้ยังได้ไปอยู่สร้างชื่อจนเป็นตำนานของโลกไปแล้ว

อันดับ 4 (เจริญ สิริวัฒนภักดี)

อีกหนึ่งเจ้าสัวที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเครื่องดื่มแอลกฮอล์ อย่างช้าง เบียร์ยอดฮิตขวดสีเขียวใส ที่เราคุ้นตา ในเครือไทยเบฟเวอเรจ

นอกจากช้างแล้ว กิจการที่เจ้าสัวเจริญกุมบังเหียนอยู่นั้นคงต้องบอกว่า ครอบคลุมปัจจัย 4 เลยจริงๆ ซึ่งเขายังได้รับฉายาราชาเทกโอเว่อร์เมืองไทย เพราะหลากหลายบริษัทในกำมือของเขานั้น ส่วนใหญ่เจ้าสัวเจริญได้เข้าไปซื้อเพื่อนำมาบริหารต่อไม่ว่าจะเป็น โออิชิ กรุ๊ป (OISHI),  หุ้นยูนิเวนเจอร์ (UV), ตึกเนชั่น, บริษัทเสริมสุข , หุ้น บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ห้างสรรพสินค้า Big C เป็นต้น จากทั้งหมด ทั้งมวลในหลากหลายธุรกิจที่เจ้าสัวเจริญบริหารอยู่นั้นสร้างทรัพย์สินมูลค่ารวม 5.5 แสนล้านบาท

อันดับ 5 (วิชัย ศรีวัฒนประภา)

สำหรับเจ้าสัวคนสุดท้ายซึ่งติดอันดับ 5 นั้นถึงแม้ว่าเขาจะจากไปแต่ไม่มีวันกลับ แต่ชื่อของเจ้าสัววิชัย ผู้ที่ก่อตั้งอาณาจักรคิงพาวเว่อร์ ธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั้นก็ยังเป็นตำนานไม่รู้จบ

นับตั้งแต่ที่คิงพาวเว่อร์เปิดตัวครั้งแรกในปี 2532 ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 29 ปีแล้ว ที่ร้านค้าปลอดภาษีแห่งนี้อยู่คู่กับสนามบินไทย ปัจจุบันคิงพาวเว่อร์ไม่ได้มีเพียงแค่ในสนามบินเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถไปช้อปสินค้าปลอดภาษีได้อย่างสะดวกที่ คิงพาวเว่อร์ สาขารางน้ำ อาณาจักแห่งใหม่ของครอบครัวศรีวัฒนประภา ที่มีการสร้างและเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อปี 2560

ทั้งนี้เจ้าสัววิชัยไม่ได้มีเพียงแค่ทำธุรกิจสินค้าปลอดภาษีเท่านั้น แต่เขายังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลก อย่างทีม เลสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย ทั้งหมดที่เจ้าสัววิชัยสร้างขึ้นนั้นถูกสืบทอดต่อโดยทายาทศรีวัฒนประภา โดยปัจจุบันทรัพย์สินของเจ้าสัววิชัยรวมมูลค่าแล้วมีมากถึง 1.6 แสนล้านบาท


ข้อมูล : www.forbes.com

 

keyboard_arrow_up