“ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน”รวมพลังรักษ์ผ้าไทย สืบสานพระราชปณิธาน
ด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย จึงเป็นที่มาของการจัดงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” โดยความร่วมมือกันของทั้ง 3 ฝ่ายคือ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดย รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท บิวตี้เจมส์ จํากัด โดย คุณสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ และชมรมเพลินไทยสมัยนิยม โดย หม่อมหลวงปุญยนุข เกษมสันต์ ประธานชมรมฯ
งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม ถือเป็นการรวมพลังของผู้คนในแวดวงสังคม และผู้มีจิตศรัทธาจากหลากหลายวงการ ที่พร้อมใจกันร่วมสืบสานพระราชปณิธาน และร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งการให้ เพราะรายได้จากการจัดงานครั้งนี้นําไปสมทบทุนสร้าง ศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและ รังสีรักษา (อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างทั่วถึง

(แถวยืน) พญ.กริชา ไม้เรียง, สุริยน ศรีอรทัยกุล และ รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย

พลังแห่งการให้
หม่อมหลวงปุญยนุช เกษมสันต์ ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม หนึ่งในประธานร่วมของการจัดงาน ได้บอกเล่าถึงที่มาของงานนี้ว่า
“ดิฉันได้มีโอกาสรู้จักกับคุณกรรณิกา ศิลปวรางกูร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ คุณอา (ม.ร.ว.มณีพรรณ เกษมสันต์) และเป็นผู้มีจิตศรัทธาต่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติอย่างมาก จากการที่ท่านได้มาร่วมงานระดมทุน เพื่อช่วยเหลือสังคมที่ดิฉันเป็นประธานจัดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะงานของชมรม เพลินไทยสมัยนิยมหรือพิพิธภัณฑ์ Chateau de la Porcelaine ทำให้ท่านเห็น ความสำเร็จในการช่วยเหลือโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คุณกรรณิกาจึงปรารภกับ ดิฉันว่า อยากทำสิ่งดี ๆ เพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติบ้าง
“แต่หลังจากนั้นไม่นานข่าวการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้นำความโศกเศร้า สู่พสกนิกรทั่วทั้งประเทศ ดิฉันจึงตั้งใจให้การจัดงานครั้งนี้เป็นการเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณอเนกอนันต์ต่อพสกนิกรไทยอย่างหาที่สุดมิได้
“ด้วยเจตนารมณ์นี้ ดิฉันจึงได้เข้าพบ รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ทราบว่าขณะนั้นโรงพยาบาลกําลังจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา ณ อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้จะมีงบประมาณการก่อสร้างแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณสำหรับการตกแต่งภายในและเครื่องมือแพทย์เป็นจำนวนมาก
“ดิฉันได้หารือกับคุณหนึ่ง – สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้เจมส์ จํากัด ซึ่งเคยร่วมงานกันมาตลอด และเห็นพ้องต้องกันที่จะช่วยหาทุนสนับสนุนทางโรงพยาบาล จึงนำไปสู่การผนึกกำลังของสามเจ้าภาพหลักในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติครั้งสําคัญนี้”
ผ้าไทยในพระบารมี
“งาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” จึงเป็นการรวมพลังแห่ง ความจงรักภักดีใน “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” และ “พลังแห่งการแบ่งปัน” โดยหัวใจสำคัญของงานคือ การเชิดชูพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเล็งเห็นถึงศักยภาพของเกษตรกรไทยซึ่งส่วนใหญ่มีฝีมือในการทอผ้า จึงทรงใช้ผ้าไทยเป็นกลไกในการ เสริมสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ให้พวกเขาได้ภาคภูมิใจที่ทรงฉลองพระองค์ จากฝีมือการทอผ้าของราษฎรสู่เวทีโลก จนเกิดเป็นความนิยมอย่างกว้างขวาง อีกทั้ง ยังพระราชทาน “ชุดไทยพระราชนิยม” อันงดงามวิจิตรทั้ง 8 แบบให้สตรีไทยใช้เป็น แบบแผนในการแต่งกายตามวาระโอกาสที่เหมาะสม



(แถวยืน), สุดจิตร์ สุดจิตต์ และลูกสาว แพรวไพลิน สุดจิตต์ ผู้จัดแฟชั่นโชว์ยุครัชกาลที่ 4 – รัชกาลที่ 6 แห่ง Finale Wedding Studio โทร. 09-6919-8926
“ภายในงานนี้จึงจัดให้มีการแสดงแบบชุดไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (รัชกาล ที่ 4 – รัชกาลที่ 9) จาก 4 ห้องเสื้อชั้นนํา Finale Wedding Studio, Supa East Glamor, Tik Couture และ Niramon Couture พร้อมด้วยหมวกสตรีจาก คุณชนภา ณ นคร โดยเฉพาะชุดไทยพระราชทานทั้ง 8 แบบจากแบรนด์ Finale Wedding Studio แสดงแบบโดยนักแสดงและนางแบบกิตติมศักดิ์”
สำหรับชุดไทยรัชสมัยรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งตรงกับยุโรปช่วงค.ศ.1920 เป็นต้นมา ถือเป็นยุคทองแห่งแฟชั่นแนว Gatsby และความเป็นเสรีนิยม โดยมีดนตรีแจ๊สเป็นตัวเชื่อมโยงและความนิยมนี้ได้เข้ามาในสังคมชั้นสูงของไทยเช่นกัน สตรีมีการออกงานสมาคมเคียงคู่บุรุษ มีการนำแบบเครื่องแต่งกายแนว Gatsby ที่มีควานหรูหราแบบตะวันตกมาประยุกต์ผสมผสานใส่คู่กับผ้าไทยยาวคลุมเข่าตามแบบวัฒนธรรมไทยได้สวยงามอย่างลงตัว !และแฟชั่นได้กลับมาเรียบง่ายอีกครั้งในยุครัชกาลที่ 8
โดยงานนี้ TIK Couture ได้ร่วมจัดแฟชั่นโชว์การกุศล “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” จำนวน 19 ชุด โดยได้แรงบันดาลใจจากชุดไทย สมัยรัชกาลที่ 6 ถึงรัชกาลที่ 9 ในการรังสรรค์ผลงานแฟชั่นโชว์เซ็ตนี้ ได้ใช้ผ้ายกดอก จากอำเภอปักธงชัย โดยศักดิ์สิทธิ์ บุญศักดาพร แห่ง TIK COUTURE ห้องเสื้อชั้นสูงแห่งจังหวัดบุรีรัมย์ และสาขาใหม่บนถนนลาดพร้าว โชคชัย 4 แยก 3 กรุงเทพมหานคร


(แถวยืน) ศักดิ์สิทธิ์ บุญศักดาพร, พิมพ์นารา บุนนาค, เกรียงชัย วิศิษฎ์สรอรรถ และฐิติพร ไพบูลย์ปรีดี
ในส่วนของแฟชั่นโชว์ชุดสตรีผ้าไทยตัดแบบสากลตอนต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดย SUPA EAST GLAMOR (สุภา อิสต์ แกลมเมอร์) ตั้งใจนำเสนอคอลเล็คชั่น “ในห้วงแห่งความสง่างาม When Grace Walked the World” ได้แรงบันดาลใจจากการที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเยือนทวีปอเมริกาและยุโรป
วันนี้ผ้าไหมไทยมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็น “ภาษาทางวัฒนธรรม” ที่ถ่ายทอดความงดงามภูมิปัญญา และศักดิ์ศรีของชาติไทย สู่สายตานานาอารยประเทศอย่างสง่างามเหนือกาลเวลา รังสรรค์ผลงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ด้วยผ้าไทยของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และช่างทอผ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยคุณสุภาพร เอ็ลเดรจ แห่งแบรนด์ SUPA EAST GLAMOR โทร.082-2739338, 099-6299878 FB/IG : SUPA East Glamor www.supahouse.com







ภาพิมณ คงเฟื่องฟุ้ง และด.ญ.เฌอมาลย์ คงเฟื่องฟุ้ง ผู้แสดงแบบ SUPA EAST GLAMOR
ภาพิมณ คงเฟื่องฟุ้ง ประธานบริหาร และผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง IFL Hospital & Clinic หนึ่งในนางแบบกิตติมศักดิ์ ได้บอกเล่าความรู้สึกที่มีโอกาสร่วมเดินแบบในครั้งนี้
“ดิฉันให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุน กิจกรรมที่เชื่อมโยงภาคสุขภาพ เข้ากับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือการมีส่วนร่วมกับงาน “ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการกุศลให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็ง และรังสีรักษา”

(แถวยืน) ด.ญ.รัชชตขวัญณ์ เศรษฐ์วรเดช, นิรมล จิรปิติ และศุภัคญาฎาร์ กัลยาณมิตร
ประมูลของล้ำค่า
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงานคือ การประมูลของรักของสะสมล้ำค่า ที่คุณดาว-ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ยืนยันว่าแต่ละชิ้นคัดเฉพาะที่สุดของความพิเศษจริงๆ
“ครั้งนี้ที่มีผู้ใจบุญหลายรายพร้อมใจกัน มอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรตินำมาประมูล ไม่ว่าจะเป็น พระบรมสาทิสลักษณ์วันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผลงานภาพวาด เทคนิคสีน้ำมันของคุณชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ขนาด 90 x 110 เซนติเมตร ซึ่งเป็น ของสะสมส่วนตัวของดิฉันที่นำมาประมูลในงาน
“นอกจากนี้ยังมีของล้ำค่าอีกหลายรายการ เช่น กระเป๋าคลัตช์แบรนด์ Judith Leiber รุ่น Story Book บริจาคโดยคุณสุริยน ศรีอรทัยกุล ส่วนคุณ กรรณิกา ศิลปวรางกูร บริจาคชุดน้ำชาแอนทีคพอร์ชเลนเนื้อสีชมพู Haas & Czjzek แบรนด์เก่าแก่และมีชื่อเสียงของสาธารณรัฐเช็ก และผ้ายกทองขอบสังเวียนลวดลาย นกยูงมงคลทอลวดลายเต็มผืน 4 เมตรสีเหลืองทองที่ดิฉันร่วมกับคุณนิติรัตน์ เปลี่ยนขำ นำมาประมูล ซึ่งทุกชิ้นมีผู้ใจบุญที่ไม่ประสงค์ออกนามประมูลไว้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีศิลปะวัตถุล้ำค่าอื่น ๆ อีกหลายรายการ และจากเงินสมทบของ ผู้ใหญ่ใจดี พรทิวา นาคาศัย, สุริยน ศรีอรทัยกุล และม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ จึงมี ยอดเงินบริจาคทั้งหมด 3,000,000 บาท
“ในฐานะที่ดิฉันรักและภูมิใจในผ้าไทยมาตลอด อยากให้คนรุ่นใหม่ตามรอย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสานและต่อยอด งานผ้าไทยจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ออกมาร่วมสมัย อย่างกิจกรรม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งพระองค์มีพระวินิจฉัยแล้วว่า ผ้าไทยไม่ควรจำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้สูงวัย แต่ควรเป็นแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่สวมใส่ด้วยความสุข หวังว่าผ้าไทยและชุดไทยจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยรุ่นใหม่ต่อไป สมดังพระปณิธาน
“ในโอกาสนี้ดิฉันขอขอบพระคุณและร่วมอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ด้วยค่ะ”
















