3 เมนูไฮไลท์แห่งตำนาน ของขึ้นชื่อที่งาน “บงชูร์ เฟรนช์ แฟร์ 2016”

กลับมาอีกแล้วในปีนี้สำหรับงาน “บงชูร์ เฟรนช์ แฟร์  2016” ภายใต้ธีม “วีฟ ลา เมดิแตราเน่” (Bonjour French Fair 2016 “Vive la Méditerranée”) เปิดโลกอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนให้ได้ลองชิมกันหลากหลายเมนู

bounjour-1

ไฮไลท์เด่นๆครั้งนี้ก็เข้ากับธีมของงานที่อยากจะนำเสนอเมนูอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เมนูแรกที่นำมาจึงเป็นสุดยอดอาหารอย่าง “ไอเบริโค” แฮมขาหมูแห่งตำนานจากสเปน โดยได้เชฟหนุ่มลูกครึ่งไทย – อังกฤษ เจมส์ ณ ถลาง โชว์ลีลาการปรุงเมนูเด็ดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ชื่อ ทาปาส  ซึ่งเป็นแฮมที่แพงที่สุดในโลก (เริ่มต้นกิโลกรัมละ 18,000 บาท) เพราะใช้กระบวนการผลิตนานถึง 5 ปี จากหมูดำซึ่งเป็นหมูสายพันธุ์พิเศษ ถูกเลี้ยงด้วยผลต้นสนบนพื้นที่เปิดขนาดใหญ่

bounjour-4

วิธีการกินแฮมไอเบริโคจะนิยมกินคู่กับขนมปัง รวมถึงผลไม้อย่างเมลอนและองุ่น เพื่อชูรสชาติแฮมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น หรืออาจปรุงด้วยน้ำมันมะกอกเอกซ์ตร้าเวอร์จิ้น เนื่องจากมีคุณภาพดีและรสชาติดีเยี่ยมที่สุด มีความเป็นกรดต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ เหมาะในการนำมาประกอบอาหารชนิดที่ไม่ต้องผ่านความร้อน

bounjour-5

ไฮไลท์ที่สองบอกเลยว่าคนรักชีสพลาดแล้วจะเสียใจ กับสุดยอดชีสที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศสอย่าง “ชีสบานง” ซึ่งเป็นชีสที่หากินยากมาก และผลิตอยู่ทางแถบตอนใต้ของฝรั่งเศสเท่านั้น อีกทั้งกรรมวิธีในการผลิตก็มีรายละเอียดเยอะมาก เพราะเป็นชีสที่ทำจากนมแพะคุณภาพสูงที่อาศัยอยู่บนภูเขาในเมืองอาร์แดชและเมืองโดรม ในแคว้นโรนาลป์ ซึ่งมีอากาศค่อนข้างอบอุ่น จึงทำให้ชีสจะออกรสเปรี้ยวนิดๆ และเวลาทานจะมีกลิ่นหอมอ่อนของใบเกาลัด ซึ่งใช้ห่อหุ้มเพื่อเก็บชีสได้นาน อีกทั้งเพิ่มความหอมและรสชาติที่ดี

bounjour-3

นอกจากนี้ยังมีชีสอีกชนิดที่น่าลองก็คือ “ชีสวิแว็ง” เฟต้าชีสที่ผลิตจากนมแพะของเมืองไทย ซึ่งใช้นมแพะคุณภาพดีจากจังหวัดเชียงใหม่มาผลิตชีสด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม ทำให้ได้รสชาติหอมมัน เนื้อสัมผัสค่อนข้างแห้ง เมื่อเปรียบเทียบกับเฟต้าชีสนมวัว ส่วนใหญ่นิยมนำมาผสมกับโยเกิร์ต ทานเป็นดิปคู่ขนมปัง หรือโรยหน้าพาสต้า ส่วนชาวฝรั่งเศสนิยมทานคู่กับโซซิสซง (Saucisson) หรือไส้กรอกฝรั่งเศส

bounjour-2

พูดถึงเมนูหนักๆกันไปแล้ว ต้องปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งไฮไลท์เด่นอย่างวัฒนธรรมการดื่มชาของยุโรป ซึ่งก็มีชาระดับพรีเมียมที่น่าสนใจอย่างโรเนอเฟลท์ (Ronnefeldt) ทั้งชาดอกลาเวนเดอร์ (Lavender Harmony) จากเมืองโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส ชาดาร์จีลิ่ง เอิร์ลเกรย์ (Darjeeling Earl Grey TGFOP Autumn) และชารอยบอสวานิลลาครีม กลิ่นส้ม (Rooibos Cream Orange) จากประเทศอิตาลี โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั้งเดิมจากกระบวนการผลิตชาด้วยมือ และสนุกสนานในรสชาติที่หอมสดชื่น งานนี้คนรักชาพลาดไม่ได้เช่นกัน

แต่ละอย่างก็ล้วนน่าลองทั้งนั้น ใครที่ชื่นชอบอาหารสไตล์นี้ เตรียมตัวไปช็อปไปชิมกันได้ที่งานบงชูร์ เฟรนช์ แฟร์  2016 ระหว่างวันที่ 15 – 18 ธันวาคม 2559 เวลา 10:00 น. – 20:00 น. ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หอการค้าฝรั่งเศส – ไทย โทร.0-2650-9613 – 4 หรือ www.facebook.com/BonjourFrenchFair

 

keyboard_arrow_up