“ท้าทายตัวเองเพื่อก้าวไปอีกขั้น” รสชาติชีวิตฉบับสาวหวาน แก้ม – วศินี อัคคชาติกุล

อานุภาพของ “Passion” นั้นมีอยู่จริง แก้ม-วศินี อัคคชาติกุล สาวสวยเจ้าของคาเฟ่สุดชิคอย่าง แกรม (Gram) เป็นอีกหนึ่งตัวแทนหญิงแกร่งที่มีความสามารถรอบด้าน เธอใช้ Passion เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตในทุกด้าน ตั้งแต่การเริ่มต้นสร้างธุรกิจด้วยสองมือ การดูแลสุขภาพ และการใช้ชีวิตแบบสุดขั้วตามสไตล์สาวแอดเวนเจอร์ และวันนี้เธอยังพร้อมท้าทายตัวเองไปอีกขั้น ด้วยการก้าวข้ามกำแพงความกลัวและคำว่า “ทำไม่ได้” มาสู่โลกไตรกีฬาครั้งแรกในชีวิต กิจกรรมที่หลายคนมองว่าเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของผู้ชาย แต่เธอกลับยิ้มสู้ และพกพาหัวใจที่เกินร้อยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Exclusive Triathlon Training Season 2 by CIMB Preferred ของ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

เปิดมุมมองเบื้องหลังการขับเคลื่อนชีวิตที่มี Passion เป็นเข็มทิศ ที่นำพามาจนถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ของชีวิต แก้มพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดทุกความในใจผ่านบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้

จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตโดยมี Passion เป็นตัวนำ
“แก้มโชคดีที่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบ อย่างร้านแกรม แก้มเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัว เพราะเราเป็นคนชอบเดินทาง ทุกครั้งที่เดินทางเราจะไปเดินเล่นตาม Farmer Market ของเมืองนั้นๆ ได้เจอส่วนผสมที่หลากหลาย บางทีได้ชีส ผลไม้ ปลา หรือแฮม ซึ่งวัตถุดิบที่เราได้มา ก็จะเอามาลองทำอาหารเช้าให้ครอบครัว เพื่อนฝูงกิน ทุกคนก็ชื่นชอบ เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้แก้มเปิดร้านแกรม เป็นร้านอาหารเช้าที่ ซ.สุขุมวิท 49 เหตุผลที่ตั้งชื่อว่าแกรม ก็เพราะ gram ในภาษาอังกฤษ หมายถึงหน่วยชั่ง ตวง วัด เข้ากับธุรกิจร้านอาหาร และก็ยังเขียนแล้วออกเสียงคล้ายชื่อแก้ม (Gam)

ขึ้นชื่อว่าธุรกิจไม่มีคำว่าง่าย อะไรคือ พลังสำคัญที่ทำให้ข้ามผ่านทุกอุปสรรคมาได้
“แก้มเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารมาปีนี้จะเข้าปีที่ 4 แล้ว แน่นอนว่า การทำธุรกิจย่อมมีอุปสรรคเป็นธรรมดา แต่พอเป็นสิ่งที่แก้มรัก ต่อให้เจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไร เราก็ยังมีแรงที่จะทำต่อไป อย่างช่วงแรกๆ ที่เปิดร้าน จะรู้เลยว่า เวลาทำกินเอง หรือทำเสิร์ฟเพื่อนแค่ 1 จาน กับ ณ วันที่มาเป็นร้านอาหารต้องทำเสิร์ฟพร้อมกันทีเดียว 10 จานนี่คนละเรื่องเลย เราก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ แต่ที่สำคัญกว่า คือ เราเอ็นจอยกับทุกโมเมนต์ที่ได้ทำในสิ่งที่รัก ถึงแม้โอกาสและสถานที่ต่างๆ จะเปลี่ยนไป แต่ละช่วงชีวิตก็ไม่เหมือนกัน แต่แก้มก็ยังสนุก เพราะถือว่าเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ”

ก่อนจะมาทำอาหารทราบมาว่าชื่นชอบในสายแฟชั่น
แก้มชอบแต่งตัว ชอบด้านแฟชั่น เลยไปเรียนต่อด้านแฟชั่น ส่วนการทำอาหารเป็นสิ่งที่เรารักมาตลอด แต่ก็ทำเป็นงานอดิเรก เพราะตอนนั้นแก้มทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองอยู่แล้ว จนวันหนึ่งแก้มมีโอกาสมาช่วยเพื่อนที่เปิดร้านอาหาร เพื่อนก็ชมว่าอร่อย เลยเกิดไอเดียว่า ทำไมเราไม่เปิดร้านอาหารของตัวเอง ขายเมนูที่เราชอบกิน เลือกวัตถุดิบแบบที่เราทำให้ครอบครัวและเพื่อนกิน

หลังจากเปิดร้านอาหารไม่นาน แก้มก็ปิดแบรนด์เสื้อผ้า ทั้งที่ตอนปิด แบรนด์ก็ค่อนข้างประสบความสำเร็จนะ แต่เราอยากมาโฟกัสตรงนี้ และก็เพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเอง ด้วยการไปเรียนเลอ กอร์ดอง เบลอ 1 ปีเต็ม ซึ่งสำหรับแก้มการเข้ามาสู่ธุรกิจอาหารก็ถือเป็นจุดพลิกผันของชีวิตเหมือนกัน ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะนำการทำอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมาทำเป็นอาชีพหลัก

จากคนที่หลงใหลในการทำอาหาร และ เป็นสายกิน ทำไมถึงมาเริ่มต้นออกกำลังกาย
“แก้มเป็นคนชอบกิน ยิ่งเดินทางบ่อย ยิ่งกินเยอะ ชอบกินมากทั้งของคาว ของหวาน โดยเฉพาะไอศกรีม เค้ก ไม่มีคำว่าตรงกลาง พอกินเยอะ น้ำหนักก็เริ่มเพิ่ม เลยกลับมาคิดว่า ถ้าเราไม่หยุดกิน เราก็ต้องใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟ เพื่อหาบาลานซ์ให้กับตัวเอง แก้มเริ่มต้นจากลุกขึ้นมาวิ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ก่อนจะมาเริ่มปั่นจักรยานทีหลัง จริงๆ แก้มไม่ชอบวิ่งเลย ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่พอดีมีเพื่อนสนิทชอบวิ่ง และแก้มก็ชอบท่องเที่ยวเลยมองว่า การวิ่งน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด มีแค่รองเท้าคู่เดียวก็ออกไปวิ่งที่ไหนก็ได้

แล้วทำไมจากสายวิ่ง ถึงมาเริ่มปั่นจักรยาน
“ตอนที่ร้านแกรมอยู่ตรงสุขุมวิท 49 จะมีลูกค้าขี่จักรยานมากินอาหารที่ร้านประจำ แก้มรู้สึกว่าเป็นภาพที่น่ารักมาก เห็นคุณลุงที่อายุเยอะแล้ว ยังฟิต ขี่จักรยานมา และเห็นลูกค้าขี่มาเป็นแก๊งแล้วชอบมาก เลยคิดจะปั่นบ้าง แก้มลงทุนซื้อจักรยาน Alex Moulton ทั้งที่ยังขี่จักรยานไม่เป็นเลยด้วย แต่เห็นแล้วสวยซื้อเลย พอซื้อมาแก้มเริ่มไปปั่นกับเพื่อนที่สนามเขียว  Suffer มาก ปั่นได้ 2 ครั้งตัดสินใจขายแล้วไปซื้อคันใหม่ซึ่งเป็นคันที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ เพราะจักรยาน Alex Moulton เป็นจักรยานล้อเล็กๆ ไม่ได้เหมาะจะไปขี่แบบโรดไบค์ พอเปลี่ยนคันใหม่แล้วคราวนี้ก็เริ่มเอ็นจอยกับการขี่จักรยานมากขึ้น จากที่เริ่มมีทริปวิ่งเทรลตามพัทยา หัวหิน เชียงใหม่ ตอนหลังก็เริ่มมีทริปจักรยาน ไปปั่นทั้งในและต่างประเทศ”

อะไรคือสิ่งที่ทำให้หลงรักการวิ่ง และปั่นจักรยาน
“ความสนุกคือ การได้ไปเห็นความงามของวิวทิวทัศน์ด้วยสองขาของเราเอง ไม่ใช่การขับรถไป เป็นความเหนื่อยที่ภูมิใจ ขณะเดียวกันการวิ่งและการปั่น ยังสอนให้เรามีสมาธิอยู่กับตัว รู้จักประเมินตัวเองว่ามีแรงแค่ไหน ยิ่งเวลาขี่จักรยานลงเขาต้องมีสมาธิให้มาก หรือเวลาไปปั่นทริปยาวๆ เราก็ต้องรู้จังหวะการใช้แรงของตัวเอง ที่สำคัญเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อจะได้ไปในที่ที่อยากๆ ไป ด้วยความปลอดภัย และไม่ทรมานร่างกายตัวเองจนเกินไป นี่เป็น Passion ของแก้ม ที่ทำให้แก้มหมั่นฟิตซ้อมกำลังขาอยู่เสมอ เพราะแก้มรู้แล้วว่า ถ้าปล่อยนานๆ แล้วมาเริ่มใหม่จะยากกว่า แก้มจึงต้องอาศัยการแบ่งเวลา เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่รักทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ”

จากสาวเฮลท์ตี้ที่รักการวิ่งและการปั่น มาเข้าสู่โลกไตรกีฬาได้อย่างไร
“แก้มไม่เคยคิดจะเล่นไตรกีฬามาก่อน และไม่คิดจะเริ่มต้นด้วย ถึงแม้จะมีเพื่อนชวน เพราะแก้มคิดว่า แค่การวิ่งและการปั่นก็กินเวลาในชีวิตไปมากแล้ว ปกตินอกจากเสาร์-อาทิตย์จะไปทริปวิ่งและปั่นจักรยานอยู่แล้ว แก้มยังชอบปีนผา เข้าป่าไปแคมป์ปิ้ง เพราะฉะนั้นถ้าจะไตรกีฬาแล้วให้แก้มต้องมาฝึกว่ายน้ำซึ่งแก้มเคยมีประสบการณ์เกือบจมน้ำตอนเด็กอีก แก้มไม่เอาดีกว่า”

ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกือบจมน้ำให้ฟังได้มั้ย
“ตอนนั้นแก้มเรียนอยู่มัธยม ไปเที่ยวทะเลเทียมที่ลาสเวกัสกับญาติ ด้วยความที่เราคิดว่าเราว่ายน้ำแข็งประมาณหนึ่ง เราก็ทำหน้าที่พาน้องๆ จากจุดที่ลึกมาส่งยังจุดที่ตื้น ส่งไปส่งมาหลายรอบ ปรากฏตอนที่แก้มจะกลับจากฝั่งลึก รู้สึกขาหมดแรง ว่ายยังไงก็ไม่ไป เพราะเครื่องทำคลื่นดูดวนอยู่ตรงนั้น วินาทีนั้นแก้มเข้าใจความรู้สึกของคนที่จะจมน้ำเลยว่าเป็นยังไง ทั้งสำลักน้ำ กินน้ำไปหลายอึก โชคดียังมีสติตะโกนเรียกให้ไลฟ์การ์ดช่วย ตั้งแต่วันนั้นแก้มก็ไม่เอ็นจอยกับการว่ายน้ำอีกเลย ไม่ได้รู้สึกอยากว่ายน้ำเพื่อเป็นการออกกำลังกาย หรือถ้าเที่ยวทะเลแก้มก็จะใส่ชูชีพติดตัว”

แล้วทำไมถึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Exclusive Triathlon Training Season 2 by CIMB Preferred
“จากที่บอกตัวเองมาตลอดว่า ว่ายน้ำไม่ได้ ไม่ว่าระยะทางเท่าไรก็ว่ายไม่ได้ ยิ่งต้องมาว่ายใน Open Water อีก ยิ่งทำไม่ได้ใหญ่เลย แต่พอรู้ว่าโครงการของ CIMB Preferred มีการจัด Training Camp ผู้ต้องการเล่นไตรกีฬามือใหม่ และมีการออกแบบโปรแกรมการฝึกด้วยโค้ชระดับประเทศ ได้เริ่มต้นอย่างถูกต้องและมีคนมาช่วยดูแล ก็เลยมองว่าน่าจะเป็นการท้าทายตัวเองเพื่อก้าวไปอีกขั้น จากที่ผ่านมา ใจเราพูดอยู่เสมอว่า เราทำไม่ได้ เราไม่มีเวลา และไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน พอมีโอกาส ก็น่าจะลองแบ่งเวลาดู เพราะสำหรับการวิ่งและปั่นแก้มไม่ค่อยห่วง ห่วงก็แต่ว่ายน้ำ โชคดีที่พอมาเทรนจริงๆ เพื่อนๆ ในแคมป์ก็ให้กำลังใจ ยิ่งรู้ว่าแก้มว่ายน้ำไม่ได้ก็ช่วยสอน การว่ายน้ำสำหรับบางคนอาจจะอยู่ที่ศูนย์ แต่ของแก้มคือติดลบ เราไม่ใช่แค่ทำได้ไม่ดี แต่เราทำไม่ได้ ครั้งแรกแค่ว่าย 25 เมตรก็แย่แล้ว แต่แก้มไม่เคยคิดจะเลิกหรือยอมแพ้ เพราะยิ่งแก้มเห็นว่าคนอื่นเชื่อมั่นในตัวแก้ม ให้กำลังใจแก้ม โค้ชเสียเวลามาสอน บางคนเป็นนักไตรกีฬาไอรอนแมน ยังเสียเวลามาแชร์กับเรา เราต้องเต็มที่ ไม่อยากให้ใครคิดว่าเรามาเล่นๆ  เราต้องตั้งใจทำอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญด่านแรกที่ตอนนี้แก้มต้องซ้อมให้หนักคือ ว่ายน้ำ แก้มไม่ทำด้วยความรู้สึก Suffer แต่มองว่าเป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นของชีวิต ซึ่งหลังจากฝึกฝน และได้รับการแนะนำอย่างถูกต้อง ตอนนี้การว่ายน้ำของแก้มก็เริ่มมีพัฒนาการขึ้น ถึงจะไม่ดีเท่าการวิ่งหรือปั่น แต่อย่างน้อยแก้มทำดีที่สุดในจุดที่พอใจ และร่างกายไม่บาดเจ็บ”

นอกจากจะมุ่งมั่นพาตัวเองก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเอาชนะทุกขีดจำกัด ทราบมาว่า ธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่กำลังจะก้าวข้าม
นอกเหนือจากการเป็นสมาชิก CIMB Preferred จะพาแก้มก้าวข้ามความท้าทายไปอีกขั้นในด้านการเล่นกีฬาแล้ว ยังมีผู้ช่วยด้านการเงินที่แนะนำเรื่องการต่อยอดการลงทุน และ ขยายกิจการ ซึ่งเร็วๆ นี้แก้มมีโปรเจ็กต์จะรีโลเคชั่นร้านแกรม จากท่ามหาราช น่าจะภายในปีนี้หรือต้นปีหน้าจะได้เห็นร้านแกรมแตกต่างจากเดิม”

ถ้าให้เลือกระหว่างชีวิตที่เรียบง่ายอยู่ในคอมฟอร์ตโซนกับชีวิตที่ต้อง Challenge ตัวเองตลอดเวลา จะเลือกอย่างไหน
แก้มเลือกอย่างหลัง เพราะหากไม่มีโครงการของ CIMB Preferred แก้มคงไม่เริ่มต้นลุกขึ้นมาหัดว่ายน้ำ แก้มคงยังอยู่ที่เดิม และคงไม่มีใครมาเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน ดูแลการเงินและขยายช่องทางธุรกิจ คงไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการชี้ช่องทางการบริหารเงินที่งอกเงย แก้มคิดว่าการมีคนมาแนะนำ นอกจากจะช่วยเพิ่มข้อมูล ยังช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มองเห็นสิ่งที่มีให้เป็นโอกาส แก้มถึงมองว่าชีวิตที่มีความท้าทายเข้ามาอยู่เสมอ อาจพาเราไปถึงเป้าหมายที่ไม่เคยคิดจะทำก็ได้”

ในฐานะที่เป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตเต็มที่ มีมุมมองอย่างไรกับไอเดียที่ว่า “Healthiest  Return on Investment”
“แก้มเห็นด้วยนะว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือ การลงทุนเพื่อสุขภาพ คนเราไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ต้องเริ่มจากการมีพื้นฐานสุขภาพที่ดีก่อน เมื่อไรที่เราดูแลทุกด้านของชีวิตให้สมดุล เมื่อนั้นก็จะไปสู่จุดหมายของชีวิตได้อย่างมั่นคง อย่างแก้มเองเป็นคนที่ชอบเดินทางมาก เพราะฉะนั้นความสุขในการเดินทางของแก้มจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากการมีสุขภาพที่แข็งแรง”

ได้ลองเข้าร่วมการแข่งขัน Tri Dash มาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง (Tri Dash เป็นการแข่งขันไตรกีฬาระยะ Sprint : ว่ายน้ำ 400 ม. วิ่ง 5 กม. และปั่นจักรยาน 20 กม.)
“ตอนลงสนาม Tri Dash ที่บางปู กอล์ฟคลับ ตื่นเต้นมาก ทุกนาทีที่ยืนอยู่ขอบสระ เราได้แต่พยายาม Maintain แรงของเราไว้ให้มากที่สุด เพื่อจะได้จบแบบสบายๆ  ข้อดีของการไปลงสนาม Tri Dash คือ ช่วยลดความตื่นเต้นลงไปได้มาก ทำให้เราประเมินตัวเองได้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่ควรนำมาปรับปรุงเพื่อทำผลงานให้ดีขึ้นในการแข่งขันไตรกีฬาวันจริง แก้มหวังว่าในวันจริง แก้มจะว่ายน้ำได้อย่างสมูท วิ่งและปั่นได้ดี เร็วขึ้น ใช้เวลาในการ Transition น้อยลง มาถึงวันนี้แก้มยังไม่กล้าเรียกว่าตัวเองเป็นนักไตรกีฬา แต่สำหรับแก้ม ไตรกีฬาช่วยเปลี่ยน Mindset บางอย่างในการใช้ชีวิต ทำให้รู้ว่าเวลาที่เจอกับอะไรที่เป็นอุปสรรคหรือเป็นจุดอ่อน อย่าวิ่งหนีหรือคิดว่าทำไม่ได้ แต่ต้องศึกษาและให้เวลากับสิ่งนั้นเพิ่มมากขึ้น

แก้ม-วศินี อัคคชาติกุล เธอได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ความสำเร็จในชีวิตคนเราไม่มีขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความมุมานะ และความพยายามมากพอที่จะพิชิตอุปสรรคตรงหน้า พาตัวเองข้ามผ่านความท้าทายไปอีกขั้น เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

กิจกรรมดีๆ มีให้อย่างต่อเนื่อง ร่วมเป็นสมาชิก CIMB Preferred ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
โทร. 02 626 7888 www.cimbpreferred.com

keyboard_arrow_up