Inside out อนิเมชั่นแห่งปี ฮา ซึ้งครบทุกอารมณ์

Inside out อนิเมชั่นแห่งปี ฮา ซึ้งครบทุกอารมณ์
Inside out อนิเมชั่นแห่งปี ฮา ซึ้งครบทุกอารมณ์

งานฮาต้องมา งานซึ้งต้องมี แต่ไม่ได้ซึ้งขั้นปกตินะ งานนี้ถึงขั้นต่อมน้ำตาแตก ต้องยอมใจ ผกก. และคนเขียนบทเลยที่สามารถดึงเรื่องใกล้ตัวที่สุดของมนุษย์ และน่าจะเป็นเรื่องที่เราทำความเข้าใจกับมันได้ยากที่สุดมาถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนที่สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการได้ออกมาค่อนข้างเจ๋ง ดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้น แม้จะแอบรู้สึกว่าประเด็นในหนังมันหนักไปหน่อยสำหรับเด็กๆ ก็ตาม แต่นั่นกลับดีงามสำหรับผู้ใหญ่นักแล ชนิดที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองดูตัวเอง เพราะนี่คือเรื่องราวของเสียงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในหัวของเรา หรือเรียกว่าหน่วยสร้างอารมณ์ต่างๆ

inside-out2

หนังเปิดเรื่องให้เห็นทีมสร้างอารมณ์เหล่านั้นที่อยู่ในสมองของหนูน้อยไรลีย์ ทีมสร้างอารมณ์หลักๆ ทั้งห้าอันได้แก่ Joy (สุข) Sadness (เศร้า) Anger (โกรธ) Fear (ความกลัว) และ Disgust (ความขยะแขยง) เริ่มทำงานกันมาตั้งแต่เธอลืมตาดูโลกในครอบครัวแสนอบอุ่น ในช่วงต้นของหนังจะนำพาเราไปรู้จักกับกระบวนการแสดงออกในแต่ละอารมณ์ของไรลีย์ โดยมี Joy เป็นเฮดในการควบคุมอารมณ์หลักของสาวน้อยให้สร้างแต่ความทรงจำแฮปปี้ดี๊ดีมาโดยตลอด ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็ผลัดกันทำหน้าที่ของตัวเองเรื่อยมาจนกระทั่งไรลีย์อายุครบ 11 ขวบ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมบางอย่างที่เธอต้องเจอเริ่มมีส่วนกระตุ้นให้อารมณ์แปรปรวน และยิ่งตอกย้ำให้เกิดเรื่องวุ่นขึ้นเมื่อ Sadness เผลอไปแตะโดนลูกบอลความทรงจำหลักของไรลีย์เข้า ทำให้กลายเป็นมีแต่เรื่องเศร้าหมอง ภารกิจทวงคืนความสุขให้กับไรลีย์ของทีมอารมณ์ล้วนๆ นำโดย Joy จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างสุดแสนหฤหรรษื เพลิดเพลิน และชวนซึ้งแบบจุกอก

insidde-out1

ยอมรับแหละว่านี่ไม่ใช่หนังที่เห็นตัวอย่างตอนแรกแล้วร้องบอกว่า โอ๊ย น่ารักจัง อยากดูเลยอ่ะ เนื่องจากพล็อตดูฉีกแนวใช่เล่น ไม่ได้เน้นคาแร็กเตอร์ตัวละครน่ารักโดนใจแบบโดดเด้งโดดเด่นออกมาซะด้วย แต่ก็อย่างที่บอก พอดูแบบเต็มๆ เฮ้ยแก หนังมันดีจัง แถมคาแร็กเตอร์ตัวละครเหล่าอารมณ์ทั้งห้ายังมีเสน่ห์มากกว่าที่คาดเอาไว้ พ่วงด้วยตัวการ์ตูนในความทรงจำของไรลีย์อย่าง ‘ปิ๊งป่อง’ ที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึงตอนเด็กๆ สมัยที่เราชื่นชอบอะไรสักอย่างแบบหนักมากเลยล่ะ เห็นได้ชัดว่าหนังเรื่องนี้เอาอารมณ์ของคนมานำเสนอได้อย่างเฮฮาปนซาบซึ้ง และยังสะท้อนดราม่าภายในครอบครัวได้ชวนอบอุ่นหัวใจ ถือเป็นหนังที่เด็กดูได้ และ (โดยเฉพาะ) ผู้ใหญ่ดูแล้วต้องโดนใจ

ว่าการตามตรง มันก็คือหนังพล็อตผู้ใหญ่ที่ถูกปรับให้ละมุนแบบเด็ก ทั้งยังมีเนื้อหาสมจริง เพราะนี่แหละคือความเป็นจริงที่เด็กอายุเท่ากับตัวละครหลักในเรื่องต้องเผชิญ การเปลี่ยนแปลงบางสิ่งย่อมส่งผลกับสภาวะจิตใจในช่วงนั้นๆ ส่งต่อมายังนิสัยหลักๆ ซึ่งเรื่องราวในหนังเปรียบให้เห็นว่า สมองคนเราได้สร้างเกาะนิสัยต่างๆ เอาไว้ในนั้น เช่น เกาะติ๊งต๊อง เกาะมิตรภาพ เกาะครอบครัว เป็นต้น เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและประคับประคองมันไปให้ตลอดรอดฝั่งโดยมีอารมณ์ที่เราแสดงออกนั่นเองเป็นตัวช่วย สรุปโดยภาพรวม หนังถ่ายทอดประเด็นเหล่านี้ได้ออกมาค่อนข้างดีเยี่ยม ดูเพลิน (ตอนต้นอาจจะราบเรียบไปหน่อย) ชวนให้ถวิลหาความทรงจำเก่าๆ บางอย่าง เปรียบดังกุญแจที่ไขกล่องความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยแสดงออกอารมณ์แบบนี้แบบนั้นออกไป อาจจะยังมีบางประเด็นที่ตกหล่นไปบ้าง นอกจากนี้ยังให้แง่คิดที่ดีงามเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ที่เหมือนเป็นเพื่อนในการใช้ชีวิต ดูจบแล้วอาจจะเข้าใจตัวตนของตัวเองมากขึ้น (ก็ได้นะเออ)

 

เรื่อง : คิมคานา

เครดิตรูปภาพ :

http://www.cinemablend.com/new/6th-Inside-Out-Emotion-Got-Cut-From-Movie-72055.html

http://www.underthemaskonline.com/the-psychology-of-inside-out-a-beautiful-lesson-in-emotional-intelligence/

http://neuwritesd.org/2015/07/02/turning-the-brain-inside-out/

keyboard_arrow_up