เทือกเขาแอลป์

ตะลุยตีกอล์ฟ “โฮลอินวัน” บนเทือกเขาแอลป์

เทือกเขาแอลป์
เทือกเขาแอลป์

ในชีวิตของเราจะมีมิชชั่นวาดฝันงานอดิเรกหรือทริปเดินทางแตกต่างกันไป มิชชั่นที่ผ่านมาของผมก็มีวิ่งมาราธอนสักครั้ง ไปเบสแคมป์ที่เอเวอเรสต์ ขับมอเตอร์โฮมที่สหรัฐอเมริกา สกายไดวิ่งจากยอดเขา ปั่นเสือภูเขาไปเวียดนาม แต่ยังมีอีกหลายรายการที่รออยู่ใน Waiting List เช่น อยากไปเหยียบขั้วโลกเหนือ แต่น่าจะยาก เพราะค่าใช้จ่ายสูง เกรงใจภรรยา ล่าสุดฝันที่เป็นจริงและเพิ่งบรรลุไปอีกรายการคือ การตระเวนขับรถตะลุยตีกอล์ฟบน “เทือกเขาแอลป์” ดินแดนในฝันแห่งทวีปยุโรป

เทือกเขาแอลป์

แก๊ง 4 คน 4 สนาม
ทริปนี้ผมกับเพื่อนไปกันทั้งหมดรวม 4 คน ซึ่งเหมาะสมกำลังดีกับหนึ่งก๊วนกอล์ฟและจำนวนผู้โดยสารในรถ หารค่าใช้จ่ายได้ลงตัวที่สุด ประเทศเป้าหมายคือ สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรีย ดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์ เวลาที่ใช้หนีงานประมาณหนึ่งสัปดาห์ สนามที่ไปเป็นลานหิมะที่กลายเป็นสนามหญ้าในฤดูร้อน อยู่บนเทือกเขาแอลป์ทั้งสิ้น เบ็ดเสร็จ 4 วัน 4 สนาม คือ กอล์ฟคลับ ซีเฟลด์ วิลด์มูส์ (Golf Club Seefeld Wildmoos) ซาน วิจิลิโอ กอล์ฟ (San Vigilio Golf) กอล์ฟคลับ ปีเตอร์สเบิร์ก (Golf Club Petersberg) และกอล์ฟวิลล่า เดสเต (Golf Villa d’Este) โดยเฉพาะสนามที่ 2 เป็นสนามที่สวยที่สุดในชีวิตที่เคยตีมา

เทือกเขาแอลป์

ฉากหลังเป็นเทือกเขาโดโลไมตส์ (Dolomites) แห่งแอลป์ วิวพานอรามามาก จนได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกด้วย ส่วนสนามที่ 4 มีอายุเก่าแก่เกือบร้อยปี เคยใช้จัดแข่งกอล์ฟอิตาเลียนโอเพ่น ผมตกหลุมรักกอล์ฟมาได้พักใหญ่ เนื่องจากเป็นกีฬาที่ท้าทาย ดูเหมือนง่าย แค่เอาไม้ตีลูกกอล์ฟที่วางนิ่งๆ อยู่บนพื้น ไม่เหมือนกีฬาอื่นที่ตีลูกวิ่งไปมา แต่เอาเข้าจริงเราควบคุมการตีลูกให้แม่นได้ยากมาก จำได้ว่าตีครั้งแรกเหวี่ยงไม้ไป 5 ครั้งยังไม่โดนลูกเลย นอกจากนี้วิวสนามกอล์ฟแต่ละแห่งสวยและมีเสน่ห์ในตัวเอง และยังเป็นกีฬาชนิดเดียวที่เล่นได้จนอายุ 80 ปี ตราบเท่าที่เรายังเดินได้ กีฬากอล์ฟมีต้นกำเนิดมานานมาก บ้างก็ว่าตั้งแต่สมัยโรมัน 2,000 กว่าปีก่อน บ้างก็ว่ามาจากเมืองจีน แต่กอล์ฟตามแนวทางสมัยใหม่ที่เล่นกันเริ่มมาจากสกอตแลนด์เมื่อกว่า 500 ปีมาแล้ว

Golf Club Seefeld Wildmoos

เริ่มต้นที่สวิตเซอร์แลนด์
ทริปนี้เราตั้งต้นจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขับรถวนขวาไปออสเตรีย วกไปอิตาลี และกลับมาสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งเป็นวงกลม โดยใช้วิธีขับรถตอนเช้า ระยะทางเฉลี่ยประมาณ 300 กิโลเมตรต่อวัน และตีตอนบ่าย เย็นก็พักแถวสนาม เนื่องจากวิวสวยและขับรถไม่ไกล ที่พักสามารถจองได้ผ่านอินเทอร์เน็ต แนะนำให้พักห้องแบบอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากมีโซฟาส่วนกลาง บรรยากาศเหมือนไปพักบ้านเพื่อน และบริเวณทำครัวส่วนกลางพอแอบทำอาหารไทยได้ ครั้งนี้ได้มีโอกาสกินส้มตำแห้งบรรจุซองจากเมืองไทย แค่เติมน้ำก็กินได้เลย รสชาติคล่องปากใช้ได้ทีเดียว

เทือกเขาแอลป์

พาหนะที่ใช้เป็นรถตู้เบนซ์วีโต้ขนาดนั่ง 6 คน เนื่องจากต้องใส่ถุงกอล์ฟถึง 4 ใบ ระยะทางตลอดรายการ 2,000 กิโลเมตร แนะนำให้ใช้เครื่องดีเซล เนื่องจากค่าน้ำมันที่นี่แพงเอาการ ตกลิตรละ 60 บาท การขับรถในยุโรปขับเลนซ้าย ต่างจากบ้านเรา มีความยุ่งยากพอสมควร ยิ่งขับในอิตาลียิ่งยาก เนื่องจากถนนแคบมาก โดยเฉพาะขับในเทือกเขาที่มีความสลับซับซ้อนไปมา ความยากคูณสามเลย ขับรถไปเมืองปายแม่ฮ่องสอนยังง่ายกว่า สิ่งที่เป็นตัวช่วยสมัยนี้คือพี่ Google Maps ที่สะดวกสบายมาก บอกระยะทาง เวลา ร้านอาหารอร่อยๆ ปั๊มน้ำมัน เข้าใจว่าอีกไม่นานแผนที่เดินทางแบบที่เป็นกระดาษคงหายไปแน่ๆ

สนามกอลฟ์ที่ยุโรปแตกต่างจากบ้านเราพอสมควร เนื่องจากไม่มีแคดดี้ เราต้องมองหาลูกเอง ดูไลน์หญ้าบนกรีนเอง เกลี่ยทรายเอง วัดระยะเอง เช็ดไม้เอง มาร์คตำแหน่งลูกเอง กลบไดวอทเอง ยุ่งยากมาก โดยเฉพาะต้องตีไปหาลูกไป เพิ่งเข้าใจหัวอกแคดดี้ก็วันนี้ แฟร์เวย์แคบมากถึงมากที่สุด รัฟก็เป็นรัฟธรรมชาติ ลูกกอล์ฟหายง่ายมาก ก่อนไปเพื่อนผมบอกให้เตรียมลูกไป 40 ลูก ผมหัวร่อก๊าก แต่พอไปตีจริงจึงเข้าใจ สนามบางสนามใจดีมีแอ๊ปเปิ้ลแจกฟรีให้กินระหว่างหลุม เรื่องซุ้มน้ำไม่ต้องหวัง ไม่มีอยู่แล้ว คลับเฮ้าส์ก็เล็กมาก ผิดกับบ้านเราที่คลับเฮ้าส์ใหญ่เว่อร์อลังการ ถ้ามองในแง่นี้ ตีกอล์ฟบ้านเราดีกว่าเยอะ

Lauterbrunnen

แต่เสน่ห์ของการเล่นกอล์ฟที่ยุโรปคือวิวที่อลังการมาก บวกกับอากาศเย็นสบาย ประมาณ 15 – 20 องศาเซลเซียสในเดือนกันยายน สวรรค์ของนักกอล์ฟจริงๆ เหงื่อไม่ออก ครีมกันแดดไม่ได้ใช้เลย ที่แปลกใจคือราคาค่าสนามไม่ได้แพงอย่างที่คิด ราว 2,000 – 3,000 บาทต่อรอบ ถูกกว่าสนามบ้านเราบางแห่งเสียด้วยซ้ำ บางสนามตีหลังบ่ายสองราคาถูกลงอีก แต่อย่าออกตีช้ากว่านั้น เนื่องจากจะจบไม่ทัน 18 หลุม การใช้รถคาร์ตจำเป็นมากสำหรับเรา เนื่องจากเป็นสนามภูเขา ถ้าเดินไปตีไปมีหวังเดี้ยง แต่ผมเห็นคนที่นั่นไม่ค่อยใช้รถ บางคนแก่อายุราว 60 ปีขึ้นไปแต่แบกถุงกอล์ฟเดินขึ้นเขาหน้าตาเฉย แข็งแรงจริงๆ

ระยะสนามประมาณ 6,000 หลา แต่เนื่องจากเป็นเขาจึงมีความยากขึ้นไปอีก ระยะสนามที่นี่วัดเป็นเมตร ต่างจากบ้านเราที่วัดเป็นหลา จึงต้องเผื่อระยะไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์ การใช้กล้องส่องระยะที่ชดเชยสโลปจะช่วยได้มาก สนามบางสนามสูงกว่าระดับทะเล 1,400 เมตร จึงทำให้ไดรฟ์ลูกได้ไกลกว่าปกติ การกำหนดระยะตกของลูกไม่ง่ายเลย มาตีที่นี่สกอร์จะมากกว่าปกติอีก 5 นับถือโปรธงชัยกับโปรเมที่สามารถมาคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนทัวร์ได้ที่นี่ สภาพสนามหญ้าและกรีนโดยรวมอยู่ในสภาพใช้ได้ แต่ไม่เนี้ยบเท่าสนามดีๆ ในไทยอย่างสยามคันทรีคลับหรืออมตะสปริงคันทรีคลับ

Grindelwald

ช่วงพีคที่ควรไป
การเล่นกอล์ฟที่ยุโรปจะเล่นได้แค่หน้าร้อน ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม จากนั้นสนามหญ้าจะกลายเป็นสนามเล่นสกีแทนในหน้าหนาว หากอยากเล่นกอล์ฟแล้วได้วิวหิมะสวยๆ เป็นฉากหลังที่ยอดเขา แนะนำให้ไปราวเดือนพฤษภาคม เพราะหิมะบนยอดเขายังละลายไม่หมด โดยต้องจองสนามจากเมืองไทยไปล่วงหน้าพอสมควร อุปสรรคของกอล์ฟที่ยุโรปอีกเรื่องคือสภาพอากาศในแต่ละวัน คาดเดาได้ยากมากว่าวันไหนฝนตก วันไหนแดดออก ดวงอย่างเดียว เนื่องจากเราต้องจองสนามล่วงหน้าหลายเดือน โชคดีมากที่ครั้งนี้ไม่เจอฝนเลยตลอดทริป ทั้งที่ก่อนหน้าหนึ่งอาทิตย์ฝนตกทุกวัน

Grandhotel Giessbach

เทือกเขาแอลป์

นอกจากความงามของทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์ขณะขับรถแล้ว ยังมีโอกาสแวะพักเที่ยวล่องเรือที่ทะเลสาบโคโม (Como) อันสุดสวยของอิตาลีหนึ่งวัน และพักที่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) นั่งเคเบิลกอนโดลาขึ้นไปเดินริมหน้าผาที่ยอดเขาเมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald) ความสูงประมาณ 2,200 เมตรอีกหนึ่งวัน วิวบนยอดเขาที่นี่ก็พานอรามาอีกเช่นกัน เสียดายที่เวลาจำกัด อดเช่าเสือภูเขาปั่นดาวน์ฮิลล์ลงมา คงจะสนุกมาก

Grindelwald

Grandhotel Giessbach

พวกเรายังมีโอกาสพักที่โรงแรมแกรนด์โฮเต็ล กิสบาค (Grandhotel Giessbach) ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ อายุเกือบ 150 ปี สวยคลาสสิกมาก เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นดูมีอายุและคุณค่ามาก วิวริมหน้าต่างเป็นน้ำตกไหลลงมาจากยอดเขา ได้ยินเสียงน้ำตกตลอดคืน ค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งทริปประมาณ 60,000 บาทต่อคน ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายหลักๆ เป็นค่าที่พัก ค่าสนามกอล์ฟ ค่าอาหาร ค่าเช่ารถ และค่าน้ำมัน

ต้องขอขอบคุณโปรคุณเนตรที่ช่วยจัดทริปนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีตกหล่นขาดเกิน ยิ่งกว่าบริษัททัวร์ เติมเต็มความฝันของผมอีกหนึ่งมิชชั่น หากมีโอกาส ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจทักมาหลังไมค์ที่ [email protected] โดยเฉพาะขากอล์ฟ ไม่น่าพลาดทริปในฝันแบบนี้ไว้เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ

keyboard_arrow_up